กรมการขนส่งทางบก เตือนใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถภาษาอังกฤษในประเทศไทยผิดกฎหมาย โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เผยออกให้สำหรับติดรถที่นำออกไปใช้ในประเทศลาว และบางประเทศในกลุ่มอาเซียนเท่านั้น ย้ำ! อย่าสั่งทำแผ่นป้ายทะเบียนรถ จากร้านรับทำแผ่นป้าย หรือทางอินเทอร์เน็ต นำมาใช้อาจมีความผิดอาญาโทษถึงจำคุก
นายรณยุทธ ตั้งรวมทรัพย์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีเจ้าของรถบางราย นำแผ่นป้ายทะเบียนรถที่มีหมวดอักษรและชื่อประเทศเป็นภาษาอังกฤษ เช่น HA-753 THAILAND หรือ 3K-201 THAILAND ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ออกให้สำหรับติดรถที่ขออนุญาตนำไปใช้ในประเทศลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ (มณฑลยูนนานและกวางสี) เป็นการชั่วคราวเท่านั้น โดยเมื่อนำรถกลับเข้ามาใช้ในประเทศไทย เจ้าของรถจะต้องถอดแผ่นป้ายดังกล่าวออก แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถที่เป็นภาษาไทยมาติดแทนให้เรียบร้อย หากฝ่าฝืนจะมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
นายรณยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถที่เป็นภาษาอังกฤษ สามารถใช้ได้เฉพาะภายนอกราชอาณาจักรไทย ในประเทศที่มีสนธิสัญญาระหว่างกันเท่านั้น การนำแผ่นป้ายดังกล่าวมาติดรถที่ใช้งานในประเทศไทย จะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เช่นเดียวกับโทษของรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยกรมการขนส่งทางบก ได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้มงวดกวดขันจับกุมผู้ฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถภาษาอังกฤษในประเทศไทย อาจทำให้ผู้ใช้รถอื่นเกิดความสับสน และยากต่อการตรวจสอบข้อมูล เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดอาชญากรรม
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยังฝากเตือนไปยังเจ้าของรถที่สั่งทำแผ่นป้ายทะเบียนรถจากร้านรับทำแผ่นป้าย หรือที่โฆษณาทางอินเทอร์เน็ต แล้วนำมาติดกับรถของตนว่า การกระทำดังกล่าว นอกจากจะเป็นความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ทางราชการออกให้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทแล้ว ยังอาจมีความผิดอาญาฐานปลอม และใช้เอกสารปลอม ซึ่งมีโทษถึงขั้นจำคุกด้วย หากแผ่นป้ายชำรุดหรือสูญหาย ขอให้มาติดต่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถใหม่ให้ถูกต้อง โดยนำสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง สอบถามเพิ่มเติมที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2271-8715 หรือสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.dlt.go.th ครับ •
|