| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Thursday, 24 March, 2011 0:00 AM
|
|
 |
| |
|
| |
บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จำกัด ประเทศไทย เตรียมนำ Kia Optima Hybrid หรือชื่อ Kia K5 ในตลาดเกาหลี และจีน มาโชว์ตัวในงาน 2011 บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เดือนมีนาคมนี้ มอเตอร์ทริเวีย ขอแนะนำรายละเอียดคร่าวๆ ให้รู้จักกันเล็กน้อย ก่อนจะไปพบตัวจริงเสียงจริงกัน
Kia Optima Hybrid เป็นผลงานพัฒนาของ KMA หรือ Kia Motors America เปิดตัวครั้งแรกในงาน 2010 ลอสแองเจลิส ออโต โชว์ ตัวรถใช้พื้นฐานของ Optima หรือ K5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 รุ่นปี 2010 โดยทั้ง 3 เจนเนอเรชั่นผลิตขึ้นที่โรงงานในฮวาซอง ประเทศเกาหลี เครื่องยนต์เหมือนรุ่นปกติ คือ 2.4 ลิตร รหัส Theta-II ของ ฮุนได ซึ่งเครื่องยนต์รุ่นนี้ ประจำการอยู่ในรถขายดีของทั้ง 2 ค่าย อาทิ Kia Sportage, Cadenza, Sorento, Forte ส่วนฝั่ง ฮุนได ก็เช่น Hyundai Sonata, Tucson และ Santa Fe
นอกจากเครื่องยนตืแล้ว ชุดแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้าของ Optima Hybrid ก็ยกชุดมาจาก Sonata ได้แก่ แบตเตอรี่ ลิเธียม โพลีเมอร์ ขนาดความจุ 30 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ของ LG Chem ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่แบบ นิคเกิล เมทัล ไฮไดรด์ ที่ส่วนใหญ่ใช้กันในเวลานี้ โดยมีน้ำหนักแพครวม 43.4 กิโลกรัม เบากว่า 12.7 กิโลกรัม ที่ความจุเท่ากัน ส่วนการรีชาร์จแบตเตอรี่ เป็นหน้าที่ของระบบ HSG หรือ Hybrid-Starter-Generator โดยมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์ขนาด 8.5 กิโลวัตต์นี้ จะทำหน้าที่ช่วยสตาร์ทเครื่องยนต์ และรีชาร์จแบตเตอรี่เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนตัวรถแต่อย่างใด |
| |
 |
| |
ส่วนจุดเด่นในโครงสร้างระบบไฮบริดของ เกีย คือ แยกการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และชุดระบบส่งกำลังออกจากกัน โดย เกีย เรียกเลย์เอาท์ของระบบนี้ว่า TMED หรือ Transmission-Mounted-Electric-Drive ข้อดีคือ ใช้พื้นที่น้อยลง สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมได้ โดยไม่ต้องอิงอยู่บนระบบเดียวกันทั้งหมด เช่น เลือกหยิบเอาชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะจาก Optima รุ่นล่าสุด ที่มีอยู่แล้วมาใช้งาน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบเกียร์ใหม่
หรือในอนาคตอาจเลือกใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ จัดการคำสั่งในการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไปจนถึงยกแบตเตอรี่ออกทั้งแพค เพื่อติดตั้งแบตเตอรี่รุ่นใหม่ๆ ที่มีความจุมากกว่าในปัจจุบัน โดยทุกอย่างไม่อิงกันจนต้องรื้อทั้งระบบ
เกียร์อัตโนมัติไม่ได้ถ่ายทอดกำลังผ่านทอร์คคอนเวอร์เตอร์ แต่ใช้คลัตช์หลายแผ่นติดตั้งระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้สามารถตัดกำลังจากเครื่องยนต์ที่จะส่งไปยังเกียร์สำหรับระบบ Idle Stop ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดนิ่ง รวมทั้งในโหมดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มาพร้อมอุปกรณ์ดูดซับการบิดตัว ติดตั้งในตำแหน่งเดียวกับทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ในเกียร์อัตโนมัติแบบมาตรฐาน
โดยในโหมดไฟฟ้าล้วนนี้ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัส จะผลิตกำลังออกมาได้ 40 แรงม้า ความเร็วสูงสุดประมาณ 100 กม./ชม. วิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่ไม่ได้บอกไว้ แต่หากใช้โหมดไฮบริด ร่วมกับเครื่อง 4 สูบ Atkinson Cycle ทั้งระบบจะผลิตกำลังได้ 206 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในเมือง - ไฮเวย์ 15.6 กม./ลิตร และ 16.6 กม./ลิตร ตามลำดับ
ใครสนใจอยากเห็นตัวจริงของ Optima Hybrid พรุ่งนี้ (25 มีนาคม) ไปดูกันได้ครับ • |
| |
|
|
|