motortrivia.com
m2 CLASSIC CAR SECTION | BACK TO CLASSIC CARMAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
 
Mercedes-Benz C111-II
 
เรื่อง : AE86 Friday, 4 June, 2010 0:39 AM
800x
 
Mercedes-Benz C111-II
กว่า Gullwing จะกลับมาต้องรอ 40 ปี
 
baในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อ่านข่าวตามหน้าอินเตอร์เนต แล้วมาสะดุดตาเอากับหัวข้อข่าวเกี่ยวกับรถยนต์ต้นแบบรุ่นหนึ่งของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่โดนโจรพยายามจะขโมยในขณะที่กำลังรอการขนส่งไปโชว์ตัว

baต้นแบบรุ่นนี้มีชื่อว่า C111 และโจรซื่อบื้อก็ไม่สามารถขโมยไปได้ เพราะว่าเป็นแค่ 'Mock Up สำหรับจอดโชว์' ไม่มีเครื่องยนต์ ก็เลยไม่รู้ว่าจะพาออกไปยังไง แต่สิ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้คือความเสียหายกับตัวรถที่ต้นแบบคันนั้นที่จะต้องได้รับการซ่อมแซม

baอ่านข่าวนี้เสร็จก็เลยนึกถึงเรื่องของต้นแบบรุ่นนี้ กับความฝันของค่ายดาว 3 แฉกในการนำความโด่งดังในอดีตของ 300SL หรือ GullWing กลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จและเป็นแค่ต้นแบบสำหรับจัดแสดงเท่านั้น

 
Mercedes-Benz C111-II
 

baC111 เป็นผลผลิตที่ค่ายดาว 3 แฉกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของงานออกแบบที่มีต่อยานยนต์ยุคหน้า ตัวรถรุ่นแรกถูกพัฒนาขึ้นมาในปี 1969 เพื่อแสดงทั้งความล้ำสมัยของงานออกแบบ รูปลักษณ์ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ และการนำเสนอเครื่องยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทาง เฟลิกซ์ แวงเคิล พัฒนาขึ้นมาเป็นขุมพลัง โรตารี่ 3 โรเตอร์ พร้อมระบบ ไดเร็กต์อินเจ็กชัน วางอยู่กลางลำ

baจากนั้นอีก 1 ปีให้หลัง ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เปิดตัวเวอร์ชันที่ 2 ของ C111 ออกมาโดยใช้พื้นที่ของงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 1970 ในการจัดแสดง พร้อมกับสะกดทุกลมหายใจด้วยความสวยสปอร์ตของงานออกแบบที่สุดล้ำ (ในยุคนั้น) พร้อมกับปลุกกระแสความสนใจต่อการกลับมาของประตูที่ถูกออกแบบให้เปิดขึ้นในสไตล์ ปีกนก หรือ GullWing อันเป็นเอกลักษณ์ที่โด่งดังของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ 300SL หรือ W198 พร้อมกับสร้างความหวังให้กับแฟนๆ ว่า อีกไม่นาน Gullwing อาจจะกลับมา

 
Mercedes-Benz C111-II
 
Mercedes-Benz C111-II
 

baสไตล์การออกแบบยังเป็นผลงานที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากเวอร์ชันแรก ด้วยตัวถัง สปอร์ตคูเป้ทรงลิ่ม หรือ Wedge Shape และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือ Cd 0.35 กับตัวถังที่มีความสูงเพียง 1.12 เมตร ซึ่งถือว่าดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ในยุคนั้น ส่วนเลย์เอาท์ของตัวรถ ยังเป็นแบบเครื่องยนต์วางกลางลำเหมือนกับ C111 รุ่นแรก ขณะที่ชิ้นส่วนตัวถังหลักผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์

baขณะที่ C111 ใช้โรตารี่แบบ 3 โรเตอร์ แต่สำหรับ C111-II มากับขุมพลังโรตารี่แบบ 4 โรเตอร์ในรหัส DB M950 KE409 มีความจุ 2,400 ซีซี หรือโรเตอร์ละ 600 ซีซี  โดยทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่ได้เปิดเผยกำลังสูงสุดของตัวรถ แต่ทว่าแรงบิดกลับมีอย่างมหาศาล ชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากเครื่องยนต์โรตารี่ เพราะแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 40 กก.-ม. เมื่อส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะสู่ล้อหลัง มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 4.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง

 
Mercedes-Benz C111-II
 
Mercedes-Benz C111-II
 

baในตอนแรกดูเหมือนว่าจะมีกระแสหนุนให้ C111 ถูกพัฒนาให้กลายเป็นรถสปอร์ตคันจริง แต่ด้วยหลายปัจจัย และบริบทที่เกิดขึ้นกับสภาพตลาดในยุคนั้น ทั้งในเรื่องชื่อเสียงแห่งความไม่ทนทานของเครื่องยนต์ลูกสูบหมุนอย่างโรตารี่ และปัญหาในเรื่อง มาตรฐานด้านมลพิษ ไอเสีย ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา

baและที่หนักสุดคือ วิกฤตการณ์น้ำมันทั่วโลก ซึ่งอัตราเฉลี่ยความประหยัดน้ำมันของเครื่องยนต์โรตารี่ ที่ถูกทดสอบในปี 1970 อยู่ในระดับ 20 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 5 กิโลเมตร/ลิตร ดูท่าจะทำให้เครื่องยนต์โรตารี่ 'ดับตั้งแต่ยังไม่แจ้งเกิด' ในยุคนั้น นั่นก็เลยทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เสี่ยงที่จะดันต้นแบบรุ่นนี้ให้ขึ้นไลน์ผลิต ทำได้แค่การเปิดตัวต้นแบบในชื่อ C111-III ตามออกมาในปี 1977

baแต่สุดท้ายการกลับมาของ GullWing ก็ต้องรอกันจนถึงปี 2010 หรืออีก 40 ปีให้หลัง ฝันนี้จึงเป็นจริงกับ SLS AMG
 
Mercedes-Benz C111-II
 
Mercedes-Benz C111-II
 
Mercedes-Benz C111-II
 
800x
text : อ่านข่าวทั้งหมดของเบนซ์ คลิ๊กที่นี่ครับ : Mercedes-Benz News Section
 
 
1000x
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail