 |
| |
| Thursday, 21 April, 2011 0:12 AM |
|
|
 |
| |
|
| |
จีเอ็ม เกาหลี เปิดตัวรถต้นแบบ เชฟโรเลต มีเรย์ สปอร์ตโรดสเตอร์ที่งาน โซล มอเตอร์โชว์ 2011 เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี เชฟโรเลต พร้อมรุกตลาดใหม่ในเกาหลี ด้วยที่สุดแห่งงานออกแบบอันล้ำยุค
"ในภาษาเกาหลี Miray สื่อความหมายถึง 'อนาคต'" มร. ไมค์ อาร์คาโมน (Mike Arcamone) ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจนเนอรัล มอเตอร์ส เกาหลี กล่าว "ในขณะที่ จีเอ็ม แนะนำแบรนด์ เชฟโรเลต สู่ตลาดเกาหลี รถต้นแบบอย่าง มีเรย์ จะนำเสนอแนวทางแห่งอนาคตของแบรนด์ ที่จะเชื่อมโยงผู้ขับขี่และตัวรถให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น พร้อมกับการนำเสนอรูปลักษณ์อันสดใหม่ ในแบบที่รถสปอร์ตในอนาคตควรจะเป็น"
มีเรย์ ได้รับการพัฒนาโดย GM Advanced Design Studio ศูนย์การออกแบบยานยนต์ของ จีเอ็ม ในกรุงโซล โดยเป็นการผสมผสานกันของเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด และรูปลักษณ์อันล้ำสมัย ขณะเดียวกัน มีเรย์ ยังสร้างความสมดุล ระหว่างงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ เชฟโรเลต และแนวทางของการออกแบบในอนาคต เนื่องในโอกาสที่เชฟโรเลต เฉลิมฉลองครบหนึ่งศตวรรษในปี พ.ศ. 2554
ภายนอกคลาสสิค แต่ล้ำสมัย
การออกแบบภายนอกของ มีเรย์ ถือเป็นการสานต่อตำนานรถสปอร์ตคลาสสิคของ เชฟโรเลต ไม่ว่าจะเป็นตัวถังที่มีขนาดเล็ก เปิดหลังคาเหมือนกับ Chevrolet Corvair Monza SS ปี 1963 น้ำหนักเบา และเอื้อต่อการใช้งานอเนกประสงค์เหมือนกับ Corvair Super Spyder ปี 1962 โดยรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้ มีเรย์ ดูดุดันคล้ายคลึงกับเครื่องบินรบยุคใหม่ |
| |
 |
| |
| • 1963 Chevrolet Corvair Monza SS Concept : ภาพจาก conceptcarz.com |
 |
| |
ตัวถังผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ และ คาร์บอนไฟเบอร์เสริมโพลิเมอร์ (CFRP - Carbon Fiber-Reinforced Plastic) แข็งแกร่ง ทนทาน และน้ำหนักเบา ด้านข้างทรงลิ่มรับกับเส้นสายสันคม พร้อมเส้นไฟส่องสว่าง ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวรถขณะพุ่งทะยานไปข้างหน้า พร้อมกับ สร้างความร้อนแรง บนตัวถังรถอันดุดัน ประตูเปิดขึ้นแบบปีกนกคล้ายกับรถแข่งเลอมังส์ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ได้สัมผัสห้องโดยสารอย่างเต็มตา
ด้านหน้าย้ำดีเอ็นเอ เชฟโรเลต ด้วยกระจังหน้าสองชั้น คู่กับไฟหน้า LED รับเส้นสายของไฟ Daytime Running ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของ เชฟโรเลต ซุ้มล้อหน้าและหลังขนาดใหญ่ สานต่อความสปอร์ตเต็มพิกัดจาก Chevrolet Corvette กันชนติดตั้งลิ้นสปอยเลอร์คาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยเพิ่มแรงกด และความไหลลื่นของอากาศ
ปีกสปอยเลอร์หลังปรับระดับได้ เพิ่มแรงกดทางด้านท้ายรถ ช่วยควบคุมการไหลเวียนของอากาศ ฝาถังน้ำมัน และช่องชาร์จไฟ ออกแบบติดตั้งอยู่ด้านล่างอย่างแนบเนียน โดยช่องชาร์จไฟมีมาตรวัดแสดงความจุแบตเตอรี่อยู่ด้วย ซุ้มล้อหลังทั้งสองด้าน มีช่องสำหรับเก็บของขนาดเล็ก คู่กับเส้นสายไฟท้ายแบบ ทวิน เอลิเมนท์ แสดงตัวตนใหม่ของ เชฟโรเลต
