| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Sunday, 5 February, 2012 12:27 PM
|
|
 |
| |
|
| |
เป็นข่าวมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว สำหรับโปรเจคท์ 2013 range_e แต่ตอนนั้นยังไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก ทว่าที่สุดแล้ว คันจริงของตัวต้นแบบก็โชว์โฉมไปเรียบร้อยที่งาน 2011 เจนีวา มอเตอร์โชว์ โดยยังคงคอนเซปท์เดิม คือใช้เครื่องยนต์ดีเซล จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมรีชาร์จแบตเตอรี่ด้วยการเสียบปลั๊ก ส่วนที่ว่าจะมีรุ่นเบนซินตามออกเมื่อเป็นคันจริงหรือเปล่ายังไม่ชัดเจน
range_e เป็นหนึ่งในโปรเจคท์ของ แลนด์ โรเวอร์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า CABLED หรือ Coventry and Birmingham Low Emissions Demonstrators ซึ่ง range_e เป็นเพียง 1 ในรถโปรโตไทป์จาก 6 ค่าย ที่ แลนด์ โรเวอร์ ใช้เป็นตัวแทนเข้าร่วมโครงการ โดยทำการส่ง range_e ไปทั้งหมด 5 คัน
ส่วนคันอื่นๆ ได้แก่ Mitsubishi i MiEV 25 คัน, Tata Indica Vista EV 25 คัน, smart fortwo electric drives 40 คัน, micro:cab hydrogen cars 10 คัน และรถแท็กซี่ LTI electric cabs 5 คัน
range_e ถือเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อคันแรก ที่ใช้ระบบ Plug-in Hybrid บวกเครื่องยนต์ดีเซล ตัวรถพัฒนามาจากพื้นฐานของ Range Rover Sport รุ่นปรับโฉมแบบ Facelift ปี 2010 เครื่องยนต์ไม่ได้พัฒนาขึ้นใหม่ ยังคงเป็นเครื่องดีเซล 3.0 ลิตร TDV6 245 แรงม้า ที่ใช้ในปัจจุบัน เพียงแต่เพิ่มระบบไฮบริดแบบคู่ขนานเข้าไป (Parallel Hybrid System - เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าหมุนล้อไปพร้อมกัน) และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สัญชาติเยอรมันอย่าง ZF |
| |
 |
| |
มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 69 กิโลวัตต์ รับพลังมาจากแบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน สามารถรีชาร์จด้วยไฟบ้าน 240 โวลท์ ด้วยเวลาน้อยกว่า 4 ชั่วโมง (ไม่มีรายละเอียดว่าใช้ โปรโตคอล อะไร) ชาร์จเต็ม 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 32 กิโลเมตร โดย แลนด์ โรเวอร์ ยึดเอามาตรฐานการใช้งานของคนยุโรปเป็นหลัก ที่ส่วนใหญ่ใช้รถประมาณ 40 กิโลเมตรต่อวัน สำหรับการเดินทางในเมือง ถ้ามากกว่านั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์ดีเซลไป
ข้อดีของการจับคู่กับเครื่องยนต์ดีเซลคือ เมื่อถูกเรียกใช้งานแทนโหมดไฟฟ้าล้วน ค่ามลพิษที่ได้สำหรับรถ SUV ขนาดกลางถือว่าไม่สูงจนเกินไป โดย range_e มีค่าการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียเพียง 89 กรัม/กิโลเมตร
กำลังสูงสุดทั้งระบบมีให้ถึง 339 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 193 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยสวยหรู 3.36 ลิตร/100 กิโลเมตร และหากวิ่งด้วยระบบไฮบริด (น้ำมันเต็มถัง) จะสามารถทำระยะทางรวมได้ถึง 1,112 กิโลเมตร ซึ่งแน่นอน...ตัวเลขสวยๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับวิธีการขับของแต่ละบุคคลด้วย
หัวใจสำคัญของโปรเจคท์นี้ คือต้องให้รถยังสามารถใช้การทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้เหมือน Range Rover Sport รุ่นปกติทุกประการ โดยเพิ่มฟังก์ชั่นชาร์จพลังงานกลับขณะเบรก (Regenerative Braking System) เข้าไป ซึ่ง range_e ก็เปรียบเสมือนการเปิดตัวแนวคิด SUV เจนเนอเรชั่นต่อไปที่เน้นความประหยัด และมลพิษต่ำของ แลนด์ โรเวอร์ นั่นเอง
รอดูกันต่อไปว่า ในปี 2013 range_e แบบโปรดัคชั่นเวอร์ชั่นคันแรก ที่จะได้ใช้เทคโนโลยีระบบ ดีเซล ปลั๊ก-อิน ไฮบริด จะออกมาหน้าตาแบบไหน เพราะถึงตอนนี้ แลนด์ โรเวอร์ จะปล่อยเป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ของ Range Rover Sport เลย หรือเป็นรุ่นใหม่แกะกล่องในชื่อใหม่ก็สามารถทำได้ทั้งนั้น เทคโนโลยีมีอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว • |
| |
|
|
|