นายรณยุทธ ตั้งรวมทรัพย์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ปรับปรุงระเบียบ ให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็น ผู้ขับรถประเภททุกประเภท (ท.1-4) ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จะต้องตรวจสอบประวัติอาชญากร จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบประมาณ 1 เดือน
ทั้งนี้
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้มาขอต่ออายุใบอนุญาต กรมการขนส่งทางบก จึงดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถให้ ในวันที่มาดำเนินการต่ออายุก่อน แต่หากภายหลังตรวจพบมีประวัติอาชญากรจะเพิกถอนใบอนุญาตทันที
นายรณยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับ ใบอนุญาตผู้ขับรถประเภททุกประเภท (ท.1-4) จะต้องไม่เคยได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษที่เกิดจากความประมาท ที่ไม่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำผิด หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วเกินกว่า 3 ปี จึงต้องมีการส่งประวัติของผู้ขอรับใบอนุญาตไปตรวจสอบยัง กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอรับใบอนุญาต กรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้สามารถมาดำเนินการต่ออายุได้ล่วงหน้า 3 เดือน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยผู้ที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ หรือสิ้นอายุแล้วแต่ไม่เกิน 3 ปี เพียงเตรียมใบอนุญาตฉบับเดิม บัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 2 รูป และต้องทดสอบ สมรรถภาพร่างกาย พร้อมเข้ารับการอบรมจำนวน 2 ชั่วโมง
กรณีใบอนุญาตสิ้นอายุเกินกว่า 3 ปี ต้องนำใบรับรองแพทย์มาแสดงและทดสอบขับรถด้วย ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบก จะออกใบอนุญาตให้ทันทีที่ผ่านขั้นตอนตามที่กำหนด โดยไม่ต้องรอผลการตรวจสอบประวัติ ในกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจพบ มีประวัติอาชญากร กรมการขนส่งทางบกจะเพิกถอนใบอนุญาตทันที ซึ่งหากนำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนไปใช้ขับรถบนท้องถนน จะมีความผิดตามกฎหมาย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ส่วนใบอนุญาตขับรถ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 หมายเลขโทรศัพท์ 02-271-8480 หรือ Call Center 1584
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.dlt.go.th ครับ •
|