| |
 |
| |
|
Tuesday, 9 November, 2010 0:05 AM
|
 |
| |
|
| |
นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดี กรมการขนส่งทางบก เผยว่า จากการตรวจสอบรถตู้ที่ประสบอุบัติเหตุตกทางด่วน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา พบว่าเป็นรถตู้ส่วนบุคคล ที่นำไปดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบ โดยการเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ดีเซล เป็นเครื่องยนต์เบนซิน พร้อมติดตั้งระบบแก๊ส CNG และ LPG โดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และเป็นรถที่มีอายุการใช้งานยังไม่ถึง 7 ปี ซึ่งยังไม่ต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีรถประจำปี
ทั้งนี้ หากเป็นรถโดยสารสาธารณะ จะต้องผ่านการตรวจสภาพจากกรมการขนส่งทางบกปีละ 2 ครั้ง ส่วนการติดตั้งอุปกรณ์ สำหรับการใช้ก๊าซ LPG หรือ CNG เป็นเชื้อเพลิง ต้องติดตั้งกับผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น โดยภายหลังการติดตั้งอุปกรณ์แล้ว ต้องนำรถเข้ารับการตรวจ และทดสอบความปลอดภัยจากผู้ตรวจและทดสอบ ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมฯ อีกครั้ง ก่อนการแจ้งขอเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง
• รถที่ใช้ CNG ต้องตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบทุกปี
• รถที่ติดตั้ง CNG จากโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ ตรวจและทดสอบ หลังจดทะเบียนครั้งแรก 3 ปี ครั้งต่อไปต้องตรวจทุกปีเช่นกัน
• รถที่ใช้ก๊าซ LPG ให้ตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบทุก 5 ปี
นายเทียนโชติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย แก่เจ้าของรถที่ใช้ก๊าซ CNG และ LPG เป็นเชื้อเพลิง ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 กรมการขนส่งทางบกจะจัดเจ้าหน้าที่จาก กองตรวจการขนส่ง ออกตรวจสอบความถูกต้อง และปลอดภัย ของรถที่เข้าเติมก๊าซตามสถานีจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้มีสถานีจำหน่ายก๊าซ CNG ทั่วประเทศ จำนวน 353 แห่ง (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2553) อยู่ในเขตกรุงเทพฯ 102 แห่ง และมีสถานีจำหน่ายก๊าซ LPG ทั่วประเทศ จำนวน 1,042 แห่ง อยู่ในเขตกรุงเทพฯ 217 แห่ง
โดยในระยะแรก หากพบรถที่มีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการใช้แก๊ส ที่ไม่ผ่านขั้นตอนตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จะแจ้งให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง และในระยะต่อไป จะมีการเปรียบเทียบปรับตามความผิดในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ส่วนควบโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 60 โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
นอกจากนี้ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยังฝากเตือนผู้โดยสาร ให้ใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ ที่จดทะเบียนถูกต้องเท่านั้น โดยให้สังเกตสีพื้นแผ่นป้ายทะเบียนเป็น 'สีเหลือง' ที่ด้านข้างตัวรถจะมีเครื่องหมาย แสดงการเข้าร่วมบริการกับ ขสมก. พร้อมชื่อเส้นทาง
ทั้งนี้ การใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัย ด้วยการตรวจสภาพรถปีละ 2 ครั้ง พร้อมทั้งเตือนเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคล 'อย่าได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซอย่างไม่ถูกต้อง' เพราะนอกจากจะไม่ปลอดภัยแล้ วยังมีความผิดตามกฎหมายด้วย
สนใจสอบถามรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่ 'กลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก' หมายเลขโทรศัพท์ 02-271-8604
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.dlt.go.th ครับ • |
| |
 |
 |
|
| |
|
|
|