motortrivia.com
m2 INNOVATION SECTION | BACK TO INNOVATION MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
 
เรื่อง : ARIA 54 Wednesday, 8 June, 2011 1:49 AM
800x
 
International Engine of the year 2011
เครื่องยนต์ความจุน้อย ยังคงเป็นคำตอบที่ชัดเจนสำหรับยุคนี้
 
ba2011 International Engine of the Year Awards รางวัลสำหรับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ยอดเยี่ยม ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 13 แล้ว นับจากครั้งแรกในปี 1999 ซึ่งรางวัลยังคงเดิม คือแบ่งออกเป็น 11 สาขา และ 1 รางวัลใหญ่ 'เครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี' ซึ่งจัดโดย UKIP Media & Events Automotive Magazines ผู้ผลิตนิตยสารด้านวิศวกรรมยานยนต์ และอากาศยานของอังกฤษ

baการตัดสินทำโดยคณะกรรมการ ซึ่งเป็นสื่อสายยานยนต์ 76 คน จาก 36 ประเทศ ตัวงานจัดขึ้นที่สตุทการ์ท ประเทศเยอรมนี ที่งาน Engine Expo 2011 ปีนี้ยังคงเหมือนปีที่ผ่านๆ มา เครื่องยนต์ที่คว้ารางวัลใหญ่ มักจะกวาดรางวัลสาขาเล็กมาครองด้วย โดยค่าย Fiat ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลใหญ่ สามารถครองสาขาย่อยมาได้อีก 3 ด้วยเครื่องยนต์เบนซินที่ถูกดาวน์ไซส์ลงมาเหลือความจุแค่ 875 ซีซี 2 สูบเท่านั้น แต่ให้ประสิทธิภาพพอๆ กับเครื่องยนต์ 3 - 4 สูบ ที่สำคัญคือมลพิษต่ำ และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีเยี่ยม
 
Engine of the year 2011
 
International Engine of the Year
baรางวัลใหญ่สุด เครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี Fiat เบนซิน 2 สูบ 875 CC. TwinAir ที่ติดตั้งตั้งอยู่ใน Fiat 500 TwinAir คว้ารางวัลไปได้ด้วยคะแนน 372 คะแนน เฉือนเจ้าของรางวัลในปีที่แล้วอย่างเตรื่องยนต์ 1.4 ลิตร TSI Twincharger ของ โฟล์คสวาเกน ไปเพียง 26 คะแนน (VW ทำได้ 346 คะแนน) โดยเครื่องยนต์บล๊อคนี้ ใช้เทคโนโลยีเทอร์โบของ มิตซูบิชิ ผลิตกำลังได้ 85 แรงม้า ที่ 5500 รอบ/นาที แรงบิด 15.2 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 23 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 95 กรัม/กม.

baดูท่าว่ายุคนี้ เครื่องยนต์ซีซีต่ำแต่ให้ประสิทธิภาพสูง คือคำตอบสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่จะใช้ตอบโจทย์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้ดีที่สุด จนกว่าที่ยุคพลังงานทดแทน หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีราคาถูกลงกว่านี้ ส่วนอันดับที่ได้คะแนนรองลงมา ในสาขาใหญ่อย่างเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2011 ได้แก่...
 
อันดับ เครื่องยนต์ คะแนน ติดตั้งอยู่ในรุ่น (อาทิ)
2 Volkswagen 1.4 ลิตร TSI Twincharger 346 VW Polo, Golf, Scirocco, Eos, Jetta, Tiguan, Touran
3 Ferrari 4.5 ลิตร V8 278 Ferrari 458 Italia
4 BMW 3.0 ลิตร DI twin turbo 275 BMW 135i, M Coupe, 335i, 535i, X3 35i, X5 35i, X6 35i, Z4, 740i
5 Audi 2.5 ลิตร 5 สูบ เทอร์โบ 192 Audi TT RS, RS3
6 BMW M 4.0 ลิตร V8 159 BMW M3
7 BMW twin turbo ดีเซล 127 BMW 123d, X1
8 BMW 1.6 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ 126 Mini Cooper S, Countryman, Mini Works, Clubman Works
 
