| |
 |
| |
| เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ |
Sunday, 29 January, 2012 2:19 AM |
|
 |
| |
|
| |
การลดขนาดเครื่องยนต์ การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเร็คอินเจ็คชั่น รวมทั้งการใช้ระบบอัดอากาศ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้สำหรับเครื่องยนต์เบนซินยุคใหม่ ซึ่งถูกบีบมากขึ้นทุกขณะด้วยมาตรฐานด้านอัตราสิ้นเปลืองและด้านมลพิษ
ฟอร์ด รับมือด้วยเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่อย่าง EcoBoost ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยยอดจำหน่าย 127,883 คันเมื่อปีที่แล้ว รถปิกอัพขายดีที่สุด F-150 เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ในปี 2010 ทุกคันที่ขายได้ในสหรัฐอเมริกาใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 และเมื่อปีที่แล้วมากกว่าครึ่งของผู้ซื้อ F-150 (ประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์) เลือกรุ่นเครื่องยนต์เล็กลง ซึ่งก็คือแบบ V6 3,700 ซีซี 305 แรงม้า หรือ 3,500 ซีซี EcoBoost 365 แรงม้า
ซีดานขนาดฟูลไซส์ Taurus จะเป็นรถรุ่นแรกของฟอร์ดในอเมริกาที่มีเครื่องยนต์ EcoBoost ให้เลือก 2 รุ่น คือ 4 สูบ 2,000 ซีซี 237 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.2 กิโลเมตรต่อลิตร และรุ่น V6 ทวินเทอร์โบ 3,500 ซีซี 365 แรงม้า เดินทางไกลด้วยอัตราสิ้นเปลือง 10.6 กิโลเมตรต่อลิตร
ส่วนเอสยูวีรุ่นใหม่ Escape และซีดานขนาดกลาง Fusion ก็จะมี 2 เครื่องยนต์ EcoBoost 1,600 และ 2,000 ซีซี จิบน้ำมันน้อยกว่าเครื่องยนต์เดิมที่มีซีซีมากกว่า และแรงม้าใกล้เคียงกันประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ |
| |
 |
| |
| • Ford Escape |
 |
| |
Sue Cischke รองประธาน ฟอร์ด ด้านวิศวกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย กล่าวว่า "ฟอร์ดมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ที่มีอัตราสิ้นเปลืองดีที่สุดในแต่ละกลุ่มเพื่อลูกค้าของเรา รวมทั้งมีการปล่อยมลพิษในปริมาณที่ต่ำ และช่วยให้อเมริกาลดการพึ่งแหล่งพลังงานจากต่างชาติ"
ภายในปีนี้ ฟอร์ด มีเป้าหมายจะผลิตรถอย่างน้อย 9 รุ่นที่ผ่านมาตรฐาน EPA มีอัตราสิ้นเปลืองบนไฮเวย์ประมาณ 17 กิโลเมตรต่อลิตร หรือมากกว่า รวมทั้งในปีนี้จะมีการขยายไลน์รถประหยัดพลังงานด้วยการเปิดตัวเวอร์ชั่น Hybrid และ Energi plug-in ของรถรุ่น C-MAX และ Fusion ซีดาน รวมถึง Focus Electric EV
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่านโยบายนี้ของ ฟอร์ด จะส่งผลกระทบ หรือมีความเกี่ยวข้องกับรถ ฟอร์ด รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน • |
| |
|
|
|