| |
 |
| |
| Thursday, 15 September, 2011 0:12 AM |
 |
| |
|
| |
| |
นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยว่า กรมการขนส่งทางบก เตรียมปรับปรุงระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่อใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554 โดยมีการเปลี่ยนวิธีการทดสอบภาวะสายตาแบบใหม่ ที่ใช้เครื่องทดสอบ (ชุดเสาไฟจราจร) สายตาด้านการมองเห็นสีสัญญาณไฟจราจร ให้มีลักษณะเหมือนกับสัญญาณไฟจราจรที่ใช้จริงบนท้องถนน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2555 เป็นต้นไป
นายเทียนโชติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ชุดเสาไฟจราจรสำหรับทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ ประกอบด้วย ดวงไฟ 3 ดวง โดยที่แต่ละดวง ต้องสามารถแสดงผลของแสงสีได้ทั้ง 3 สี คือ แดง, เหลือง และ เขียว เช่นเดียวกับไฟจราจรที่ใช้จริง ปุ่มเริ่มการทำงานให้ใช้สีเขียว และต้องสามารถแสดงผลสุ่มของแสงสีในตำแหน่ง บน, กลาง หรือล่าง ภายในเวลา 1 วินาที ส่วนปุ่มยกเลิกการทำงานให้ใช้สีแดง สามารถกดใช้เพื่อยกเลิก หรือเริ่มการทดสอบครั้งใหม่ได้ตลอดเวลา ซึ่งการทดสอบสายตา ต้องผ่านการทดสอบทั้ง ทางกว้าง และ ทางลึก
"การทดสอบทางกว้าง ต้องมองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เป็นมุมกว้างข้างละ 75 องศา 2 ใน 3 ครั้ง จึงถือว่าผ่านการทดสอบ ส่วนการทดสอบสายตาทางลึก ต้องมองเห็นในระยะ 2.50 - 3.50 เมตร รวม 3 ครั้ง หากผลการทดสอบห่างจุดที่กำหนดไม่เกินกว่า 1 นิ้ว 2 ใน 3 ครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ"
สำหรับการทดสอบ การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ ให้ดูสีแดง, สีเหลือง และสีเขียว จากเครื่องทดสอบ ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และต้องอยู่ห่างจากเครื่องทดสอบ ในระยะไม่น้อยกว่า 3 เมตร หากอ่านได้ถูกต้อง 2 ใน 3 ครั้ง ถือว่าผ่านการทดสอบ
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้เตรียมมอบเครื่องทดสอบสายตา (ชุดเสาไฟจราจร) ให้แก่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 5 และ สำนักงานขนส่งจังหวัด ทุกจังหวัด สำนักงานละ 2 เครื่อง, สำนักงานขนส่งสาขา ทุกสาขา สำนักงานละ 1 เครื่อง, ส่วนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการขับรถ จำนวน 3 เครื่อง, โรงเรียนการขนส่งจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 1 เครื่อง, โรงเรียนการขนส่งจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 1 เครื่อง รวมทั้ง กลุ่มพัฒนาระบบใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ (สำหรับเป็นเครื่องสำรอง) จำนวน 5 เครื่อง ซึ่งคาดว่าการปรับปรุงระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทดสอบดังกล่าว จะเป็นมาตรฐานในการทดสอบสายตา เพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถได้อย่างเป็นสากล
นอกจากนี้ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกยังแนะประชาชนว่า "ปัจจุบันขั้นตอนการสอบขอรับใบขับขี่ภายหลังการยื่นคำขอแล้ว ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และเข้ารับการอบรม จำนวน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงทดสอบข้อเขียนด้วยระบบ E-exam ก่อนเข้ารับการทดสอบขับรถ ณ สนามทดสอบขับรถของกรมการขนส่งทางบก"
"ทุกขั้นตอนต้องดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น ผู้อื่นไม่สามารถดำเนินการแทนได้ ดังนั้นหากมีผู้แอบอ้าง หรืออาสาดำเนินการต่างๆ แทน ขออย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างดังกล่าว เพราะนอกจากต้องเสียเงิน และเอกสารสำคัญแล้ว ยังได้รับเอกสารปลอม ซึ่งหากนำไปใช้จะมีความผิดตามกฎหมาย ฐานใช้เอกสารราชการปลอมด้วย"
หากพบบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย โปรดแจ้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริเวณด้านหน้าอาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก หรือแจ้งที่ Call Center 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง • |
| |
|
|
|