i want to believe
LT New Car RT
 
50
 
BMW X6 ActiveHybrid
เทคโนโลยีไฮบริดแห่งอนาคต วิถีแห่งสมรรถนะและอนาคตที่ยั่งยืน
800
Last updateTuesday, 30 March, 2010 11:09 PM
 
01-BMW X6 Active Hybrid
 
bullet aบีเอ็มดับเบิลยูเตรียมเปิดตัว BMW X6 ActiveHybrid ในงานแฟรงค์เฟิร์ตมอเตอร์โชว์ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ BMW X6 ActiveHybrid เป็นการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของการต่อยอดปรัชญา EfficientDynamics ที่มุ่งเน้นในการสร้างสรรค์รถยนต์ให้มีสมรรถนะสูงขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน ประหยัดน้ำมันมากขึ้นและคายไอเสียน้อยลง บีเอ็มดับเบิลยูมีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับ อนาคตที่ยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งมีหัวใจหลักอยู่ที่การใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกน่าอยู่สำหรับรุ่นลูกรุ่นหลาน

BMW X6 ActiveHybrid
The world’s most powerful hybrid vehicle
bullet aBMW X6 ActiveHybrid ให้กำลังสูงสุดถึง 485 แรงม้าและแรงบิดมหาศาลถึง 780 นิวตัน-เมตร ซึ่งผลิตจากระบบ Full Hybrid ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.4 ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยี TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวด้วยกำลังขับเคลื่อนขนาด 67 กิโลวัตต์ / 91 แรงม้าและ 63 กิโลวัตต์ / 86 แรงม้าตามลำดับ พละกำลังมหาศาลถูกส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Two-mode Active ECVT 7 สปีด ซึ่งสามารถสร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 5.6 วินาที อีกทั้งยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 10.1 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 231 กรัมต่อกิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัด EU5

 
02-BMW X6 Active Hybrid
 
03-BMW X6 Active Hybrid
 

ผสมผสานอย่างลงตัวของสองสุดยอดเทคโนโลยีขับเคลื่อน
เครื่องยนต์ระบบ TwinPower Turbo ที่เหนือชั้นและ
ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมด้วยนวัตกรรมระบบส่งกำลังแบบ Two-mode Active

bullet aเครื่องยนต์ใน BMW X6 ActiveHybrid เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 ขนาด 4.4 ลิตร ใช้ระบบอัดอากาศด้วยเทคโนโลยี TwinPower Turbo ซึ่งใช้เทคโนโลยีล่าสุดของระบบเทอร์โบที่ผสมผสานระหว่างระบบเทอร์โบคู่แปรผันและเทคโนโลยี Twin-Scroll เพื่อให้สามารถสร้างแรงอัดอากาศได้อย่างคงที่และต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำจนถึงรอบสูง นอกจากนั้นยังใช้ลักษณะการจัดวางเทอร์โบระหว่างร่อง V ของชุดลูกสูบ ซึ่งจะทำให้ระบบมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา อีกทั้งยังทำให้ทางเดินของอากาศสั้น ซึ่งเป็นการลดสูญเสียแรงอัดอากาศในระบบ ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องยนต์สามารถผลิตกำลังได้สูงอย่างต่อเนื่องตลอดทุกช่วงรอบการทำงานของเครื่องยนต์

bullet aเครื่องยนต์นี้ยังใช้นวัตกรรมระบบฉีดน้ำมัน แบบ High Precision Injection แบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด Piezo ซึ่งได้ถูกจัดวางอยู่ตรงกลางของหัวกระบอกสูบ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถฉีดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหมายความว่าทุกอณูของละอองน้ำมัน สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพนี้ จะส่งผลให้มลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้อย่างไม่สมบูรณ์ อยู่ในระดับต่ำที่สุด ทำให้เครื่องยนต์ใหม่นี้สามารถผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ EU5 ของยุโรป และ ULEV II ของสหรัฐอเมริกาได้อย่างไม่ยากเย็น

