 |
| |
|
Saturday, 5 February, 2011 0:00 AM
|
 |
| |
|
| |
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตามแหล่งข่าวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และพลังงานทางเลือก มักมีชื่อบริษัทผู้ผลิตจากแดนมังกร 'BYD' หรือ 'บีวายดี' มาให้เห็นกันอยู่เสมอ แม้จะไม่ฮือฮาเท่าการเปิดตัวรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น แต่ผู้ที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยรับรู้ข่าวสารทางฝั่งจีนมาก่อน ย่อมต้องสงสัย BYD เป็นใครมาจากไหน? วันเสาร์สบายๆ มาทำความรู้จักกับ BYD ในแบบย่อๆ เฉพาะในส่วนของรถยนต์พลังงานทดแทนกันครับ
BYD Company หรือ ‘Build your dreams’ ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 โดยมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทำธุรกิจ แบตเตอรี่แบบรีชาร์จ เพื่อแชร์ตลาดนำเข้าแบตเตอรี่จากประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นก็คงไม่พ้นค่าพ้นแรงและต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ถึงอย่างนั้น มร.หวาง ฉวนฟุ ผู้ก่อตั้ง BYD ก็ตั้งเป้าหมายว่า แบตเตอรี่ของเขา ต้องดีที่สุดในตลาดจีน ด้วยการเน้นที่คุณภาพ ในขณะที่ต้องมีการบริหารต้นทุนที่ดี
BYD เติบโตอย่างรวดเร็วจนเป็นอันดับ 2 ของผู้ผลิตแบตเตอรรี่รีชาร์จชั้นนำของโลก รองจาก Sanyo ด้วยแบตเตอรี่หลากชนิด ตั้งแต่ยุค นิเกิลแคดเมียม (NiCd), นิคเกิลเมทัลไฮไดรด์ (NiMH), ลิเธียม-โพลีเมอร์ (LiPo) ไปจนถึง ลิเธียม-ไอออน (Li-ion / LiB) ซัพพอร์ทลูกค้ามากมาย อาทิ Motorola, Sony Ericsson, Kyocera และรองรับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ ของเด็กเล่น, โทรศัพท์มือ, โน๊ตบุ๊ค ฯลฯ
ปี 2001 BYD เริ่มก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการควบรวมกิจการของ Tsinchuan Automobile (ฉินชวน ออโตโมบิล) แล้วแตกบริษัทย่อยออกมาเป็น BYD Automobile Co. Ltd. ผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศหลากหลายโมเดล จนถึงปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ซิตี้คาร์ 5 ประตูแฮทช์แบค BYD Flyer, รถไซส์ซูเปอร์มินิ BYD F0, คอมแพคท์ซีดาน 4 - 5 ประตู BYD F3 ไปจนถึงรถหรูเปิดประทุนอย่าง BYD S8 |
| |
 |
| |
| • รถยนต์หลากหลายโมเดลของ BYD อาจจะดูแล้วมีกลิ่นของรถค่ายอื่นๆ อยู่บ้าง |
 |
| |
ปี 2002 BYD จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
จากนั้นจึงตัดสินใจขยายตลาดในปี 2006 ส่งออกรถยนต์ไปจำหน่ายในอาฟริกา, อเมริกาใต้ พร้อมตั้งเป้าบุกตลาดยุโรป และอเมริกาอย่างจริงจัง โดยโรงงานผลิตรถยนต์ของ BYD อยู่ที่ซีอาน และเสิ่นเจิ้น
BYD เริ่มตั้งเป้าหมายหลัก ด้วยการแหย่ไปที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota พร้อมประกาศว่าจะแซงหน้า Toyota ให้ได้ภายใน 15 ปี และตั้งศูนย์ R&D เพื่อเริ่มงานในส่วนวิศวกรรม เช่น พัฒนาเครื่องยนต์, เทคโนโลยีขับเคลื่อนของตัวเอง รวมถึงใช้ความชำนาญในเรื่องแบตเตอรี่แบบรีชาร์จ ค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อแทนที่แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น BYD ยังต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดีไซน์รูปลักษณ์ และคุณภาพของรถ ซึ่งในความเป็นจริง โตโยต้า นั้นก้าวไปไกลกว่ามาก
