 |
| |
|
Tuesday, 12 October, 2010 2:23 PM
|
 |
| |
|
| |
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก้าวสู่ยุคยนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ชูเทคโนโลยี BlueEFFICIENCY นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นที่จำหน่าย ตั้งแต่ Mercedes-Benz C-Class, E-Class, S-Class และ Niche car อันได้แก่ E-Class Coupe, E-Class Cabriolet และ M-Class โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกคันในปัจจุบัน ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้ จะช่วยทั้งการประหยัดเชื้อเพลิง ลดปริมาณการคายคาร์บอนไดออกไซด์ และรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต่อไปในอนาคต
วิศวกรของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รวบรวมความรู้ความสามารถหลายๆ ด้าน ในการพัฒนาเทคโนโลยี BlueEFFICIENCY เพื่อลดน้ำหนักตัวถัง และอุปกรณ์ต่างๆ การปรับโครงสร้างของรถเพื่อเพิ่มแอโรไดนามิค หรือให้มีความลู่ลมมากที่สุด รวมไปถึงการปรับปรุง การบริหารพลังงานของรถทุกคัน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น |
| |
 |
| |
จุดเด่นของเทคโนโลยี BlueEFFICIENCY ก็คือเครื่องยนต์ตระกูล CGI และ CDI เครื่องยนต์เหล่านี้ มาพร้อมกับการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Multiple ทำให้เครื่องยนต์เดินได้เรียบขึ้น ลดปริมาณไอเสียลง และจากการวัดปริมาณไฮโดรคาร์บอน พบว่าลดลงมากกว่าครึ่งในระหว่างที่เครื่องยนต์เพิ่งถูกสตาร์ท ขณะเดียวกันตัวกรองไอเสียก็จะร้อน และพร้อมทำงานเร็วขึ้น
สำหรับในบ้านเรา เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยี BlueEFFICIENCY และมีจำหน่ายได้แก่ Mercedes-Benz C 200 CGI, C 200 CGI ELEGANCE, C 200 CGI AVANTGARDE, C 250 CDI AVANTGARDE, C 250 CGI, E 200 CGI ELEGANCE, E 250 CDI ELEGANCE, E 250 CGI AVANTGARD, E 250 CGI Coupe, E 250 CGI Cabriolet, S 350 CDI และ ML 300 CDI |
| |
 |
| |
ในรุ่น C 250 CDI BlueEFFICIENCY เครื่องยนต์ดีเซล อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงเหลือ 5.8 ลิตร/100 กม. ในขณะที่ปริมาณการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ลดลงมาที่ 153 กรัม/กม. ส่วน E 200 CGI BlueEFFICIENCY เครื่องยนต์เบนซิน อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 7.5 ลิตร/100 กม. อัตราการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์อยู่ที่ 177 กรัม/กม. และ S 350 CDI BlueEFFICIENCY เครื่องยนต์ดีเซล อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 7.7 ลิตร/100 กม. และอัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 202 กรัม/กม.
ศ. ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นอกจากการเป็น ผู้ประดิษฐ์รถยนต์แล้ว วันนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้มอบความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มากกว่าผู้ผลิตรายอื่น โดยก่อนที่เราจะก้าวไปสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนแบบไร้ซึ่งมลพิษ ภายในสิ้นปีนี้เราจะมีเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ใช้เทคโนโลยี BlueEFFICIENCY ออกขายถึง 85 รุ่นทั่วโลก ซึ่งรถเหล่านี้ได้ถูกปรับปรุงด้านเทคนิคและพลศาสตร์ เพื่อช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลงถึง 30 % และผ่านมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดเกินกว่าที่กำหนดไว้ในอนาคต” |
| |
 |
| |
“ด้วยการลงทุนอันมหาศาลของเราในด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ต่างๆ ของเรานั้น วันนี้เราได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำในเรื่องของการขับขี่แบบยั่งยืน เทคโนโลยี BlueEFFICIENCY เป็นนิยามที่ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งมีในรถยนต์รุ่นต่างๆ ของเรา ที่ให้ทั้งความสะอาด และก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการขับขี่สูงสุด”
“หลังจากที่ผ่านมาถึงสี่ชั่วอายุคน วันนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ที่ก้าวล้ำ และแก้ปัญหาที่โลกของเราเผชิญอยู่ เช่น ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เทคโนโลยี BlueEFFICIENCY จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นพันๆ ตัน และทำให้เรามองเห็นปลายทางที่ไร้ซึ่งมลพิษในอนาคต” ศ.ดร. เพาฟเลอร์ กล่าวเสริม •
• ที่มา : เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย • |
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คลิ๊กที่นี่ครับ : Mercedes News Section |
 |
 |
|
| |