| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Thursday, 23 June, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
ย้อนกลับไปปีที่แล้ว McLaren Group เปิดตัวบริษัทย่อย McLaren Automotive เพื่อลุยตลาดรถสปอร์ตหรูโดยเฉพาะ พร้อมๆ กับเปิดตัวสปอร์ต 2 ที่นั่งรุ่นแรกของค่ายอย่าง McLaren MP4-12C และจับ Lewis Hamilton กับ Jenson Button มาลงขับทดสอบตัวต้นแบบที่ Goodwood Motor Circuit ถือเป็นการเปิดตัวที่สร้างความฮือฮาได้ดีมากทีเดียว
และในเดือนที่แล้ว แมคลาเรนก็ได้เผยเสปคตัวแข่ง MP4-12C สำหรับคลาส GT3 ให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ชื่นชมกัน ล่าสุด แมคลาเรน พร้อมแล้ว กับการตั้งเป้าจำหน่าย MP4-C12 อย่างจริงจัง ด้วยการประกาศเปิดตัวแทนจำหน่าย 35 แห่งทั่วโลก พร้อมบริการหลังการขายแบบครบวงจร
ดีลเลอร์สุดหรูแห่งแรกของแมคลาเรน จะเปิดหน้าประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นที่ชั้นล่างสุดของอพาร์ทเมนท์ 'สุด...หรู' One Hyde Park กลางกรุงลอนดอน ที่ ณ เวลานี้นับเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่แพงระยับที่สุดในโลก ราคาลองเสิร์ชหากันดูครับ เอาเป็นว่าห้องชุดที่ถูกที่สุด ปาเข้าไปที่ 5 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 247 ล้านบาท โดยโชว์รูมแรกนี้เปิดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นจะต่อด้วยแมนเชสเตอร์ในวันที่ 30, เบอร์มิงแฮมในเดือนถัดไป และจะกระจายไปทั่วโลกภายในสิ้นปี แบ่งเป็นโซนยุโรป 22 แห่ง ไล่ไปตั้งแต่เบลเยียม, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, เสปน และปิดท้ายด้วยสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนในอเมริกาเหนือจะมีทั้งหมด 10 แห่ง
การบริการหลังการขาย และการบำรุงรักษา แมคลาเรนเรียกบริการสุดพิเศษนี้ว่า Pitstop เพื่อแสดงถึงความรวดเร็วในการดูแล และซ่อมบำรุงสุดยอดซูเปอร์คาร์ของคุณแบบเดียวกับคอนเซปท์ของรถฟอร์มูล่า-วัน (ซึ่งที่จริงคงไม่ปรู๊ดปร๊าดขนาดนั้นหรอกครับ แต่ก็เป็นไอเดียในการขายที่น่ารักดี)
ในเบื้องต้น MP4-12C จะได้รับการผลิตทั้งหมด 1,000 คัน และในอนาคตจะได้รับการประกอบแบบแฮนด์เมดที่โรงงานแห่งใหม่ MPC หรือ McLaren Production Centre ซึ่งสร้างขึ้นด้วยทุนกว่า 40 ล้านปอนด์ ใกล้ๆ กับ MTC - McLaren Technology Centre เดิมในอังกฤษ ที่ยืนยงมาตั้งแต่ปี 2003 โดย MPC จะทำหน้าที่รองรับโปรดัคชั่นคาร์รุ่นต่อๆ ไปในอนาคตของค่ายด้วย ส่วน MP4-12C คาดว่าจะมีกำลังการผลิตสูงสุดได้ราว 4,000 คัน/ต่อปี |
| |
 |
| |
McLaren Automotive เป็น และ ไม่เป็น น้องใหม่ในวงการผู้ผลิตรถยนต์ เดิมทีหนึ่งในเจ้าพ่อรถสูตร 1 Ron Dennis ก่อตั้ง McLaren Automotive ในปี 1989 เพื่อพัฒนารถแข่งไปพร้อมๆ กับรถสปอร์ต ซึ่งมีผลผลิตอย่าง McLaren F1 ออกมาในปี 1992 ซึ่งตลอดช่วงอายุถึงปี 1998 มีการผลิตออกมาเพียง 100 คัน ตามด้วยการจับมือกับ Mercedes เปิดตัว Mercedes-Benz SLR McLaren ในปี 2003