มกราคม 2008 BYD เขย่า Cobo Center สถานที่จัดงาน ดีทรอยท์ ออโต โชว์ ด้วยการเผยโฉมรถยนต์ plug-in hybrid ซีดาน 4 ประตู ในชื่อ BYD F6DM สร้างจากพื้นฐานรุ่น F6 ใช้แบตเตอรี่แบบ LFP * หรือ Lithium iron phosphate โดย BYD เคลมว่า F6DM ใช้เวลาชาร์จเต็มราว 9 ชั่วโมง วิ่งทำระยะทางได้ถึง 100 กิโลเมตรในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV) ซึ่งรหัส DM หมายถึง Dual Mode สลับการทำงานระหว่าง EV - Electric Vehicle) และ HEV - Hybrid Electric Vehicle |
| |
 |
| |
| • F6DM หน้าตาจะเหมือนกับ F6 รุ่นปกติ แต่ระบบขับเคลื่อนเป็น PHEV |
 |
| |
หมายเหตุ: แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม ไอรอน ฟอสเฟท (LiFePO4) เป็นแบตเตอรี่ตระกูลเดียวกับ ลิเธียม-ไอออน LiFePO4 ถูกค้นพบในปี 1996 โดยนักวิจัยจาก University of Texas ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาจนมาเป็นแบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่า, ให้การชาร์จที่เร็วกว่า, ปลอดภัยกว่า และมี ‘จำนวนรอบ’ ในการชาร์จมากกว่าแบตเตอรี่แบบ ลิเธียม-ไอออน ซึ่งแบตเตอรี่รีชาร์จ จะนับจำนวนชาร์จเป็น รอบ หรือ Cycle ไม่ได้นับเป็นจำนวนครั้ง
1 รอบอาจจะหมายถึง ชาร์จ 2 ครั้งด้วยจำนวน 20% และ 80% จึงจะนับครบ 1 รอบ แต่ทั้งนี้ 1 รอบก็อาจจะไม่ได้ถึง 100% ก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต เช่น บางบริษัทอาจจะนับ 1 รอบที่ 95% แต่ข้อเสียใช่ว่าจะไม่มี แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม ไอรอน ฟอสเฟท ความจุ 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง จะน้อยกว่า ลิเธียม-ไอออน ที่สามารถจุได้ถึง 150 - 200 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ในขนาดเท่าๆ กัน |
| |
 |
| |
| • ระบบขับเคลื่อนของ BYD ใช้ชื่อว่า ET-Power Technology ส่วน Fe คือแบตเตอรี่ ลิเธียม ไอรอน ฟอสเฟท |
 |
| |
ถัดจากนั้นไม่กี่เดือน BYD เปิดตัว BYD F3DM คอมแพคท์ ซีดาน plug-in hybrid อีก 1 คันในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ คราวนี้ BYD เคลมว่า ถ้าวิ่งด้วยโหมด EV มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 50 กิโลวัตต์ ซึ่งผลิตกำลังได้ 67 แรงม้า สามารถทำระยะทางได้ประมาณ 100 กิโลเมตร แต่ถ้าวิ่งด้วยโหมดไฮบริด ร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร 67 แรงม้า ที่ BYD พัฒนาขึ้นเอง จะสามารถยืดระยะทางได้ถึง 480 กิโลเมตรทีเดียว
ปลายปี 2008 Warren Buffet แห่ง Berkshire Hathaway Group หนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ได้ซื้อหุ้นของ BYD 10% ในนามบริษัทลูก MidAmerican Energy ด้วยเงินลงทุนราว 230 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามข่าวว่ากันว่า ภายในปีเดียวหุ้นพุ่งขึ้นสูงทะลุเพดาน บัฟเฟตต์ เก็บเกี่ยวผลกำไรจากการลงทุนซื้ออนาคตในครั้งนี้ถึง 7 เท่าทีเดียว (ราวๆ 1,700 ล้าน!)
