| |
|
| |
|
Monday, 21 November, 2011 0:02 AM |
 |
| |
| |
นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม ทำให้ผู้ใช้รถต้องขับรถลุยน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน เป็นเหตุให้แผ่นป้ายทะเบียนรถสูญหาย ซึ่งคาดว่าภายหลังจากน้ำลด จะมีเจ้าของรถมาติดต่อขอทำแผ่นป้ายทะเบียนรถใหม่เป็นจำนวนมาก
ดังนั้น กรมการขนส่งทางบก จึงแนะให้เจ้าของรถที่จำเป็นต้องขับรถลุยน้ำ ตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถ ให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหาย ระหว่างที่ขับรถผ่านบริเวณที่เกิดภาวะน้ำท่วม และหากป้ายทะเบียนรถหล่นหาย ขอให้ติดต่อดำเนินการคัดแผ่นป้ายทะเบียนรถใหม่ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาที่รถจดทะเบียนอยู่
สำหรับรถเก๋ง รถตู้ รถปิคอัพ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถใหม่ได้ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 5 ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2554 จากเดิมที่ดำเนินการได้เฉพาะสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเท่านั้น
เจ้าของรถต้องนำเอกสารที่ใช้ประกอบการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถใหม่ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่ สมุดคู่มือการจดทะเบียนรถฉบับจริง, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถ ไม่สามารถมาติดต่อดำเนินการด้วยตนเองได้) ซึ่งหากเป็นรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2522 ไม่ต้องแนบเอกสารการแจ้งความจากสถานีตำรวจแต่อย่างใด โดยเสียค่าใช้จ่ายแผ่นป้ายละ 100 บาท
นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก ได้ประสานงานกับกองบังคับการตำรวจจราจร ในการรวบรวมแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ตกหล่นในช่วงที่เกิดน้ำท่วม โดยเจ้าของรถสามารถตรวจสอบข้อมูลแผ่นป้ายทะเบียนรถที่สูญหายได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะและรับเรื่องร้องเรียน กรมการขนส่งทางบกที่ 1584 หรือตรวจสอบทางเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกที่ www.dlt.go.th
ทั้งนี้ ผู้ที่เก็บแผ่นป้ายทะเบียนรถได้ สามารถส่งคืนที่ กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร อาคาร 1 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก "ผู้ฉวยโอกาสนำแผ่นป้ายทะเบียนรถที่เก็บได้ไปใช้ จะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และความผิดอาญาฐานปลอมแปลง หรือใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1,000 - 10,000 บาทด้วย" อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้าย • |
| |
|
|
|