bullet aระบบคอมพิวเตอร์สมองกล ActiveHybrid ทำหน้าที่บริหารจัดการการส่งกำลังผสมผสานอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างกำลังจากเครื่องยนต์ และกำลังจากระบบมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Active Transmission ที่ผสมระหว่างเกียร์อัตโนมัติแบบกลไกที่มีอัตราทดคงที่ เพื่อสร้างกำลังขับเคลื่อน และเกียร์ ECVT ที่สามารถแปรผันอัตราทดอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้คือสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม พละกำลังมหาศาลที่ถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่องตอบสนองความต้องการในทุกสภาพการขับขี่ อีกทั้งยังให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุด และคายไอเสียในระดับต่ำที่สุด
 
04-BMW X6 Active Hybrid
 
05-BMW X6 Active Hybrid
 
06-BMW X6 Active Hybrid
 

eBoost เพิ่มสมรรถนะ แบบไม่เปลืองน้ำมัน
bullet aหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบ ActiveHybrid ที่เหนือชั้นกว่าระบบไฮบริดแบบดั้งเดิม คือ ระบบส่งกำลังแบบ Two-mode Active Transmission ซึ่งสามารถใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในช่วงความเร็วต่ำและความเร็วสูง การทำงานแบ่งเป็น 2 โหมดซึ่งสามารถผสมผสานอย่างสมดุลของระบบมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเครื่องยนต์ได้โดยอัตโนมัติ

bullet aในโหมดแรกใช้สำหรับการออกตัว และการขับเคลื่อนที่ความเร็วต่ำกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในการขับขี่แบบนี้กำลังจะถูกส่งจากระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 100 % ซึ่งสามารถผลิดแรงบิดมหาศาลได้ตั้งแต่รอบเริ่มต้น และที่สำคัญคือไม่มีการปล่อยมลพิษเลยในลักษณะการขับขี่ดังกล่าว

bullet aส่วนในโหมดที่สองใช้สำหรับการขับความเร็วปกติถึงความเร็วสูง ซึ่งกำลังหลักจะถูกส่งจากเครื่องยนต์ ในขณะที่ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ผลิตกำลังเสริม เมื่อต้องการสมรรถนะ เช่น ในขณะเร่งแซง ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งได้รับการป้อนพลังงานจากแบตเตอรี่พลังสูงจะทำหน้าที่ ‘บู๊ส’ เพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นการเพิ่มสมรรถนะโดยที่ไม่ได้เปลืองน้ำมันเลย

bullet aการทำทำหน้าที่ ‘บู๊ส’ ของมอเตอร์ไฟฟ้านี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มสมรรถนะระหว่างขณะเร่งแซงแล้ว ยังทำหน้าที่ลดภาระการใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ ในขณะที่วิ่งความเร็วคงที่ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น การทำงานผสมผสานอย่างสมบูรณ์แบบนี้ นอกจากจะช่วยให้ BMW X6 ActiveHybrid มีสมรรถนะสูงสุดไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะการขับขี่ใดๆก็ตาม ยังประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นและลดคายมลพิษลงถึง 20 % เมื่อเทียบกับ BMW X6 xDrive50i ซึ่งใช้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน

 
09-BMW X6 Active Hybrid
 

ระบบ Recuperation การนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่อย่างชาญฉลาด
bullet a
BMW X6 ActiveHybrid ติดตั้งระบบ Recuperation ซึ่งเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยการนำพลังงานส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่โดยไม่สิ้นเปลืองน้ำมันเลยแม้แต่น้อย ระบบ Recuperation ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการเดียวกับระบบ Brake Energy Regeneration ซึ่งมีอยู่ในรถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นปกติในปัจจุบัน แต่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่าถึง 25 เท่าตัว