Engine of the year 2011
 
Best New Engine of the year
baสาขาเครื่องยนต์ใหม่ยอดเยี่ยม Fiat TwinAir ก็คว้ารางวัลไปได้อีก ด้วยคะแนน 352 คะแนน ทิ้งคู่ชิงอย่าง Nissan Leaf ไปถึง 191 คะแนน (Leaf ทำได้ 161 คะแนน) ซึ่งปีที่แล้วเทคโนโลยีเดียวกันในบล๊อครุ่นพี่อย่าง 1.4 ลิตร MutiAir เทอร์โบ ก็สามารถคว้ารางวัลนี้ไปได้

baสำหรับอันดับที่ได้คะแนนรองลงมาได้แก่ อันดับ 2 ระบบส่งกำลังของ Nissan Leaf 161 คะแนน, Ford 1.6 ลิตร turbo 154 คะแนน, BMW 2.0 ลิตร ดีเซล 152 คะแนน, Porsche 3.6 ลิตร Boxer turbo 111 คะแนน และปิดท้ายด้วย อันดับ 6 McLaren 3.8 ลิตร V8 110 คะแนน
 
Engine of the year 2011
 
Green Engine of the year
baสาขาเครื่องยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม ก็ยังคงเป็น Fiat TwinAir ที่สามารถเอาชนะเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ของ โตโยต้า แชมป์จากปีที่แล้ว ซึ่งติดตั้งอยู่ในรถยนต์ไฮบริดอย่าง Toyota Prius ไปได้ ด้วยคะแนน 258 คะแนน (Prius ทำได้ 204 คะแนน) อันดับ 3 คือระบบขับเคลื่อนของ Nissan Leaf อันดับ 4 เครื่องยนต์ 1.4 TSI ของ โฟล์คสวาเกน อันดับ 5 ระบบขับเคลื่อนของ Mitsubishi iMiEV ปิดท้ายด้วยอันดับ 6 เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร TSI ของ โฟล์คสวาเกน
 
Engine of the year 2011
 
Best Performance Engine
baสาขาเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ปีนี้เครื่องยนต์ 4.5 ลิตร V8 ของ เฟอร์รารี่ ที่ติดตั้งอยู่ใน Ferrari 458 Italia สามารถกำชัยเหนือแชมป์เก่า 2 ปีซ้อน (2009 - 2010) อย่างเครื่องยนต์ 6.2 ลิตร V8 ของ เมอร์เซเดส ไปได้ขาดลอย ด้วยคะแนนรวม 194 คะแนน ทิ้งอันดับ 2 อย่างเครื่องยนต์ 3.8 ลิตรของ Porsche ถึง 68 คะแนน อันดับ 3 คือแชมป์เก่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ อันดับ 4 เครื่องยนต์ 3.8 ลิตร Twin Turbo ของตัวเก่ง Nissan GT-R อันดับ 5 เครื่องยนต์ 3.8 ลิตร V8 ที่ติดตั้งใน McLaren MP4-12C ปิดท้ายด้วย บีเอ็มดับเบิลยู กับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร DI Twin Turbo ของ BMW 1 Series M Coupe

ba
เครื่องยนต์วางกลางลำบล๊อคนี้ เปิดตัวกับ 458 ในแฟรงเฟิร์ต 2009 ออกแบบใหม่ทั้งหมด และเป็นแบบไดเรคอินเจ็คชั่นรุ่นแรกของ เฟอร์รารี่ อัตราส่วนการอัด 12.5:1 ให้กำลังถึง 570 แรงม้าที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 55 กก.-ม. ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดกว่า 80% มาที่รอบต่ำเพียง 3,250 รอบ/นาที อัตราการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในไอเสีย 320 กรัม/กม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยดุตามประสาของแรง 7.3 กิโลเมตรต่อลิตร
 