ก่อนสิ้นปี 2008 F3DM เริ่มทำตลาดในบ้านเกิด พร้อมกับได้รับการบันทึกชื่อในฐานะรถยนต์ plug-in hybrid ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์เป็นเจ้าแรกของโลก โดยระยะแรกจำหน่ายให้กับหน่วยงานราชการ และบริษัทต่างๆ ในประเทศจีน ราคาเปิดออกมาที่ 149,800 หยวน หรือประมาณ 6.7 แสนบาท ส่วนการจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป เริ่มในอีก 2 ปีถัดมา |
| |
 |
| |
| • BYD F3DM |
 |
| |
ต้นปี 2009 BYD เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% คันแรก BYD e6 ในงาน ดีทรอยต์ออโต้โชว์ ภายใต้รูปโฉมของ MPV 5 ประตู ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัส พร้อม Regenerative brake ซึ่ง BYD ให้ข้อมูลว่า e6 มีอัตราเร่ง 0-97 กม./ชม. 14 วินาที ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. อีกทั้งการชาร์จแบบเตอรี่ในโหมด ควิกชาร์จ จะชาร์จประจุได้ 50% จากจำนวนเต็มด้วยเวลาเพียง 10 นาที วิ่งทำระยะทางได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับวิธีการขับ)
BYD e6 มีทางเลือกของการขับเคลื่อนถึง 4 แบบ คือ
- 101 แรงม้า จากมอเตอร์ไฟฟ้า 75 กิโลวัตต์
- 155 แรงม้า จากมอเตอร์ไฟฟ้า 75 กิโลวัตต์ + 40 กิโลวัตต์ (ล้อหน้า + หลัง = AWD)
- 215 แรงม้า จากมอเตอร์ไฟฟ้า 160 กิโลวัตต์
- 269 แรงม้า จากมอเตอร์ไฟฟ้า 160 กิโลวัตต์ + 40 กิโลวัตต์ (ล้อหน้า + หลัง = AWD) |
| |
 |
| |
| • BYD e6 ให้กำลังรวมทั้งระบบถึง 269 แรงม้า |
 |
| |
แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะสวยหรูดั่งใจคิด เมื่อมองกลับไปที่บ้านเกิด F3DM เริ่มสตาร์ทขายในเดือนมีนาคม 2010 โดย 3 เดือนแรกขายได้เพียง 28 คันให้กับหน่วยงานราชการในเสิ่นเจิ้น ท่ามกลางปัญหาต่างๆ ที่มีรายงานเข้ามาเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้าในการติดตั้งสาธารณูปโภคพื้นฐาน อย่างสถานีชาร์จ, ต้นทุนแบตเตอรี่ที่สูงกว่าที่คาดไว้ ไปจนถึงการทำงานที่ 'ไม่เสถียร' ของแบตเตอรี่ (ไม่มีรายละเอียดบอกไว้) ...ที่สำคัญ ใครจะซื้อรถของ BYD ถ้าราคาของค่าเสียบปลั๊ก แพงกว่ารถยนต์ธรรมดาถึงเท่าตัว?
เมษายน 2010 ไม่ว่าสถานการณ์ในบ้านจะเป็นอย่างไร แต่ BYD ก็ยังคงมุ่งมั่นเปิดตัวในตลาดโลก ด้วยการเปิดสำนักงานใหญ่ BYD Motor Inc. ในอเมริกา ที่นครลอสแองเจลิส มี Arnold Schwarzenegger ซึ่งขณะนั้นยังเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียมาร่วมงานแถลงข่าว การนี้ถือว่า BYD เจาะได้ตรงเป้า เพราะมีการตกลงเรื่องการสั่งซื้อรถยนต์ในเครือ BYD บางส่วน ในขณะที่แคลิฟอร์เนีย ก็กำลังขยับขยายในเรื่องของการติดตั้งสถานีชาร์จเพิ่มเติม
พฤษภาคม 2010 ย้อนกลับไปที่จีน BYD ส่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD e6 จำนวน 40 คันลงทดสอบการใช้งานจริง ด้วยการใช้เป็นแท็กซี่ในเมืองเสิ่นเจิ้น ภายใต้การดูแลของบริษัทย่อย Pengcheng Electric Taxi Co. ตามข่าว วอร์เรน บัฟเฟต์ มาตรวจผลการทดลองวิ่งด้วยเอง แต่ไม่มีรายงานหลุดมาถึงสำนักข่าวใด ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่ง, ระยะทาง หรือเวลาต่อการชาร์จ 1 ครั้ง |
| |
 |
| |
| • มังกรจีน หวาง ฉวนฟุ ระหว่างรอแถลงข่าวในดีทรอยท์...ภาพนี้กินใจจริงๆ (ภาพ: Bill Pugliano/Getty Images) |