ส่วน McLaren Automotive ในวันปัจจุบัน ถือเป็นบริษัทที่แยกตัวออกมาเพื่อพัฒนารถสปอร์ตที่ใช้งานได้บนถนนเพียงอย่างเดียว ไม่ข้องแวะกับมอเตอร์สปอร์ต และมี MP4-12C เป็นรถยนต์คันแรกในสายการผลิต
McLaren MP4-12C เป็นรถสปอร์ตคูเป้แบบ MR เลย์เอาท์ เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์รหัส M838T V8 ความจุ 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 590 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที เรดไลน์ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 61 กก.-ม. และ 80% ของแรงบิดมีมาให้ใช้งานตั้งแต่รอบต่ำ 2,000 รอบ/นาที มีระบบ Launch Control ช่วยในการออกตัว โหมดในการขับมีให้เลือก 3 แบบ คือ Active, Winter และ Launch สั่งการใช้งานเกียร์ด้วยการกดปุ่ม
เกียร์ดูอัลคลัทช์ 7 จังหวะ ที่ติดตั้งใน MP4-12C พัฒนาขึ้นโดย Graziano แห่งอิตาลี (ซัพพลายเออร์ของ Ferrari และ Lamborghini รวมทั้งตัวแรงรุ่นล่าสุด Lamborghini Aventador LP700-4) แชสซีส์ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ นำหนักตัวรวมเพียง 1,300 กิโลกรัม เบากว่า Aventador ที่ว่าเบาสุดๆ แล้วถึง 275 กิโลกรัม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 322 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยแบบรวมประมาณ 8.5 กม./ลิตร ไม่โหดร้ายเกิดไปนักสำหรับความแรงขนาดนี้ อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 279 กรัม/กม. |
| |
 |
| |
| • Carrera MP4-12C Chronograph Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษสำหรับ MP4-12C จาก Tag Heuer |
 |
| |
ราคาจำหน่ายในอังกฤษเริ่มที่ 168,500 ปอนด์ หรือประมาณ 8.3 ล้านบาท ราคาในสหรัฐฯ 229,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6.9 ล้านบาท และเพื่อเป็นการมอบความพิเศษให้ลูกค้า Tag Heuer ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ตรงของแมคลาเรน จะผลิตนาฬิกาสปอร์ตรุ่นพิเศษ Carrera MP4-12C Chronograph Limited Edition มาให้ด้วย ใส่แล้วเท่แบบ Jenson Button ในรูปเลย
ชื่อรุ่น MP4-12C นั้น รหัส MP4 มีที่มาจาก McLaren Project 4 ชื่อโปรเจคท์พัฒนารถสูตรหนึ่งของแมคลาเรนที่เรารู้จักกันดี ตัวเลข 12 คือจำนวนดัชนีประสิทธิภาพ หรือ Performance Index มาตรฐานที่แมคลาเรนใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดสมรรถนะรถยนต์ของตน ส่วนตัวอักษร C คือนวัตกรรมโครงสร้างน้ำหนักเบาที่พัฒนามาจากตัวแข่ง F-1 แชสซีส์คาร์บอนไฟเบอร์ขึ้นรูปแบบชิ้นเดียว ซึ่งแมคลาเรนให้ชื่อเฉพาะว่า Carbon MonoCell
มหาเศรษฐีบ้านเราท่านใดสนใจ หากซื้อหามาไว้ในครอบครองแล้ว ขอความกรุณาให้ มอเตอร์ทริเวีย ไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นขวัญตาด้วยเถิดครับ... ขอกันดื้อๆ แบบนี้แหละ • |
| |
|
|
|