Engine of the year 2011
 
Best Sub 1-litre
baสาขาเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมความจุต่ำกว่า 1,000 ซีซี แน่นอน...ยังคงเป็น Fiat TwinAir ทิ้งอันดับ 2 เครื่องยนต์ 3 สูบ 1.0 ลิตร ของ โตโยต้า ที่ประจำการอยู่ในรถเล็กอย่าง Toyota IQ และ Toyota Vitz แชมป์ปี 2009 - 2010 ไปถึง 222 คะแนน (479 ต่อ 257) อันดับ 3 คือเครื่องยนต์ 998 ซีซี 3 สูบ รหัส Kappa ของ Hyundai i10 และ Kia Picanto อันดับ 4 เครื่องยนต์ดีเซล 799 ซีซี ของ Smart Fortwo อันดับ 5 เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร 3 สูบ เทอร์โบ ของ มิตซูบิชิ ที่ลงใน Smart Fortwo เหมือนกัน ปิดท้ายด้วยอันดับ 6 เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร 3 สูบ Twinport ที่วางอยู่ใน Opel Corsa, Suzuki Alto และเจ้าเปี๊ยกของ จีเอ็ม Chevrolet Spark
 
Engine of the year 2011
 
Best 1-litre to 1.4-litre
baสาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 1,000 - 1,400 ซีซี โฟล์คสวาเกน สามารถทวงบัลลังก์คืนได้ จากเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร TSI ทวินชาร์จเจอร์ ทิ้ง Fiat 1.4 ลิตร MultiAir เทอร์โบไปเป็น 100 คะแนนเหมือนกัน (365 ต่อ 248 คะแนน) อันดับ 3 เป็นรุ่นเล็กของ โฟล์คสวาเกน คือ 1.2 ลิตร TSI อันดับ 4 ก็ยังเป็น โฟล์คฯ 1.4 ลิตร TSI แต่เป็นรุ่นเทอร์โบ อันดับ 5 เครื่องยนต์ดีเซล 1.3 ลิตร ที่ เฟียต และ จีเอ็ม ใช้ร่วมกัน ปิดท้ายด้วย เฟียต 1.4 ลิตร เทอร์โบ ที่วางในตัวแรงอย่าง 500 Abarth และ Alfa Giulietta

ba
เครื่องยนต์เบนซินบล๊อคนี้ วางอยู่ในรุ่นขายดีอย่าง VW Polo, Golf, Jetta และ Scirocco รวมถึงรถยนต์ในเครืออย่าง Seat, Skoda และรถเล็กน่ารักอย่าง Audi A1 ซึ่ง โฟล์คฯ ครองตำแหน่งสาขานี้มาแล้วถึง 6 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวใน 2006 โดยมีแนวคิดในการใช้ระบบอัดอากาศมาชดเชยความจุที่น้อยลง เพื่อรักษาสมดุลย์ระหว่างสมรรถนะ และการประหยัดเชื้อเพลิง โดยเครื่องยนต์ 1.4 ลิตรรุ่นล่าสุดนี้ ขยับกำลังขึ้นไปเป็น 185 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16 กม./ลิตร
 
Engine of the year 2011
 
Best 1.4-litre to 1.8-litre
baสาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 1,400 - 1,800 ซีซี บีเอ็มดับเบิลยู ยังคงครองแชมป์ในสาขานี้เป็นปีที่ 5 ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.6 ลิตร เทอร์โบ เฉือนอันดับ 2 เครื่องยนต์ DI เทอร์โบ ของ Alfa Romeo 159 ด้วยคะแนน 246 ต่อ 226 คะแนน อันดับ 3 เครื่องยนต์ไฮบริด 1.8 ลิตรของ Toyota Prius อันดับ 4 เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร TFSI ที่วางใน Audi และ โฟล์คฯ อันดับ 5 เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 1.6 ลิตร ที่เป็นการพัฒนาร่วมกันของ BMW - PSA ใช้สำหรับวางในรถของ BMW, Mini, Citroen และ Peugeot ปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ของค่าย ฟอร์ด ที่ใช้งานใน Ford Focus และ Volvo S60 - 80

ba
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร บล๊อคนี้ มากับระบบอัดอากาศ Twin Scroll Turbo กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ใช้งานกับรถในสังกัดอย่าง Mini Cooper S, Clubman, Countryman, Mini Works และ Clubman Works อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในไอเสีย 143 กรัม/กม.
 
Engine of the year 2011
 
Best 1.8-litre to 2-litre
baสาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 1,800 - 2,000 ซีซี ยังคงเป็น BMW ที่คว้าตำแหน่งที่ 1 ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Twin Turbo เฉือนอันดับ 2 เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ TFSI ของ Audi ที่วางใน Audi S3 ไปฉิวเฉียด ด้วยคะแนน 210 ต่อ 204 อันดับ 3 เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ TFSI ที่วางใน Audi A4 อันดับ 4 เครื่อง 4 สูบ 2.0 ลิตร i-VTEC ของ Honda Civic Type-R อันดับ 5 กลับไปที่ BMW เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ที่วางใน BMW 120d และ อันดับ 6 เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ของ Subaru Impreza WRX

ba
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบบล๊อคนี้ ประจำการอยู่ใน BMW 123d และ BMW X1 เป็นเครื่องยนต์ที่ใช้หัวฉีดคอมมอนเรล เจนเนอเรชั่นที่ 3 ทั้งยังลดน้ำหนักลงไปจากเดิมถึง 20 กก. ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 18 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในไอเสีย 138 กรัม/กม.
 
Engine of the year 2011
 
Best 2-litre to 2.5-litre
baสาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 2,000 - 2,500 ซีซี เครื่องยนต์ 2 สูบ 2.5 ลิตร เทอร์โบ TFSI ของ ออดี้ สามารถคว้าชัยชนะได้เป็นปีที่ 2 ทิ้งห่างจากเครื่องยนต์ 2.1 ลิตร CDI ของ เมอร์เซเดส แชมป์ปี 2009 ไปถึง 133 คะแนน (400 ต่อ 267) อันดับ 3 เป็นเครื่องยนต์รุ่นกลาง 2.5 ลิตร เทอร์โบ ของ Subaru Forester และ Legacy อันดับ 4 เครื่องยนต์ 6 สูบ 2.5 ลิตรของ BMW Z4 อันดับ 5 เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ของ เปอร์โยต์ - ซีตรอง - ฟอร์ด อันดับ 6 เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.4 ลิตรที่วางใน Hyundai Sonata และเพื่อนจากเกาหลี Kia Optima

baเครื่องยนต์บล๊อคนี้วางอยู่ในตัวแรง Audi TT RS และรุ่นล่าสุด RS3 กำลังสูงสุด 340 แรงม้า แรงบิดมีให้ถึง 45 กก.-ม. ที่ 1,600 - 5,000 รอบ/นาที ระบบหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น ช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10.8 กม./ลิตร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บรรดากรรมการเทใจให้ นอกเหนือจากสมรรถนะอันน่าประทับใจแล้ว ก็คือ 'เสียง' ของเครื่องยนต์บล๊อคนี้นั่นเอง
 
