ลองจินตนาการดูว่า การขับรถจะมีความสุขแค่ไหน เพียงขับรถออกบ้านตอนเช้า และเมื่อขับเข้ามอเตอร์เวย์ก็จะพบกับเพื่อนร่วมทาง ที่ขับต่อกันเป็นขบวนด้วยความเร็วปกติ ทิ้งระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้ว จากนั้นคุณก็ปล่อยมือจากพวงมาลัย ละสายตาจากท้องถนน และใช้เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ คุยโทรศัพท์ หรือดูโทรทัศน์ ในขณะที่รถยังคงขับเคลื่อนไปด้วยความปลอดภัย และประหยัดเชื้อเพลิง
อุตสาหกรรมยานยนต์ ล้วนมีความพยายามในการพัฒนาระบบป้องกัน หรือหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ระบบควบคุมการลื่นไถล ระบบช่วยเบรก แต่ก็มีบริษัทรถยนต์บางราย พยายามคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อทำให้ยานยนต์สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยคนเอง โดยไม่ต้องมีผู้ขับอยู่หลังพวงมาลัย หรือที่เรียกกันว่า Autonomous Driving
ยานยนต์คันแรกที่ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อให้ขับได้โดยไม่ต้องมีผู้ขับ จะขับทดสอบในสนามช่วงต้นปี 2011 มีอุปกรณ์หลัก เช่น ระบบนำทางผ่านดาวเทียม ชุดรับและส่งสัญญาณเพื่อติดต่อกับรถนำหรือ Lead Vehicle
Lead Vehicle แนวคิดของการขับตามกันเป็นขบวนคือ มีรถนำซึ่งขับโดยคนที่มีความชำนาญเส้นทาง อาจเป็นรถแท็กซี่ รถบัส หรือรถบรรทุกก็ได้ ส่วนรถตามจะมีประมาณ 6-8 คันในแต่ละขบวน
ข้อได้เปรียบของระบบนี้คือ ผู้ขับรถที่อยู่ในขบวนทุกคน จะไม่ต้องใช้เวลาหลายนาทีหรืออาจเป็นชั่วโมงในการขับรถ โดยสามารถนำเวลานั้นมาใช้ทำธุรกิจ หรือทำเรื่องส่วนตัวอื่นๆ ระบบการขับอัตโนมัติเป็นขบวน จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อเปรียบเทียบกับการขับแบบเดี่ยว เนื่องจากรภทุกคันจะขับชิดกัน จึงลดแรงต้านอากาศ สามารถลดการใช้พลังงานโดยรวมได้กว่า 20 เปอร์เซ็นต์
SARTRE เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ได้รับทุนสนับสนุนจากคณะกรรมมาธิการภาคพื้นยุโรป และเป็นความร่วมมือของหลายบริษัท เช่น บริษัท Ricardo UK, Idiada and Rpbotiker-Tecnalia ประเทศสเปน, Institut für Kraftfahrwesen Aachen หรือ IKA ประเทศเยอรมนี และ สถาบันวิจัยเทคโนโลยี SP Technical Research Institute ประเทษสวีเดน รวมทั้ง บริษัท วอลโว่ คาร์ และ วอลโว่ เทคโนโลยี ประเทศสวีเดน •