มีเรย์ ใช้ล้ออลูมิเนียมผสมคาร์บอนไฟเบอร์ ด้านหน้าขนาด 20 นิ้ว หลัง 21 นิ้ว ดีไซน์คล้ายใบพัดเทอร์โบ เสริมให้ มีเรย์ ดูปราดเปรียว เหมือนกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าตลอดเวลา หากมองจากด้านบน ห้องโดยสารของมีเรย์ มีลักษณะคล้ายเพชรเม็ดงาม และแสดงให้เห็นถึงแนวทางการออกแบบของ เชฟโรเลต อย่างชัดเจน |
| |
 |
| |
ภายในสปอร์ต
การออกแบบภายในได้แรงบันดาลใจมาจาก เครื่องบินรบ เหมือนกับการออกแบบภายนอก โดยเป็นการผสมผสานกันระหว่างอลูมิเนียมเงา หนังแท้ แฟบริกสีขาว และวัสดุพื้นผิวโลหะ สะท้อนความเป็นงานประติมากรรมแห่งความเร็วขนานแท้ ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ให้โครงสร้างที่เหนียวแน่น น้ำหนักเบา นอกจากนี้ การดีไซน์แบบ ทวิน ค็อกพิท อันเป็นเอกลักษณ์ของ เชฟโรเลต ยังโอบกระชับทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร เชื่อมโยงให้เกิดประสบการณ์แห่งการขับขี่ร่วมกัน
เบาะนั่งถูกออกแบบให้ไม่สมมาตรอย่างตั้งใจ เน้นให้ภายในห้องโดยสารเกิดความสมดุลอย่างลงตัว ผู้ขับขี่รู้สึกใกล้ชิดกับตัวรถอย่างเต็มที่ มีการติดตั้งแสงไฟทั้งบริเวณด้านบนของแผงคอนโซล และบริเวณเบาะที่นั่ง เพิ่มบรรยากาศความหรูหรา เบาะและพนักพิงศีรษะ ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ ติดตั้งอยู่บนรางอลูมิเนียมเดี่ยว มีช่องเป่าลมให้ความอบอุ่นแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตามสไตล์รถสปอร์ตเปิดประทุน
นักออกแบบของ จีเอ็ม สร้างสรรค์แผงคอนโซลและมาตรวัดแบบใหม่ ด้วยการออกแบบให้ข้อมูลต่างๆ แสดงขึ้นบนพื้นผิวคอนโซลสีขาว โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ มาตรวัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์อยู่บริเวณด้านหน้าของผู้ขับขี่, ข้อมูลแสดงระยะทางอยู่บริเวณแผงคอนโซลด้านซ้าย ส่วนเนวิเกเตอร์อยู่ที่คอนโซลด้านขวา การออกแบบในลักษณะนี้ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่ สามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าตื่นเต้นได้มากกว่าเดิม
แผงคอนโซลกลางใช้ระบบสัมผัส ตกแต่งด้วยอลูมิเนียม ออกแบบให้คล้ายคลึงกับคันเกียร์ของเครื่องบินรบขณะกำลังลงจอด ขณะเดียวกัน การออกแบบภายนอกที่มุ่งให้ไหลลื่นลงสู่ภายในห้องโดยสาร ทำให้คอนโซลดูมีพลัง และดูลงตัวทั่วทั้งห้องโดยสาร ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ติดตั้งอยู่บนคอนโซลกลาง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบเช่นกัน เมื่อกดปุ่มสตาร์ท มาตรวัดและข้อมูลทั้งหมด จะปรากฎขึ้นบนแผงคอนโซล เหมือนกับเครื่องบินรบที่พร้อมทะยานขึ้นฟ้า
มีเรย์ ไม่มีกระจกมองหลังและกระจกมองข้าง แต่ถูกแทนที่ด้วยกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งปรับมุมมองด้วยไฟฟ้า การขับขี่ในเมือง กล้องด้านหน้ารถจะทำงานร่วมกับระบบจีพีเอส และจะทำงานแทนที่เนวิเกเตอร์ด้วยภาพวีดีโอแบบรีลไทม์ |
| |
 |
| |
ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบขับเคลื่อนอันทรงพลัง
