ซูซูกิ หนึ่งในบริษัทระดับโลกซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จากการผลิตทั้งรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ เตรียมฉลองครบรอบ 100 ปีในเดือนตุลาคมนี้
ย้อนกลับไปในปี 1909 Mr. Michio Suzuki ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องทอผ้า Suzuki Loom Company ในเมืองฮามามัตซึ ตั้งอยู่ืทางใต้ของญี่ปุ่น เครื่องทอผ้าของซูซูกิ สามารถทอผ้าจากเส้นใยทั้งแนวตั้งและแนวนอนได้ในเวลาเดียวกัน
จากนั้นเขาจึงเริ่มผลิตมอเตอร์ไซค์ในปี 1952 ประเดิมด้วยรุ่น Power Free ใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 36 ซีซี จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่เรียบง่าย บำรุงรักษาง่าย และถ้าไม่อยากใช้เครื่องยนต์ ก็สามารถใช้เท้าถีบได้เหมือนจักรยานทั่วไป หลังเปิดตัวเพียง 1 ปี ซูซูกิต้องผลิตมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มากถึง 6,000 คันต่อเดือน
ส่วนการผลิตรถยนต์เริ่มต้นในปี 1955 ด้วยรถรุ่น Suzulight เป็นรถคอมแพ็กต์เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 360 ซีซี และเป็นหนึ่งในรถขับล้อหน้ารุ่นแรกๆ ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ และใช้ระบบบังคับเลี้ยวแร็กแอนด์พิเนียน จากนั้นในปี 1970 จึงเริ่มลุยตลาดออฟโรดด้วยรถ LJ ซีรีส์
ระหว่างนั้นซูซูกิ ขยายสายการผลิืตไปสู่เครื่องเรือในปี 1965 ทำชิ้นส่วนบ้านกึ่งสำเร็จรูปในปี 1974 และผลิตเครื่องยนต์เอนกประสงค์ในปี 1980 จากนั้นจึงผลิตรถ ATV หรือ All Terrain Vehicle ในปี 1982
ในปี 1989 ยอดผลิตรถรวมของซูซูกิ ก็สูงถึง 10 ล้านคัน และยอดขายรวมในตลาดโลกก็ทะลุ 1 ล้านยูนิตในปี 1990 จากนั้นธุรกิจของซูซูกิ ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ยอดผลิตรถต่อปีเกิน 2 ล้านคันในปี 2005 และยอดผลิตรถรวมเกิน 40 ล้า่นคันในปี 2008
ยอดขายรถของซูซูกิพุ่งแรงในยุโรป โดยขายได้ถึง 4.5 ล้านคันในปี 1968 หลังจากเริ่มส่งออกรถจิ๋วรุ่นสุดฮิตอย่้าง ฟรอนเต้
ปี 2008 ซูซูกิขายรถ 2.3 ล้านคันในตลาดโลก ส่วนมอเตอร์ไซค์ก็ยังขายดีเช่นกัน โดยมียอดขาย 3.4 ล้านคันเมื่อปี 2008 และเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาซูซูกิได้บุกเบิกตลาดมอเตอร์ไซค์ 126 ซีซี ซึ่งเป็นตลาดใหม่ในสหราชอาณาจักร และประสบความสำเร็จพอสมควร
และด้วยแนวคิดในการสร้างสรรค์ที่ มร.ซูซูกิ ได้วางไว้ให้ บริษัทซูซูกิจึงพัฒนารถรุ่นใหม่สำหรับบุกตลาดโลก ประเดิมรุ่นแรกด้วย สวิฟต์ มีการผลิตทั้งในญี่ปุ่น ฮังการี่ อินเดีย จีน อินโดนิเซีย ไต้หวัน และมาเลเซีย มีการผลิตรวมกว่า 1 ล้านคัน
สานต่อความสำเร็จด้วยรถรุ่นที่ 2 แกรนด์ วิทาร่า ซึ่งเป็นพัฒนาการต่อเนื่องจากวิทาร่ารุ่นแรก ซึ่งนับเป็นผู้บุกเบิกเอสยูวีขนาดคอมแพ็กต์เมื่อ 21 ปีที่ผ่านมา สำหรับแกรนด์ วิทาร่า มียอดผลิตถึงปัจจุบันสูงถึง 2.6 ล้านคัน
รถรุ่นที่ 3 คือ SX4 เป็นรถประเภทครอสโอเวอร์ เปิดตัวในปี 2006 จากนั้นจึงพิสูจน์สมรรถนะด้วยการเข้าร่วมแข่งขัน World Rally Championship ปี 2007 และ 2008 (45 ปีหลังจากซูซูกิ เข้าแข่งรถครั้งแรกในรายการ Japanese Grand Prix ปี 1963)
โรงงานผลิตรถแห่งสำคัญของซูซูกิ อยู่ที่เมือง Esztergom ในฮังการี่ สามารถผลิตรถได้มากกว่า 280,000 คัน และเป็นโรงงานผลิตสวิฟต์ SX4 และสแปลช ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกที่ซูซูกินำเข้าจากยุโรปเพื่อทำตลาดในญี่ปุ่น
ต้นปีที่ผ่านมา ซูซูกิเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 7 ของรถรุ่น อัลโต้ ซึ่งเป็นรถเล็กที่สุดของซูซูกิในตลาดโลก เน้นเรื่องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปล่อยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ 103 กรัมต่อกิโลเมตร และจิบน้ำมันเพียง 27.3 กิโลเมตรต่อลิตร มีโรงงานผลิตอยู่ใกล้กรุงเดลฮีประเทศอินเดีย ซึ่งเริ่มผลิตรถซูซูกิครั้งแรกในปี 1973 ในรุ่น Maruti 800 รถครอบครัวราคาประหยัด มียอดขายกว่าล้านคัน
ในอนาคตอันใกล้ ซูซูกิตั้งใจผลิตรถมลพิษต่ำ มีระบบ Stop/Start ระบบแปรผันวาล์วรุ่นใหม่ ซึ่งจะช่วยลดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในไอเสียของอัลโต้และสแปลช ให้เหลือเพียง 95 และ 109 กรัมต่อกิโลเมตร จากนั้นจะพัฒนาเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน Fuel Cell สำหรับรถยนต์ขนาดกลาง
การฉลองครบ 100 ปีนวัตกรรมของซูซูกิ และนิทรรศการประวัติของซูซูกิ ถูกจัดแสดงไว้ที่ Suzuki Plaza ประเทศญี่ปุ่น บนพื้นที่ 5,425 ตารางเมตร ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสกับพัฒนาการของซูซูกิ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน •
|