bullet aระบบนี้อาศัยหลักการการทำงานแบบ ฟังก์ชั่นควบคู่ของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กลายเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งการทำงานสลับหน้าที่นี้ เกิดขึ้นในขณะเบรก กล่าวคือ แทนที่จะเบรกด้วยระบบเบรกกลไกตามปกติ ซึ่งจะมีการสูญเสียพลังงานไปในรูปแบบของพลังงานความร้อน ระบบ Recuperation จะใช้การเบรกด้วยการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กผ่านระบบ Sensotronic Brake Actuation ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในระบบเบรกของรถไฟพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า

bullet aระบบ Recuperation และระบบ Sensotronic Brake Actuation จะทำงานอย่างอัตโนมัติควบคู่ไปกับระบบดิสก์เบรกแบบกลไกซึ่งเป็นระบบเบรกแบบปกติทั่วไป การทำงานดังกล่าวจะเป็นไปโดยที่ผู้ขับจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในเรื่องของน้ำหนักหรือระยะทำการของแป้นเบรกแต่อย่างใด เพราะว่าแป้นเบรกจะถูกควบคุมน้ำหนัก ด้วยระบบเซ็นเซอร์ไฮดรอลิก ซึ่งจะให้น้ำหนักแป้นเบรกที่เป็นธรรมชาติเหมือนเบรกของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในรุ่นปกติ กล่าวคือ เป็นระบบเบรกแบบ Brake-by-wire นั่นเอง
 
07-BMW X6 Active Hybrid
 

08-BMW X6 Active Hybrid

 

World’s Most Sustainable Car Manufacturer
บนเส้นทางสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี EfficientDynamics

bullet aณ วันนี้เทคโนโลยี EfficientDynamics ตอกย้ำความเป็นผู้นำอย่างเหนือชั้นให้กับบีเอ็มดับเบิลยูณวันนี้ บริษัทบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น World’s Most Sustainable Car Manufacturer โดยสถาบัน Dow Jones  อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่สามารถบรรลุเป้าหมายของปฏิญญา ACEA Association of European Car Manufacturers โดยสามารถเพิ่มความประหยัดน้ำมันเฉลี่ยของรถทั้งกลุ่มลงกว่า 25% (ระหว่างปี ค.ศ. 1995-2008)  และในขณะนี้มีรถยนต์ BMW ที่มีเทคโนโลยี EfficientDynamics มากกว่า 1 ล้านคัน ในทุกรุ่นทุกเซ็กเมนท์ ตั้งแต่ซีรี่ย์ 1 ถึงซีรี่ย์ 7

bullet aในปี ค.ศ. 2008 เทคโนโลยี EfficientDynamics ได้ช่วยให้ผู้ใช้รถบีเอ็มดับเบิลยูในยุโรปประหยัดน้ำมันรวมกันถึง 150 ล้านลิตร และลดการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ 373,000 ตัน เมื่อเทียบกันปี ค.ศ. 2006 ถ้าเทียบว่า เอาน้ำมันที่ประหยัดได้จากเทคโนโลยี EfficientDynamics มาผลิตไฟฟ้า จะสามารถป้อนไฟฟ้าให้กับประชากรถึง 780,000 คนเป็นเวลา 1 ปี และในปี ค.ศ. 2009 นี้มีรถยนต์จากบริษัทบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปถึง 49 รุ่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน EU5 ซึ่งมีถึง 27 รุ่นที่มีอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ต่ำกว่า 140 กรัมต่อกิโลเมตร

bullet aการนำเสนอรถยนต์เทคโนโลยี ActiveHybrid ในครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าวของบีเอ็มดับเบิลยูกับความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน
 
800
RELATED NEWS :
 
Innovation : BMW Group Aerodynamic Test Center ศูนย์ทดสอบอากาศพลศาสตร์สุดไฮเทค...เทคโนโลยี EfficientDynamics
 
800
50
 
LB
all
Watch this
RB