| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Tuesday, 27 December, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
เทสล่า มอเตอร์ พร้อมแล้วสำหรับการบุกตลาดสปอร์ตไฟฟ้าในช่วงมิถุนายน 2012 เผยราคาพร้อมเสปคสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา แบ่งการจำหน่ายเป็น 3 รุ่นย่อย คือ Model S รุ่น Entry Level, รุ่นพื้นฐาน Base Model และรุ่น Performance edition ส่วน โรงงานประกอบในแคลิฟอร์เนีย ที่ เทสล่า ร่วมมือกับ โตโยต้า เปลี่ยนชื่อเป็น Tesla Factory และเปิดไลน์การผลิตไปเรียบร้อยแล้ว
Tesla Model S หรือโค๊ดเนม WhiteStar เปิดตัวครั้งแรกใน 2010 ดีทรอยต์ ออโต้ โชว์ ออกแบบโดย Franz von Holzhausen อดีตดีไซน์เนอร์ของ Mazda ตัวรถมาในรูปโฉมของซีดาน 4 ประตู ฟูลไซส์ ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าล้วน โดยอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ (BEV) ส่งกำลังด้วยเกียร์จังหวะเดียว
Model S รุ่นเริ่มต้น Entry Level มากับแบตเตอรี่แพคความจุ 40 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทาง 257 กม./รีชาร์จ มอนิเตอร์ทัชสกรีน 17 นิ้ว และล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 49,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท
Model S รุ่นพื้นฐาน Base Model มี 2 ทางเลือกความจุแบตเตอรี่คือ 60 กิโลวัตต์-ชั่วโมง 370 กม./รีชาร์จ และ 85 กิโลวัตต์-ชั่วโมง 483 กม./รีชาร์จ ราคาจำหน่าย 59,000 - 69,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.8 - 2.1 ล้านบาทตามลำดับ
ปิดท้ายด้วยรุ่นท๊อป Performance edition ราคาเริ่มต้น 79,900 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท ใช้แบตเตอรี่แพคชุดเดียวกับรุ่น Base 85 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แต่ภายในจะได้รับการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ หนัง Nappa ยางไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ ช่วงล่างจูนแบบสปอร์ต พร้อมระบบ Active Air Suspension ปรับระดับอัตโนมัติตามสภาพถนน กันสะเทือนปรับค่าแข็ง-อ่อนด้วยปริมาณอากาศในถุงลม
Performance edition มีอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 4.4 วินาที เร็วกว่ารุ่นพื้นฐานที่ใช้แบตเตอรี่ความจุเท่ากัน 1.1 วินาที |
| |
 |
| |
อย่างไรก็ตาม 1,000 คันแรกของ Model S ที่จะจำหน่ายในปีหน้า ยังไม่ใช่รุ่นย่อย 3 รุ่นข้างต้น แต่จะเป็นรุ่นพิเศษแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น ในชื่อ Signature Series ใช้พิ้นฐานจากรุ่น Base แบตฯ 85 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ภายในหุ้มหนัง Nappa พร้อมสีเฉพาะสำหรับ Signature Series ราคาจำหน่ายพุ่งขึ้นเป็น 87,900 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.7 ล้านบาท
แพคเกจล้วงเงินในกระเป๋ายังไม่หมดแค่นั้น เพราะยังมีรุ่นท๊อปของตัวท๊อปอีกที Model S Signature Performance ใช้พื้นฐานจากรุ่น Performance edition แต่เพิ่มแพคเกจสีเฉพาะสำหรับ Signature Series ราคาเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 97,900 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีชุดอัพเกรดอีก 2 แพคเกจ คือ Tech Package และ Sound Studio Package ให้เลือกติดตั้งเพิ่มเติมด้วย
Signature Series พร้อมจำหน่ายในเดือนมิถุนายน 2012 ส่วน 3 รุ่นย่อยข้างต้นนั้น รุ่นแบตฯ 60 จะเริ่มผลิตในช่วงเดือนกันยายน ต่อด้วยรุ่นแบตฯ 40 ในเดือนธันวาคม เรียกว่าใครไม่อยากรอต้องซื้อรุ่นแพงก่อนเลย... แต่อย่าลืมว่า 'แพง' ที่ว่านี้ ก็ยังถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้ โดยเฉพาะหากเทียบกับเจ้า DarkStar หรือ Tesla Roadster ที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 109,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 3.4 ล้านบาท • |
| |
|
|
|