motortrivia.com
m2 INNOVATION SECTION | BACK TO INNOVATION MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
 
BMW LifeDrive
 
Wednesday, 4 August, 2010 0:15 AM
800x
 
BMW LifeDrive
เทคโนโลยีจากอนาคตสำหรับ Megacity Vehicle โครงสร้างตัวถังความปลอดภัยสูง
 
baบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เตรียมพลิกหน้าประวัติศาสตร์โลกยานยนต์ ด้วยโครงการ MCV Megacity Vehicle ที่มีแผนออกสู่ตลาด ภายในปี ค.ศ. 2013

baดร. เคล้าส์ เดรเกอร์ กรรมการบริหารด้านวิจัยและพัฒนาของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กล่าวว่า “Megacity Vehicle จะเป็นการปฏิวัติโลกยานยนต์ ทั้งในด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและระบบโครงสร้างตัวถัง รวมถึงเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของโลก ที่ผลิตโครงสร้างตัวถังด้วยวัสดุคาร์บอนจำนวนมาก เทคโนโลยีระบบโครงสร้างตัวถัง LifeDrive เป็นการก้าวกระโดดของระบบโครงสร้างน้ำหนักเบา ซึ่งจะช่วยลดน้ำหนักถึง 250-300 กิโลกรัม สำหรับ MCV ซึ่งจะใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า”

 
BMW LifeDrive
 

ba“สำหรับการวิจัยและพัฒนา บีเอ็มดับเบิลยู ตัดสินใจที่จะพัฒนาระบบขับเคลื่อน ระบบ Power Electronics และระบบวิศวกรรมของชุดแบตเตอรี่ขึ้นมาเอง เนื่องจากระบบดังกล่าว เป็นหัวใจสำคัญของ Megacity Vehicle อีกทั้งยังเป็นความเชี่ยวชาญพิเศษของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ด้วย

baในขณะเดียวกัน เราก็ได้สร้างพันธมิตรกับ SB LiMotive ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ Bosch และ Samsung ในด้านการวิจัย และพัฒนาในระดับเซลล์ของแบตเตอรี่ และ SGL Group ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุคาร์บอน ทั้งนี้ทั้งนั้น Megacity Vehicle ซึ่งจะออกสู่ตลาดภายในปี ค.ศ. 2013 ภายใต้แบรนด์ BMW โดยจะมีคาร์แรกเตอร์การขับขี่ที่ปราดเปรียว คล่องตัว ในสไตล์บีเอ็มดับเบิลยู”

 
BMW LifeDrive
 

baคอนเซ็ปต์ LifeDrive จะเป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีระบบโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา ที่จะเข้ามาช่วยลดน้ำหนัก เพื่อให้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า สามารถทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด วิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยูได้ออกแบบทั้งในส่วนของ วิศวกรรมระบบโครงสร้างตัวถัง รวมถึงเทคโนโลยี และขั้นตอนการผลิต โดยใช้นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ที่ประยุกต์ใช้วัสดุคาร์บอน CFRP - Carbon Fiber Reinforced Plastic ทั้งในส่วนของโครงสร้างตัวถัง และห้องโดยสาร ซึ่งจะช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 250-300 กิโลกรัม

baคอนเซ็ปต์โครงสร้างตัวถัง LifeDrive แบ่งระบบโครงสร้างออกเป็น 2 ส่วน...

(1) Drive Module
baส่วนของ ไดร์ฟ โมดูล จะรวมระบบแบตเตอรี่, ระบบขับเคลื่อน, ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย และระบบแชสซี เข้าไว้เป็นหน่วยเดียวกัน

