สไตล์การออกแบบยังเป็นผลงานที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากเวอร์ชันแรก ด้วยตัวถัง สปอร์ตคูเป้ทรงลิ่ม หรือ Wedge Shape และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือ Cd 0.35 กับตัวถังที่มีความสูงเพียง 1.12 เมตร ซึ่งถือว่าดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ในยุคนั้น ส่วนเลย์เอาท์ของตัวรถ ยังเป็นแบบเครื่องยนต์วางกลางลำเหมือนกับ C111 รุ่นแรก ขณะที่ชิ้นส่วนตัวถังหลักผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์
ขณะที่ C111 ใช้โรตารี่แบบ 3 โรเตอร์ แต่สำหรับ C111-II มากับขุมพลังโรตารี่แบบ 4 โรเตอร์ในรหัส DB M950 KE409 มีความจุ 2,400 ซีซี หรือโรเตอร์ละ 600 ซีซี โดยทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่ได้เปิดเผยกำลังสูงสุดของตัวรถ แต่ทว่าแรงบิดกลับมีอย่างมหาศาล ชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากเครื่องยนต์โรตารี่ เพราะแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 40 กก.-ม. เมื่อส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะสู่ล้อหลัง มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 4.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง
|