 |
| |
| เรื่อง : Mercedes-Benz Thailand |
Saturday, 16 April, 2011 0:29 AM |
|
 |
| |
|
| |
ณ ศูนย์ทดสอบใน Stuttgart-Unterturkheim การปฏิบัติงานในแต่ละวัน คือ การนำเครื่องยนต์มาทดสอบการใช้งานอย่างหนักหน่วง ซึ่งที่นี่ เครื่องยนต์จำนวน 72 เครื่อง จะถูกทดสอบการใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วันในหนึ่งอาทิตย์ และเมื่อทีมงานวิศวกร เริ่มให้เครื่องยนต์ทำงาน ท่อไอเสีย และแคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์ จะเปลี่ยนเป็นสีแดงภายในเวลาไม่กี่วินาที ขณะที่ความร้อนภายในระบบไอเสียพุ่งขึ้นสูงถึง 900 องศาเซลเซียส
การทดสอบจำลองสถานการณ์การใช้งานเครื่องยนต์ถึง 3 รูปแบบ จากการสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาพอุณหภูมิที่เย็นจัด, ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด จนถึงการเดินทางอย่างต่อเนื่อง เครื่องยนต์แบบ 8 สูบรุ่นใหม่ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้พิสูจน์สมรรถนะของตัวเองในทุกๆ สภาพการณ์มากกว่า 52,000 ชั่วโมง นอกเหนือจากการทดสอบการใช้งานบนท้องถนน ที่คิดเป็นระยะทางยาวไกลถึง 7 ล้านกิโลเมตร รวมถึงทดสอบการขับขี่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดของ Death Valley ในสหรัฐอเมริกา และในสนามทดสอบความเร็วสูงใน Nardo ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เพื่อให้เกิดความมั่นใจอย่างสูงสุดว่า เครื่องยนต์เบนซิน BlueDIRECT แบบ V8 สามารถบรรลุถึงความยอดเยี่ยม ทั้งในด้านของคุณภาพการขับขี่ อายุการใช้งานยาวนาน และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด |
| |
 |
| |
| • การทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์ ณ ศูนย์ทดสอบใน Stuttgart-Unterturkheim |
 |
| |
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ แรงบิดสูงในรอบเครื่องที่ต่ำ, ระบบ direct-start และ ปั๊มน้ำมันหล่อลื่นที่เปลี่ยนแปลงได้ สถิติตัวเลขที่ได้จากการทดสอบเครื่องยนต์ใหม่ เป็นสิ่งที่นำความพึงพอใจมาให้อย่างมาก กำลังแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 320 กิโลวัตต์ เพิ่มขึ้นจากเครื่องยนต์รุ่นก่อนหน้านี้ประมาณ 12% ขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงถึง 22% โดยเครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้ จะถูกนำไปติดตั้งใน Mercedes-Benz CL-Class และสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงดีขึ้นขึ้นกว่า 3 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร
หนึ่งในการพัฒนาเครื่องยนต์ V8 ใหม่ คือการลดขนาดหรือ downsizing ความจุกระบอกสูบถูกลดลง 0.8 ลิตร เหลือ 4,663 ซีซี เพื่อผลทางด้านการลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 700 นิวตันเมตร เพียงพอที่จะเรียกรอยยิ้ม ให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของผู้ขับขี่ทุกครั้งที่กดแป้นคันเร่งลงไป โดยเฉพาะการปรับแต่งเทอร์โบชาร์จสองตัวใหม่ ทำให้สามารถเรียก 85% ของพละกำลังทั้งหมดที่มีอยู่มาใช้งาน เพียงแค่แตะคันเร่งลงไปเบาๆ เท่านั้น |
| |
 |
| |
| • เครื่องยนต์ BlueDIRECT 8 สูบรุ่นใหม่ The new V-engine generation : V8 engine |
 |
| |
เครื่องยนต์ BlueDIRECT 6 สูบรุ่นใหม่ ก็มีประสิทธิภาพที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แม้ไม่มีเทอร์โบชาร์จช่วยในการอัดอากาศก็ตาม โดยเครื่องยนต์ที่ใช้อากาศปกตินี้ ถูกติดตั้งด้วยท่อรวมไอดี ที่พัฒนาให้มีความผันแปรความยาวของท่ออากาศโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่ โดยสามารถปรับได้เป็น 3 ระดับ คือ สั้น, ปานกลาง หรือ ยาว เพื่อให้เครื่องยนต์มีการทำงานที่สมดุล ระหว่างแรงบิดสูงในรอบต่ำ และแรงม้าสูงที่รอบเครื่องยนต์สูงสุด