 
BMW LifeDrive
 
BMW LifeDrive
 

(2) Life Module
baส่วนของ ไลฟ์ โมดูล จะเป็นส่วนของ 'ห้องโดยสารความแข็งแกร่งสูง' เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่มีน้ำหนักเบา ผลิตจากวัสดุ CFRP ในด้านของการออกแบบวิศวกรรม และกระบวนการผลิต คอนเซ็ปต์ LifeDrive จัดเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยระบบโครงสร้างตัวถังสองส่วน ที่เป็นอิสระต่อกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง ในแง่ของการออกแบบผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังใช้กระบวนการผลิตใหม่ที่เรียบง่าย ยืดหยุ่น ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าขั้นตอนการผลิตรถยนต์ในปัจจุบัน

baบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มุ่งมั่นในการเป็นแรงขับเคลื่อนโลกยานยนต์สู่อนาคต Future Mobility ด้วยการพัฒนาระบบขับเคลื่อน และยานยนต์ที่จะตอบสนองความต้องการด้านยานพาหนะส่วนบุคคล พร้อมกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ยังคงไว้ซึ่งตัวตนของความเป็นบีเอ็มดับเบิลยู ในด้านของสุนทรียภาพแห่งการขับขี่

 
BMW LifeDrive
 
baบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จึงได้ก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และระบบโครงสร้างตัวถังพิเศษ ที่ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทั้งในด้านวิศวกรรม ด้านการผลิต และด้านจัดซื้อจัดหา เพื่อที่จะสร้างนิยามใหม่ให้กับกระบวนการพัฒนา และผลิตยานยนต์แห่งอนาคต โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยไปจนถึงการจัดจำหน่ายถึงมือผู้ใช้

baนอกจากนี้ระบบโครงสร้างตัวถังของ MCV ที่ใช้วัสดุคาร์บอน ยังจะช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์พื้นผิวที่สวยงาม ได้อย่างอิสระมากขึ้นด้วย

ความสำเร็จในวันปัจจุบันด้วยเทคโนโลยี EfficientDynamics
baณ วันนี้เทคโนโลยี EfficientDynamics ตอกย้ำความเป็นผู้นำอย่างเหนือชั้นให้กับบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยการบรรลุเป้าหมายของปฏิญญา ACEA - Association of European Car Manufacturers โดยสามารถเพิ่มความประหยัดน้ำมันเฉลี่ยของรถทั้งกลุ่มลงกว่า 25% (ระหว่างปี ค.ศ. 1995-2008) และในขณะนี้มีรถยนต์ BMW ที่มีเทคโนโลยี EfficientDynamics มากกว่า 1 ล้านคัน ในทุกรุ่นทุกเซ็กเมนท์ ตั้งแต่ซีรี่ย์ 1 ถึงซีรี่ย์ 7
 
 

baในปีค.ศ. 2008 เทคโนโลยี EfficientDynamics ได้ช่วยให้ผู้ใช้รถบีเอ็มดับเบิลยูในยุโรปประหยัดน้ำมันรวมกันถึง 150 ล้านลิตร และลดการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ 373,000 ตัน เมื่อเทียบกันปี ค.ศ. 2006 ถ้าเทียบว่า เอาน้ำมันที่ประหยัดได้จากเทคโนโลยี EfficientDynamics มาผลิตไฟฟ้า จะสามารถป้อนไฟฟ้าให้กับประชากรถึง 780,000 คนเป็นเวลา 1 ปี

baในปีนี้มีรถยนต์จากบริษัทบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปถึง 49 รุ่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน EU5 ซึ่งมีถึง 27 รุ่น ที่มีอัตราการคายไอเสีย คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ต่ำกว่า 140 กรัมต่อกิโลเมตร

baและในปี ค.ศ. 2009 นี้ เทคโนโลยี ActiveHybrid ซึ่งผนวกรวมเทคโนโลยีไฮบริดที่เหนือชั้น เข้ากับคาร์แรคเตอร์ที่ปราดเปรียว และคล่องตัวในการขับขี่ตามสไตล์บีเอ็มดับเบิลยู จะได้รับการพัฒนาเข้าสู่สายการผลิตเป็นครั้งแรก
 
800x
text : อ่านข่าวทั้งหมดของ บีเอ็มดับเบิลยู คลิ๊กที่นี่ครับ : BMW News Section
 
 
1000x
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail