 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Tuesday, 12 April, 2011 0:29 AM
|
|
 |
| |
|
| |
ฮุนได มอเตอร์ New Thinking. New Possibilities. อีกครั้ง เปิดตัวรถยนต์แบบ FCEV คันล่าสุด Hyundai Blue2 Concept ในงาน โซล มอเตอร์โชว์ 2011 โดยชื่อของรถเป็นการเล่นคำระหว่างระบบ Blue Drive ของ ฮุนได ร่วมกับเลข 2 จากสัญลักษณ์ H2 (ไฮโดรเจน - 2 คือลักษณะเฉพาะของไฮโดรเจน ที่โมเลกุลมี 2 อะตอม) แต่รวมแล้วตามข่าวอ่านออกเสียงว่า บลูสแควร์ ผู้เขียนเห็นครั้งแรกก็ บลูทู ก่อนเลย
ภายนอกมากับการออกแบบใหม่ที่ ฮุนได เรียกว่า Intersected Flow เน้นเหลี่ยมสัน และความคมของเส้นสายรอบคัน ต่างจากรูปแบบเดิมที่ใช้ในปัจจุบันอย่าง Fluidic Sculpture ที่เน้นความต่อเนื่องไหลลื่นตลอดคัน แต่ก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายของความลื่นไหลตั้งแต่หัวจรดท้าย เพียงแต่ตัดความโค้งมนออกไปบ้าง (นึกภาพคุณหั่นหัว - ท้าย Sonata แล้วตบหลังคาให้เป็นเส้นตรง) เพื่อให้ได้อารมณ์ใหม่ๆ ในขณะที่คุณสมบัติด้านแอร์โรไดนามิคไม่สูญเสียไป |
| |
 |
| |
Blue2 Concept เป็นรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน (FCEV - Fuel Cell Electric Vehicle) ผลิตกำลังได้ประมาณ 120 แรงม้า (90 กิโลวัตต์) สวมยางลดแรงต้านทานการหมุน low-rolling-resistance ของ Hankook คิดเทียบกลับมาเป็นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 34.9 กม./ลิตร หรือ 82.1 ไมล์/แกลลอน ส่วนรายละเอียดทางเทคนิคของระบบ ยังไม่มีข้อมูล ณ เวลานี้ครับ
โดยปกติรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Fuel Cell หรือ เซลล์เชื้อเพลิง มีหลักการโดยรวมคือ ใช้ ไฮโดรเจน เป็นสารตั้งต้น ร่วมกับ ออกซิเจน (จากอากาศ) ป้อนเข้า Fuel Cell ผ่านกระบวนการทางเคมี เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า (และน้ำ) ซึ่งก็คือการให้พลังงานในแบบไร้มลพิษ - Zero Emission นั่นเอง โดยเซลล์เชื้อเพลิงเดี่ยวๆ 1 เซลล์ ผลิตกำลังได้ไม่ถึง 1 โวลท์ จึงต้องทำการรวมแพคเซลล์เข้าไว้ด้วยกัน เรียกว่า Fuel-cell stack
ข้อแตกต่างระหว่าง Fuel Cell และ แบตเตอรี่ คือ เมื่อเราใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ เมื่อถึงจุดหนึ่ง แบตเตอรี่ก็จะหมดพลังงาน แต่ Fuel Cell สามารถรับไฮโดรเจน และออกซิเจน มาทำปฏิกริยาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอด (ตราบเท่าที่เราจะสามารถหาเทคโนโลยี มาป้อนสารตั้งต้นเข้าไปได้เรื่อยๆ) ทว่าท้ายที่สุด นาทีนี้เราก็ยังต้องเติมไฮโดรเจนไปเก็บไว้ในถัง ส่วนอนาคตเทคโนโลยีใดจะกำชัย ต้นทุนการผลิตจะเป็นอีกหนึ่งตัวตัดสิน
กลับมาที่ Blue2 Concept ซึ่งมีระบบอัจฉริยะเพิ่มความสะดวกมากมาย เช่น ระบบ Welcome แบบจดจำผู้ขับขี่, ระบบเปิดประตูอัตโนมัติ, ฐานยึด iPad พนักพิงเบาะคู่หน้า สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ออกแบบให้ยึดได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน, แทนที่กระจกมองข้างด้วยกล้องมองหลัง ทั้งซ้าย-ขวา และมีกล้องเหนือหลังคาอีกหนึ่งจุด ซึ่ง ฮุนได บอกว่า นี่คือเทคโนโลยีล่าสุดสำหรับการให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ปิดท้ายด้วยระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร ที่จะคอยดูแลให้อากาศมีความบริสุทธิ์ตลอดเวลา
ส่วนกระจกแผงคอนโซลทั้งหมด ฮุนได ใช้บริการของ Gorilla Glass ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone หรือ Smart Phone ทั้งหลาย ไปจนถึง Tablet ต่างๆ ยุคใหม่ ที่มีความทนทาน และให้การแสดงผลที่คมชัดขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะมองที่องศาใด รวมไปถึงการใช้จอแสดงผลแบบประหยัดพลังงาน OLED (Organic Light-Emitting Diodes) ที่มีความบางเป็นพิเศษ และโปร่งใส สามารถแสดงผลได้ในขณะที่จอถูกดัดเป็นรูปทรงโค้ง ซึ่งปัจจุบัน เทคโนโลยี OLED ได้รับการยอมรับว่าให้สภาพแสง - สีที่สมจริงที่สุด ส่วนการควบคุมทำได้โดยผ่าน Mousestick |
| |
 |
| |
| • Hyundai ix FCEV มีกำหนดการผลิตแบบจำกัดจำนวนในปี 2012 และจะผลิตเพื่อจำหน่ายในปี 2015 |
 |
| |
ก่อนหน้านี้ ฮุนได เพิ่งเปิดตัว Tucson ix FCEV ซึ่งเป็นรถ FCEV เจนเนอเรชั่นที่ 3 ไปในงาน Fuel Cell & Hydrogen Energy 2011 ใช้ Fuel Cell 100 กิโลวัตต์ + ถังไฮโดรเจนแรงดันสูง 700 บาร์ 2 ถัง ผ่านการทดสอบจริงเมื่อปีที่แล้ว โดยสามารถทำระยะทางรวมได้ถึง 643 กิโลเมตร และยังใช้งานระบบได้ที่อุณหภูมิต่ำสุดถึง -25 องศา
จับตาดูเทคโนโลยี Fuel Cell ของ ฮุนได กันต่อไปครับ ตามข่าวเราอาจได้เห็น FCEV แบบผลิตเพื่อจำหน่ายอย่างน้อย 1 รุ่น ภายในปี 2015... อยากรู้จริงๆ ว่าจะเปิดราคาออกมาต่างจากรถไฮบริดแค่ไหน?
ไม่ได้มาไทย ขอชื่นชมกับเขาไกลๆ ก็ยังดี • |
| |