กำลัง 306 แรงม้า (225 กิโลวัตต์) ที่ได้จากเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร ถือว่ายอดเยี่ยมเช่นเดียวกับตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยเครื่องยนต์ 6 สูบรุ่นใหม่ใน S-Class เป็นตัวอย่างที่ดี S 350 มีกำลังเพิ่มขึ้น 34 แรงม้า (25 กิโลวัตต์) อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 7.6 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร เทียบกับเครื่องยนต์เดิม ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นถึง 24%
"พละกำลังมากขึ้นขณะที่กินน้ำมันน้อยลง" เป็นทฤษฎีที่อยู่เบื้องหลังเครื่องยนต์ BlueDIRECT ทั้งสองเครื่อง ในยุโรปตะวันตก เครื่องยนต์ทั้งสอง 2 บล๊อค สามารถใช้งานร่วมกับฟังก์ชั่น Start/Stop และยังสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบหลัก ของระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
|
| |
 |
| |
| • เครื่องยนต์ BlueDIRECT 6 สูบรุ่นใหม่ The new V-engine generation : V6 engine |
 |
| |
เครื่องยนต์ V6 และ V8 รุ่นล่าสุด ประกอบด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ จำนวนมาก รวมถึงการใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ ไดเร็คอินเจ็คชั่น ที่พัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น พร้อมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ห้องเผาไหม้แบบสเปรย์ โดยเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งถูกนำมาใช้ใน เมอร์เซเดส-เบนซ์
หัวฉีด piezo มีบทบาทสำคัญในหน้าที่นี้ ภายในหัวฉีด piezo ใช้คริสตัลเซรามิคในการควบคุมเข็มหัวฉีด โครงสร้างของคริสตัลจะเปลี่ยนไปในเวลาเพียง หนึ่งในหนึ่งล้านวินาที ภายใต้แรงดันไฟฟ้า เพื่อให้ปริมาณการฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปยังห้องเผาไหม้ เป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำมากที่สุด โดยขึ้นอยู่กับโหมดการทำงาน
หัวฉีดนี้สามารถที่จะส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในสภาพของละอองสเปรย์ ที่มีอนุภาคขนาดเล็กเป็น 5 เท่าต่อปริมาณที่ต้องการใช้ ทำให้เกิดการผสมผสานที่เหมาะสมต่อการทำงาน และความเร็วของรอบเครื่องยนต์ การเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพ ได้รับการช่วยเหลือให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เมื่อวิธีการนี้ถูกนำมาใช้ร่วมกับระบบจุดระเบิดที่มีการทำงานที่รวดเร็ว แม่นยำขึ้น โดยสามารถจุดระเบิดได้มากถึง 4 ครั้ง ในเวลาเพียงหนึ่งในพันของหนึ่งวินาที
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และระบบจุดระเบิดนี้ ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากกว่า 4% |
| |
 |
| |
| • ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ไดเร็คอินเจ็คชั่น ที่พัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น พร้อมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ห้องเผาไหม้แบบสเปรย์ |
 |
| |
เมื่อ กอตต์ลีบ เดมเลอร์ (Gottlieb Daimler) และ วิลเฮล์ม มายบัค (Wilhelm Maybach) สร้างเครื่องยนต์ลูกสูบเดียวขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ 125 ปีก่อน ไม่มีใครคาดคิดว่า ณ วันนี้คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง จะเข้ามามีบทบาทในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ BlueDIRECT สิ่งนี้ประกอบด้วย ปั๊มน้ำมันหล่อลื่นที่ปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งจะส่งปริมาณน้ำมันหล่อลื่นไปใช้งานตามความเร็วรอบของเครื่องยนต์อย่างแท้จริง, การออกแบบปั๊มน้ำ ซึ่งใช้กำลังในการขับเคลื่อนที่น้อยลง
โซ่ที่ใช้ในการขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยว และเพลาข้อเหวี่ยง ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการกำหนดกำลัง และเพื่อลดการเสียดสี ให้การทำงานที่เงียบมากขึ้น ระบบนี้ยังใช้โซ่ขนาดสั้นสามเส้น แทนการใช้โซ่แบบยาวเส้นเดียว ที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป
และทั้งหมดนี้ ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด BlueEFFICIENCY ที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด •
SOURCE : MERCEDES-BENZ THAILAND |
| |