 |
| |
|
Thursday, 10 February, 2011 0:00 AM
|
 |
| |
|
| |
สำหรับแฟนรถสปอร์ตทั่วโลก เมื่อเอ่ยถึงชื่อของรถสปอร์ตเปิดประทุนที่มีราคาไม่แพง แต่ตอบสนองการขับขี่ที่สนุกสนาน และเร้าใจ เช่นเดียวกับภาพลักษณ์ของตัวรถที่ดูสวยโดดเด่น และสปอร์ตแล้ว หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ Mazda MX-5 รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน และยอดการผลิตจำนวน 900,000 คันที่เพิ่งครบไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คือ สิ่งยืนยันถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคม ปี 2000 มาสด้า ได้รับการบนทึกให้เป็นรถสปอร์ต 2 ที่นั่งซึ่งมียอดขายสูงสุด หรือ Best selling two-seater sportscar จาก Guinness World Records ด้วยยอดการผลิตสะสมนับจากรุ่นแรกในตอนนั้นอยู่ที่ 531,890 คัน
ตรงนี้อย่าเพิ่งหัวเราะกับตัวเลขที่เห็น เพราะถ้าพิจารณาจากในแง่ที่ว่าขนาดของกลุ่มตลาดรถสปอร์ต ไม่ได้เยอะแยะหรือใหญ่โตมากมากอะไรนัก ตัวเลขที่ทำได้ขนาดนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน |
| |
 |
| |
นับจากจุดนั้น ดูเหมือนว่าอัตราการเพิ่มตัวเลขของ MX-5 จะออกในแนวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเพียงไม่นานก็ทะลุหลัก 700,000 คันมาอยู่ที่ 800,000 คัน และล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ฉลองการผลิตคันที่ 900,000 รวมระยะเวลาที่ MX-5 วางขายในตลาด นับตั้งแต่รุ่นแรกที่เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน 1989 จนถึงตอนนี้ ใช้เวลาทั้งหมด 21 ปีกับอีก 10 เดือน
Mazda MX-5 ถือเป็นโปรเจ็กต์รถสปอร์ตขนาดเบา ที่เน้นการขับสนุก และมีราคาไม่แพง หรือ Affordable Roadster ที่สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าที่มีงบประมาณไม่มากนัก และนั่นนำไปสู่การเปิดตัว MX-5 รุ่นแรกในปี 1989 ที่มากับรหัส NA และมีน้ำหนักตัวเพียง 940 กิโลกรัมเท่านั้น โดยชื่อรุ่นจะมีการแบ่งออกตามตลาดที่ขาย ซึ่งในญี่ปุ่นมาสด้าจะใช้ชื่อว่า Mazda Roadster ส่วนในสหรัฐอเมริกาใช้ชื่อ Mazda Miata และ Mazda MX-5 สำหรับตลาดโลก |
| |
 |
| |
| • 1989 MX-5 เจนเนอเรชั่นแรก ถือกำเนิดขึ้นที่โรงงานมาสด้า ในฮิโรชิม่า |
 |
| |
การเปิดตัวของ Mazda MX-5 รุ่นแรก ถือเป็นความกล้าอย่างมากในการนำสปอร์ตประเภทนี้กลับมาสู่ตลาดอีกครั้ง หลังจากที่เคยเบ่งบานในยุคทศวรรษที่ 1960 และ 1970 ก่อนที่จะเงียบหายไปเมื่อย่างเข้าสู่ทศวรรษที่ 1980 ซึ่งแนวคิดนี้ก็ได้รับการตอบรับที่ดี เพราะรุ่นแรก NA มียอดขายระหว่างปี 1989-1997 รวมแล้วกว่า 400,000 คันทั่วโลก ก่อนที่รุ่นที่ NB จะเปิดตัวในปี 1997 และรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นปัจจุบัน NC จะเปิดตัวในปี 2006
ทั้ง 3 รุ่นถูกพัฒนาบนพื้นฐานแนวคิด หรือไอเดียที่เรียกว่า Jinba Ittai หรือมีความหมายว่า การรวมกันเป็นหนึ่งเดียวระหว่างม้ากับคนขี่ หรือ Ride (Jin) Horse (ba) As One (Ittai) เพื่อสื่อให้เห็นถึงการตอบสนองต่อการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านการยึดเกาะ และบังคับควบคุมของตัวรถ ที่จะถูกถ่ายทอดออกมาเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน |
| |
 |
| |
| • MX-5 รุ่นปี 2000 |
 |
| |
นอกจากตัวถังเปิดประทุนแล้ว MX-5 ยังมีการผลิตเวอร์ชันต่างๆ ออกมาขายในตลาดด้วย เช่นในปี 2004 มากับตัวถังคูเป้ ซึ่งมีการเสริมหลังคาแข็งและเสา C ให้กับตัวรถโดยขายในชื่อ Roadster Coupe ผลิตเพียง 350 คันสำหรับขายในญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนเจนเนอเรชันที่ 3 ก็มีเวอร์ชันหลังคาแข็งพับเก็บได้ผลิตออกขายในปี 2006 โดยใช้ชื่อ Coupe Convertible
ในรุ่นนี้มีขายทั่วโลกด้วยชื่อที่แตกต่างกันออกมา เช่นในยุโรปใช้ชื่อว่า MX-5 Roadster Coupe ในญี่ปุ่นใช้ชื่อว่า Roadster Power Retractable Hard Top และ MX-5 Miata Power Retractable Hard Top ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งชุดหลังคาแข็งแบบ 3 ชิ้น หรือ Retractable Hard Top จะถูกพับเก็บด้วยเวลาเพียง 12 วินาที และมีน้ำหนัก 36 กิโลกรัม ที่บวกเพิ่มเข้ามาจากรุ่นเปิดประทุนมาตรฐาน
แน่นอนว่า มาสด้า ยังเดินหน้าผลิต MX-5 ต่อไป และในเมื่อดูจากลำดับของการเปิดตัวแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วสำหรับ มาสด้า ในการที่จะเผยโฉมเจนเนอเรชันใหม่ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ 4 ของ MX-5 ออกสู่ตลาด โดยคาดว่า การเปิดตัวจะมีขึ้นในงาน โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2011 ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น • |
| |
 |
| |
| • MX-5 รุ่นปี 2006 |
| |