มีเรย์ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าต้นแบบ มิด-อิเลกทริก (mid-electric) ติดตั้งอยู่บริเวณใต้ที่นั่ง เยื้องมาด้านหลังของผู้ขับขี่ "ระบบขับเคลื่อนของ มีเรย์ เกิดจากการต่อยอดเทคโนโลยีของ จีเอ็ม ที่มีอยู่ในปัจจุบัน" มร. อูเว่ เกรเบ (Uwe Grebe) ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมระบบขับเคลื่อนของ จีเอ็ม กล่าว "รถต้นแบบคันนี้ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาโครงสร้างใหม่ การออกแบบสัดส่วนใหม่ และการยกระดับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนในปัจจุบันให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น"
มีเรย์ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15 กิโลวัตต์ 2 ตัว ใช้กำลังไฟจากแบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน ขนาด 1.6 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งมีระบบชาร์จไฟกลับขณะเหยียบเบรก (regenerative braking energy) ให้อัตราเร่งที่คล่องแคล่ว และปราศจากมลพิษอย่างสิ้นเชิง
อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าทึ่งของ มีเรย์ คือ สามารถเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังได้ด้วย |
| |
 |
| |
เพื่อสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น มีเรย์ จับคู่ระบบไฮบริดด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมระบบควบคุมแรงบิดที่ล้อหลังซ้ายและล้อหลังขวาได้ตามต้องการ โดยเครื่องยนต์จะถูกติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังเบาะที่นั่ง ส่งกำลังสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถ สปอร์ต โรดสเตอร์ อย่างแท้จริง
ระบบส่งกำลังของ มีเรย์ เป็นแบบคลัตช์คู่ (Dual-clutch transmission - DCT) ขนาดกระทัดรัด เนื่องจากไม่มีทอร์ค คอนเวอเตอร์ แบบเดิมๆ จึงมีจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่สั้น รวดเร็ว อีกทั้งยังได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มความเร็วสูงสุด โดยระบบสตาร์ทและดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (start-stop system) จะทำงานร่วมกับระบบเกียร์ DCT ด้วย
"ระบบขับเคลื่อนทำงานร่วมกับตัวรถได้อย่างลงตัว ซึ่งจะมอบสมรรถนะอันมหาศาล ในขณะที่ทิ้งมลพิษไว้ในสิ่งแวดล้อมเพียงน้อยนิด" มร. อาร์คาโมน กล่าว
"ด้วยการผสมผสานระหว่าง เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน และการออกแบบที่ล้ำสมัย มีเรย์ ได้กำหนดแนวทางในอนาคตของ เชฟโรเลต ทั่วโลก ที่ประกอบด้วยความโดดเด่น ความสดใหม่ล้ำสมัย รวมถึงให้ความบันเทิงอย่างครบถ้วน" •
SOURCE : GM THAILAND |
 |
| |
| Specifications |
| |
| ข้อมูลทางเทคนิค |
2011 Chevrolet Miray Concept |
| ความยาว (มม.) |
3,991 |
| ความสูง (มม.) |
1,100 |
| ความกว้าง (มม.) |
1,865 |
| Wheelbase (mm) |
2,375 |
| ตัวถัง และแชสซีส์ |
คาร์บอนไฟเบอร์ และคาร์บอนไฟเบอร์ผสมโพลีเมอร์ และแชสซีส์อลูมิเนียม |
| ล้อและยาง |
ด้านหน้า |
245/35/20 20”/8.5J |
| ด้านหลัง |
295/30/21 21”/10.5J |
| ระบบขับเคลื่อน |
เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 15 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่ 1.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง |
| ระบบกันสะเทือน |
ปีกนกคู่ ด้านหน้าและด้านหลัง |
| เบรก |
ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบระบายความร้อน |
| อัตราความประหยัดเชื้อเพลิง |
ในเมือง 60 ไมล์ต่อแกลลอน
ทางหลวงไฮเวย์ 63 ไมล์ต่อแกลลอน |
|
| |