| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Friday, 20 January, 2012 0:39 AM |
|
 |
| |
|
| |
เมอร์เซเดส วางแผนทำตลาดไฮบริดแบบปลั๊ก-อินในสหรัฐฯ ด้วย Mercedes-Benz B-Class ที่มาพร้อมระบบ extended-range หลังจากเปิดตัวต้นแบบอย่างเป็นทางการที่ 2011 แฟรงค์เฟิร์ท มอเตอร์โชว์ ปลายปีที่ผ่านมา และอาจจะต่อด้วย A-Class แฮทช์แบค และ SUV ขนาดคอมแพคท์ในอนาคต ก่อนจะปิดท้ายด้วยการปล่อยเช่า B-Class เวอร์ชั่นฟิว-เซลล์แบบจำกัดจำนวนในแคลิฟอร์เนียภายในปี 2014
คันต้นแบบที่เปิดตัวในแฟรงค์เฟิร์ท มากับชื่อ Mercedes-Benz B-Class E-Cell+ Concept ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส กำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ (136 แรงม้า) โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบเทอร์โบ 1.0 ลิตร ทำหน้าที่เป็นออน-บอร์ด เจนเนอเรเตอร์ ปั่นไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ ผลิตกำลังได้ 50 กิโลวัตต์ (67 แรงม้า) ที่ 3,500 รอบ/นาที
หัวใจหลักอย่างแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นฝีมือการแพคของ Deutsche ACCUmotive ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง เดมเลอร์ และ Evonik Industries บริษัทพลังงานและเคมีในเยอรมัน ระบบปลั๊ก-อิน รองรับทั้งไฟบ้านในโหมดธรรมดา และฟาสต์ชาร์จตามสถานีบริการ ออน-บอร์ด ชาร์จเจอร์สำหรับแบตเตอรี่ขนาด 3.3 กิโลวัตต์ |
| |
 |
| |
ด้านสมรรถนะ ระยะทางในการขับตามมาตรฐาน NEDC ประมาณ 100 กม. ในโหมดไฟฟ้าล้วน แต่หากต้องวิ่งไกลกว่านั้น ระบบ extended-range จะทำงานด้วยการสตาร์ทเครื่องยนต์ และปั่นกระแสไฟฟ้าเข้าไปในแบตเตอรี่จนกว่าน้ำมันจะหมด สามารถเพิ่มระยะทางได้ถึง 600 กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 11 วินาที ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียสุดต่ำ เพียง 32 กรัม/กม. เท่านั้น
ที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. เครื่องยนต์สันดาปภายในจะทำหน้าที่เป็นออน-บอร์ด เจนเนอเรเตอร์ ปั่นไฟไปเก็บยังแบตเตอรี่เท่านั้น (Serial Mode - ไฮบริดแบบอนุกรม) และระบบจะใช้เชื้อเพลิงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความประหยัดสูงสุด แต่หากใช้ความเร็วเกิน 60 กม./ชม. เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานร่วมกัน ส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้า (Parallel Mode - ไฮบริดแบบคู่ขนาน) โดยในจังหวะนี้ กำลังส่วนเกินที่เหลือจากการขับเคลื่อน จะถูกชาร์จกลับเข้าไปยังแบตเตอรี่ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขด้านบนอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อเป็นเวอร์ชั่นจำหน่ายจริง •
หมายเหตุ: ภาพประกอบ Mercedes-Benz B-Class E-CELL Plus Concept ปี 2011 |
| |
|
|
|