 |
| |
| เรื่อง : AE86 |
Saturday, 17 April, 2010 2:10 AM |
|
 |
| |
|
| |
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แบรนด์ซูเปอร์คาร์ชื่อดังก้องโลกอย่างเฟอร์รารี่ ‘เคย’ เกือบตกเป็นสมบัติของฟอร์ด ผู้ผลิตรถยนต์ของสหรัฐอเมริกามาแล้ว
เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ปี 1963 หรือเมื่อ 47 ปีที่แล้ว สำหรับรายละเอียดต่างๆ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเจรจา จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาเปิดเผยให้รับทราบอย่างเป็นทาง แต่รู้แค่เพียงว่า เฮนรี่ ฟอร์ด ที่ 2 และ ลี ไออาค็อกค่า เกือบที่จะทำสำเร็จ
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่สนใจที่จะเข้าซื้อกิจการของเฟอร์รารี่นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเข้ามาสนับสนุนการทำงานในด้านมอเอตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะในส่วนของกิจกรรมด้านการแข่งขัน GT ในระดับนานาชาติที่ฮอตฮิตมาก และทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่า ถ้าคิดที่จะแจ้งเกิดในสังเวียนมอเตอร์สปอร์ต ทางลัดที่เดินไปสู่เป้าหมายของการเป็นผู้ชนะคือ การซื้อมันสมอง ประสบการณ์ และเทคโนโลยีต่างๆ ของทีมที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว และแน่นอนว่า พวกเขาพุ่งเป้าไปที่ เฟอร์รารี่ แห่งอิตาลี
เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นของการตบมือข้างเดียวเสียด้วย เพราะมีรายงานออกมาว่าเฟอร์รารี่ก็สนใจที่จะรวมกิจการเข้ากับฟอร์ด ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ค่ายม้าป่าลำพองแสดงความสนใจก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า ‘ขาดสภาพคล่องทางการเงิน’
|
| |
 |
| |
| • ลี ไออาค็อกค่า (ขวา) เกือบจับม้าป่าเข้าคอกได้ |
 |
| |
ฟิล พาราไดซ์ หัวหน้าของฟอร์ดแห่งอิตาลีในยุคนั้น เดินเกมนำฟอร์ดเข้าเจรจากับเฟอร์รารี่ในเดือนเมษายน และในเดือนพฤษภาคม เขาก็นำร่าง และรายละเอียดของไอเดียในการรวมธุรกิจครั้งนี้ภายใต้ชื่อ Ford-Ferrari ไปนำเสนอให้กับ มิสเตอร์ (เอ็นโซ่) เฟอร์รารี่ โดยฟอร์ดจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในเฟอร์รารี่ ซึ่งบริษัทแห่งนี้จะรับหน้าที่ในการผลิตรถสปอร์ตระดับหรู และรถสปอร์ตแบบ GT ออกมาขายในตลาด
ส่วนอีกบริษัทคือ Ferrari-Ford ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลทางด้านการแข่งรถ และเฟอร์รารี่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จะมีเฟอร์รารี่เป็นแกนหลักในการดำเนินกิจการ โดยอาศัยองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมยานยนต์ มาใช้ในการสร้างกิจกรรม ทางด้านมอเตอร์สปอร์ต อีกทั้งฟอร์ยังมีออพชั่นพ่วงท้ายในสัญญาว่า 'พวกเขาจะสามารถซื้อหุ้นของบริษัทแห่งนี้ ที่เฟอร์รารี่ถืออยู่ได้หลังจากที่เอ็นโซ่ เฟอร์รารี่เสียชีวิต'
ข้อตกลงเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย และดูเหมือนว่าน่าจะจบลงได้อย่างราบรื่น ซึ่งฟอร์ดก็ส่ง โดนัลด์ เฟรย์ หรือ ดอน เฟรย์ ผู้จัดการทั่วไปของฟอร์ด ไปดำเนินการเจรจา และจัดการเกี่ยวกับเรื่องรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการรวมกิจการ รวมถึงทนายความทั้ง 2 ฝ่ายก็มีการเจรจากันอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม |
| |
 |
| |
| • นอกจากจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเจรจากับเฟอร์รารี่แล้ว เฟรย์ (ขวา) ยังเป็นผู้ให้กำเนิดรถสปอร์ตมัสแตงอันเลื่องชื่ออีกด้วย |
 |
| |
เฟรย์กล่าวในภายหลังว่า มิสเตอร์เฟอร์รารี่มีความยินดีอย่างมาก และสนใจกับข้อตกลงในครั้งนี้ และตัวเขาเองก็ย้ายที่อยู่มาอาศัยในโมเดนา และขับรถทุกวันไปที่มาราเนลโล่ เพื่อเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับเฟอร์รารี่ ซึ่งเหตุผลที่มิสเตอร์เฟอร์รารี่ต้องการรวมกิจการกับฟอร์ด ก็เพราะชื่นชมและนิยมท่านประธาน เฮนรี่ ฟอร์ด และการก่อตั้งบริษัทฟอร์ดเป็นการส่วนตัว