 |
| |
มิถุนายน 2010 สถานการณ์ของ BYD ดีขึ้น เมื่อรัฐบาลจีนประกาศออกมาตรการจูงใจ ช่วยผู้ที่ต้องการซื้อรถไฮบริด ด้วยการให้ส่วนลด 5 หมื่นหยวน หรือประมาณ 2.2 แสนบาท ส่วนรถพลังงานไฟฟ้า EV จะเพิ่มขึ้นเป็น 6 หมื่นหยวน หรือประมาณ 2.8 แสนบาท เป็นระยะเวลา 2 ปี เริ่มที่ 5 เมืองใหญ่ของจีน คือ เซี่ยงไฮ้, เสิ่นเจิ้น, หังโจว, เหอเฟย และ ฉางชุน นั่นหมายถึง e6 จะได้รับการช่วยเหลือแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ถ้าถามผู้เขียน หากไม่นับว่าใครได้ประโยชน์ แนวคิดในการสนับสนุนรถพลังงานไฟฟ้าให้เป็นรถบริการสาธารณะ เป็นสิ่งที่ดี และให้ผลในเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยตรง เพราะการเพิ่มปริมาณแท็กซี่ เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย และเห็นผลเร็วกว่าการเปลี่ยนรถของประชาชนทั่วไป ไม่ใช่ผู้เขียนไม่อยากใช้รถไฟฟ้า แต่ถ้าไม่มีเงินมากพอก็ซื้อไม่ได้ และการให้รัฐฯ ให้ส่วนลดจำนวนมากๆ ก็ไม่ใช่ทางแก้ที่ถูกต้อง ดีไม่ดีลดแล้วก็ยังแพงอยู่ เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ
ธันวาคม 2010 BYD ร่วมมือกับ HACLA (Housing Authority of the City of Los Angeles) หน่วยงานที่ดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยในลอสแองเจลิส ส่ง F3DM ไปทดสอบการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน หนึ่งในผู้ทดสอบคือ ผู้ตรวจสอบการเคหะ Luisito Bacierto ซึ่งมีรายงานว่า ในกรณีที่พลังงานในแบตเตอรี่น้อยกว่า 25% ระบบจะตัดไปยังโหมดไฮบริดโดยอัตโนมัติ ซึ่งระหว่างสลับระบบ จะมี 'เสียงแปลกๆ' เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญอะไร
F3DM มีอัตราเร่งที่ลื่นไหล และ “not too fast, not too slow” (การตอบสนอง?) อีกทั้งมีการเปรียบมวยกับ Toyota Prius เล็กน้อย ว่าเทียบกันแล้ว เขาต้องเติมน้ำมันให้ Prius ทุกๆ 2 สัปดาห์ แต่กับ BYD เขาใช้มาเดือนกว่าๆ น้ำมันเพิ่งหมดไปครึ่งถัง และทำระยะทางได้ราว 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง |
| |
 |
| |
| • โปรแกรมทดสอบ F3DM ใน LA. ปลายปี 2010 |
 |
| |
BYD เตรียมลุยตลาดอเมริกาด้วย BYD e6 ในปี 2011 เลื่อนไป 1 ปี จากที่เคยคาดไว้ โดยเจาะจงไปที่แคลิฟอร์เนียเป็นที่แรก ราคาจำหน่ายประมาณ 35,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้านบาท ถือว่าดุไม่เบา อีกทั้งยังมีอุปสรรคใหญ่อีก 1 ด่านให้ฟันฝ่า เหมือนกับ TH!NK นั่นคือการทดสอบชนตามมาตรฐานอเมริกา หรือ US NCAP ซึ่ง BYD วางแผนจะลุยด่านนี้ภายในปี 2011
มร. หวาง ฉวนฟุ กล่าวอย่างมั่นใจว่า "e6 ET (environment technology) จะมีมลพิษเท่ากับศูนย์ และไม่มีทางทำร้ายสิ่งแวดล้อมเป็นอันขาด"
บ้านเราคงได้แต่ตามข่าวกันไปเงียบๆ ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จะว่ามาถึงแล้วก็ยังไม่เชิง เพราะราคาต้นทุนแบตเตอรี่ ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รถทั้งคันมีราคาสูงอยู่ (ราว 1 ใน 3) หากชาวบ้านร้านถิ่นอย่างเราๆ อยากสวมหัวใจกรีน คงต้องรอให้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ก้าวพ้นข้อจำกัดในเรื่องต้นทุนเสียก่อน
ถึงใครจะดูหมิ่นถิ่นแคลน 'รถจีน' อย่างไร ผู้เขียนนั่งแปลไปก็ได้แต่สะท้อนใจอยู่ลึกๆ • |
| |