Engine of the year 2011
 
Best 2.5-litre to 3-litre
baสาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 2,500 - 3,000 ซีซี BMW คว้าชัย 1-2 ด้วยเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร DI Twin Turbo ชนะเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรดีเซลของตัวเองด้วยคะแนน 421 ต่อ 237 อันดับที่ 3 เป็นของ Porsche กับเครื่องยนต์ 2.9 ลิตร 6 สูบนอนของ Boxster อันดับ 4 เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร TDI ที่ใช้ใน Audi และ VW อันดับ 5 เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ ของ Audi Q7 ปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ที่ใช้ใน Jaguar, Ford และเครือ PSA

baเครื่องยนต์ 320 แรงม้า น้ำหนักเบาบล๊อคนี้ วางอยู่ใน BMW รุ่นท๊อปหลากรุ่น เช่น BMW Z4, X6, 1 Series M Coupe, 3 - 5 - 6 และ 7 Series อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 10.8 กม./ลิตร จุดเด่นอยู่ที่ระบบหัวฉีดอิเลคทรอนิกส์ HPI หรือ High Precision Injection ใช้เทคโนโลยีหัวฉีด Piezo วางกลางหัวกระบอกสูบ ส่งผลให้มลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำ อัตราการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในไอเสีย 220 กรัม/กม. เท่านั้น และเครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นก่อนหน้า สามารถคว้าชัยชนะในสาขานี้ได้ถึง 3 ปีซ้อน (2007 - 2009)
 
Engine of the year 2011
 
Best 3-litre to 4-litre
baสาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 3,000 - 4,000 ซีซี เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ของ BMW ยังคงไม่มีใครมาช่วงชิงไปได้ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างเครื่องยนต์ 3.8 ลิตร ของ Porsche GT3 ไปแบบขาดลอย 173 คะแนน (364 ต่อ 191) อันดับ 3 McLaren 3.8 ลิตร V8 อันดับ 4 เครื่องยนต์ 3.4 ลิตร 6 สูบนอนของ พอร์ช อันดับ 5 เครื่องยนต์ 3.8 ลิตร Twin Turbo ของ Nissan GT-R และอันดับ 6 เครื่องยนต์ 3.5 ลิตร EcoBoost ของ ฟอร์ด

baเครื่องยนต์บล๊อคนี้ คว้าชัยให้ BMW 4 ปีซ้อน ประจำการอยู่ในสปอร์ตรุ่นสวย BMW M3 กำลังสูงสุดมีให้ถึง 420 แรงม้า ที่ 8,250 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 8.9 กม./ลิตร จุดเด่นในเจนเนอเรชั่นล่าสุดคือระบบ Auto Start/Stop และ Brake Energy Re-generation
 
Engine of the year 2011
 
Best Above 4-litre
baปิดท้ายกันที่สาขาเครื่องยนต์ความจุมากกว่า 4,000 ซีซี ปีนี้ Ferrari 4.5 ลิตร V8 และ Ferrari Italia สามารถคว้าชัยในสาขาที่ 2 เหนือแชมป์เก่าเครื่องยนต์ 6.2 ลิตร V8 ของ Mercedes-Benz C 63 AMG ไปได้ด้วยคะแนน 230 ต่อ 188 อันดับ 3 เป็นของ BMW 4.4 ลิตร DI เทอร์โบ ที่ติดตั้งใน BMW X5 - BMW X6 อันดับ 4 เครื่องยนต์ 4.8 ลิตร V8 เทอร์โบ ของ Porsche Panamera อันดับ 5 เครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ V8 ความจุ 5.0 ลิตร ที่วางใน Jaguar XF, XKR และ Range Rover Sport ปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์ 6.2 ลิตร V8 ของ Mercedes-Benz SLS AMG

baเหตุผลที่คณะกรรมการเทคะแนนให้ Ferrari นอกเหนือจากสมรรถนะที่มีมาให้แบบสุดเร้าใจ แทบจะพร้อมแข่งแล้ว คือ อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียที่ต่ำกว่าคู่แข่ง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ เมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้มา

baพบกันอีกทีปีหน้าครับ
 
 
1000x
 
 
R E L A T E D   N E W S  :
• INNOVATION  : เครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี - International Engine of the year 2010
• INNOVATION  : เครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี - International Engine of the year 2009
800x
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail