| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Friday, 29 July, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
หลายท่านในบ้านเราน่าจะเผลอเลือนๆ กันไปบ้าง ว่าในสารบบผู้ผลิตรถยนต์ ยังมี ไดฮัทสุ อีกยี่ห้อหนึ่ง ที่ยังโลดแล่นอยู่ในตลาดญี่ปุ่น โดยมีหุ้นเกินครึ่งเป็นของ โตโยต้า แม้บ้านเราชื่อ ไดฮัทสุ จะห่างหายไปแล้ว แต่ในญี่ปุ่นเอง ไดฮัทสุ เตรียมเปิดตัวรถยนต์ขนาดเล็ก สำหรับใช้งานในเมือง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการความประหยัดสุดๆ โดยไม่พึ่งระบบไฮบริด ซึ่งก็คือรถยนต์ที่ประหยัดระดับรถไฮบริด แต่มีราคาที่ถูกกว่าเป็นแรงจูงใจ และได้ตัวเลขความประหยัด 30 กม./ลิตร จากการทดสอบใน โหมด JC08 มาเป็นจุดขาย
Daihatsu e:S เปิดตัวในแบบคอนเซปท์คาร์ครั้งแรกในงาน โตเกียว มอเตอร์ โชว์ 2009 (ภาพที่ใช้ประกอบคือตัวคอนเซปท์) ชื่อ e:S หมายถึง Energy Saving Technology คันจริงจะมากับเครื่องยนต์ที่ได้รับการดาวน์ไซส์มาเป็นพิเศษ เบนซิน 660 ซีซี. จับคู่เกียร์ CVT สมรรถนะน่าจะใกล้เคียงกับ เครื่องยนต์ 3 สูบรุ่นใหม่ของ ซูซูกิ ที่ใช้ลุยตลาด Kei Car
ความพิเศษอยู่ที่ระบบ Eco-Idle system ดับเครื่องขณะจอดรอ ทำงานร่วมกับเกียร์ CVT เทคโนโลยีล่าสุด ที่ติดตั้งระบบ pre-stop idle reduction function ซึ่งจะทำงานในขณะที่ผู้ใช้งานกำลังเหยียบเบรคเพื่อหยุดรถ เมื่อระดับความเร็วรถลดลงเหลือ 7 กม./ชม. ระบบจะทำการดับเครื่องยนต์ให้ก่อนที่รถจะหยุด ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้อีกเล็กน้อย
เคล็ดไม่ลับความประหยัดของ ไดฮัทสุ คือ ลดตัวแปรความสิ้นเปลืองตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย... นอกจากระบบดังกล่าว ความประหยัดระดับ 30 กม./ลิตร มาจากหลายๆ ส่วนของรถ เช่น พัฒนาวัสดุสำหรับผลิตตัวถังใหม่ ช่วยให้ลดน้ำหนักลงไปได้อีกราว 60 กิโลกรัม การใช้ยางลดแรงต้านทานการหมุน การปรับปรุงระบบการจ่ายน้ำมันและห้องเผาไหม้ ไปจนถึงติดตั้งระบบ Eco power generation control ทำงานร่วมกับระบบ regenerative braking ชาร์จไฟกลับเข้าไปยังแบตเตอรี่ พร้อมๆ กับตัดการทำงานของไดชาร์จในขณะที่ลดความเร็ว เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์
มร. โทรุ อุเอดะ หัวหน้าวิศกรของ ไดฮัทสุ กล่าวว่า Daihatsu e:S ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็น 'ทางเลือก' ของรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในลำดับที่ 3 รองลงมาจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด
อย่าลืม... ตัวเลข 30 กม./ลิตร สวยมากก็จริง แต่ท้ายที่สุดตัวแปรหลักก็คือลักษณะการขับของผู้ใช้งานนั่นเอง
กำหนดการจำหน่ายจะมีขึ้นในญี่ปุ่นประมาณเดือนกันยายนปีนี้ ส่วนในย่อหน้าแรกที่ว่า 'มีราคาถูกกว่ารถยนต์ไฮบริดเป็นแรงจูงใจ' ถูกกว่าในที่นี้ ไดฮัทสุ คาดว่า ราคาจำหน่ายอาจจะลดระดับลงไปได้ต่ำกว่า 8 แสนเยน หรือประมาณ 3 แสนบาทนิดๆ เท่านั้น • |
| |
|
|
|