เขามีมุมมองที่ค่อนข้างพอใจกับการรวมกิจการกับบริษัทรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า มีรูปแบบของตลาดที่เป็นของตัวเอง และไม่ชอบที่บางบริษัทนำแนวทาง หรือวิธีการผลิตรถยนต์ในแบบ Mass Procuction มาประยุกต์ใช้กับบริษัทของเขา ซึ่งตรงนี้ฟอร์ดไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว หรือสนใจที่จะทำเช่นนี้เลย
แน่นอนว่ามิสเตอร์เฟอร์รารี่ไม่ได้สนใจอะไรในตัวบริษัท และธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตรถยนต์ของบริษัท Ford-Ferrari เลย หรือแม้แต่วงเงินในการซื้อธุรกิจของเฟอร์รารี่ ถูกลดจาก 16 ล้านเหรียญสหรัฐฯมาอยู่ที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เขายังเฉยๆ เลย เพราะเขาสนใจแค่เรื่องของการทำบริษัทรถแข่ง ถึงขนาดเล่าให้ฟังว่า ได้เตรียมพัฒนารถแข่งรุ่นใหม่ สำหรับนำออกไปแล่นในการแข่งขันอันเลื่องชื่ออย่าง อินเดียนาโพลิส 500… ทุกอย่างดูราบรื่นดี จนกระทั่งมาติดอยู่ที่ปัญหาเดียวเท่านั้น
เฟอร์รารี่ต้องการให้ฟอร์ดตัดขาดจาก แคร์โรลล์ เชลบี้ |
| |
 |
| |
| • การตัดสัมพันธ์กับแคร์โรลล์ เชลบี้ คือ ส่วนหนึ่งในเงื่อนไขที่ฟอร์ดจะต้องทำ หากจะรวมกิจการกับเฟอร์รารี่ แต่ดูเหมือนว่าฟอร์ดเลือกที่จะไม่ทำ |
 |
| |
แน่นอนว่าเรื่องนี้สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับฟอร์ดอย่างมาก เพราะ เชลบี้ กับ ฟอร์ด มีสัมพันธ์ที่ดี และแน่นอนในเมื่อฟอร์ดออกอาการลังเล ทางเฟอร์รารี่ก็เลยไม่พอใจ อีกทั้งดูเหมือนว่าฟอร์ดจะมุ่งเน้นไปที่การแข่งขันใน GT Car อย่าง เลอมังส์ มากกว่าการแข่งขันรายการ F1 นั่นก็เลยเป็นอีกเหตุผลที่เฟอร์รารี่เริ่มไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก
10 วันหลังจากที่มีการเจรจากัน ก็ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่า จะไม่มีการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป โดยทางทนายของเฟอร์รารี่ ได้โทรหาเฟรย์ในเช้าวันเสาร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่มีการระบุถึงเหตุผลอย่างชัดเจน แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่า 2 เรื่องข้างบน คงจะเป็นเหตุผลหลักสำหรับเรื่องนี้ |
| |
 |
| |
| • ดอน เฟรย์ (ซ้าย) กับแคร์โรล เชลบี้ในการแข่งขันเลอมังส์ปี 1967 |
| |
 |
| |
| • ฟอร์ด GT40 ประสบความสำเร็จอย่างมากในการแข่งขัน Le Mans |
| |
 |
| |
| • จุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จกับชัยชนะของ GT40 ในเลอมังส์ปี 1966 |
 |
| |
เฟรย์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 86 ปี ซึ่งนอกจากการสร้างชื่อในการเป็นผู้เจรจากับมิสเตอร์เฟอร์รารี่แล้ว เขายังได้รับการยอมรับจากแฟนๆ ของฟอร์ดว่าเป็น 'บิดาของมัสแตง' เพราะเขาและไออาค็อกค่าเป็นผู้บุกเบิกตลาดใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ที่เห็นแตกต่างจากผู้บริหารของฟอร์ดในสมัยนั้นว่า คนอเมริกันยุคใหม่จะหันมาหารถยนต์ที่มีขนาดเล็กลง และสปอร์ตอย่าง โปรเจ็กต์มัสแตง จะต้องได้รับความนิยม และแผนงานของเขาก็โดนเมินถึง 4 ครั้งที่นำไปยื่นเสนอให้ผู้บริหารพิจารณา ก่อนที่เฮนรี่ ฟอร์ดที่ 2 จะอนุมัติโครงการของเขา
และตัวเขาเองก็ยังเป็นผู้บุกเบิกทีมงานในด้านมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งพาฟอร์ดประสบความสำเร็จในการแข่งขันเลอมังส์ โดยในเดือนมิถุนายน ปีเดียวกับที่การเจรจากับเฟอร์รารี่ล้มเหลว เฟรย์เดินทางไปที่อังกฤษเพื่อทำสัญญากับ จอห์น วีเยอร์ และ เอริก บอร์ดลีย์ เพื่อก่อตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า Ford Advanced Vehicles และสนับสนุนการพัฒนารถแข่ง เพื่อใช้ในการแข่งขันเลอมังส์ จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการคว้าชัยชนะ ด้วยตัวแข่ง GT พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในรายการมาราธอนที่ฝรั่งเศส
"ถ้าซื้อพวกเขาไม่ได้ ก็จัดการบี้ให้แบนไปซะ"
นี่คือคติประจำใจของเฟรย์ในการพาฟอร์ด GT ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน ด้วยการคว้าแชมป์ 4 ปีติดต่อกัน ในระหว่างปี 1966-1969 • |
| |
 |
:อ่านข่าวทั้งหมดของฟอร์ด คลิ๊กที่นี่ครับ : Ford News Section |
 |
:อ่านข่าวทั้งหมดของเฟอร์รารี่ คลิ๊กที่นี่ครับ : Ferrari News Section |
 |
 |
|
| |