ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การนำนักวิชาการมาพูด เพื่อให้เกิดน้ำหนักในสิ่งที่นำเสนอเท่านั้น แต่การยกความต่างในการใช้ความเร็วที่ห่างกันเพียงแค่ 5 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถทำให้เกิดสิ่งชี้เป็นชี้ตายได้เลยทีเดียว และความต่างเพียง 5 กิโลเมตร/ชั่วโมงนี้ คือ โอกาสที่จะรอด หรือโอกาสที่จะบาดเจ็บหนัก หรือตายได้
โฆษณาชิ้นนี้ทำเหมือนกับการทดสอบโดยจำลองทุกอย่างให้เหมือนกัน รถยนต์รุ่นเดียวกันยี่ห้อเดียวกัน แต่ใช้ความเร็วต่างกัน คันแรก 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ซึ่งใครต่อใครคิดว่า นี่คือระดับความเร็วเต่ากัดล้อเลย) ส่วนอีกคันขับเร็วหน่อย 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง
เมื่อมีรถบรรทุกตัดหน้า ความต่าง 5 กิโลเมตร/ชั่วโมงนี่แหละ ที่ทำให้สามารถชี้เป็นหรือตายได้ เพราะหลังจากคนขับเกิดปฏิกิริยาตอบสนองด้วยการเบรก หรือที่เรียกว่า Panic Stop รถยนต์ทั้ง 2 คันนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดการชน... ชนทั้งคู่นั่นแหละ โดยคันที่ขับมาด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเบรกเกือบอยู่ และชนเพียงนิดเดียว เรียกว่าแค่กันชนหน้ายุบ แต่คันที่ขับมาด้วยความเร็ว 65 กิโลเมตร/ชั่วโมงชนเข้าเต็มๆ
ประเด็นที่โฆษณาชุดนี้ต้องการสื่อก็เป็นไปตามสโลแกน คือ ให้ทุกคนขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับท้องถนน และถูกต้องตามกฎจราจร การใช้ความเร็วเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สามารถก่อให้เกิดความต่างของผลลัพธ์แบบสุดชั้วได้ ซึ่งแน่นอนว่าในชีวิตจริง ความต่างในการใช้ความเร็วคงไม่ได้อยู่ที่ 5 กิโลเมต/ชั่วโมงหรอก มีเป็นเลข 2 หลักอย่างแน่นอน
รักชีวิต...อย่าประมาท และขับรถให้ช้าลงอีกนิดครับ • |