 |
| |
| เรื่อง : AE86 |
Tuesday, 30 March, 2010 3:22 PM
|
|
 |
| |
|
| |
หวังว่าคงไม่ช้าเกินไป ถ้าจะเพิ่งมาเริ่มเล่าเกี่ยวกับเรื่องของงาน FOS หรือ Festival of Speed ที่ Goodwood เพราะงานในปีนี้จะเริ่มขึ้นกันในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้แล้ว เชื่อเลยว่าหลายคนที่ท่องโลกอินเตอร์เนต แล้วก็ติดตามข่าวสารของรถยนต์กันมาตลอด คงจะเคยได้ยินชื่อของมหกรรมความแรงรายการนี้มาบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะฝั่งคนที่ติดตามข่าวสารจากเกาะอังกฤษ เพราะนี่ถือเป็นมหกรรมที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศเลยก็ว่าได้ แม้ว่าจะไม่ได้เก่าแก่มากมายเพราะเพิ่งจะมาเริ่มจัดเอาก็ในปี 1993
ส่วนคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อกันเลย ในวันนี้เรามาลองทำความรู้จักกันดีกว่า
ชื่อของงานเต็มๆ คือ Goodwood Festival of Speed แต่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า FOS มากกว่า เป็นงานมหกรรมความแรงที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี บนพื้นที่คฤหาสน์ ชาร์ลส์ กอร์ดอน เลนน็อกซ์ ซึ่งเป็น เอิร์ล ออฟ มาร์ช และ คินรารา โดยที่มี เควิน ฮัลล์ ซึ่งเป็น เอิร์ล ออฟ ฟลิตวิกซ์ เข้ามาร่วมเป็นผู้จัดงาน
เป้าหมายของงานก็คือ ดึงเอามหกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตกลับคืนมาสู่พื้นที่ของ Goodwood ในเวสต์ ซัสเซ็กซ์ ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แถบเป็นสนามแข่ง Goodwood Motor Circuit ที่เปิดตัวในปี 1948 และเป็นจุดเริ่มต้นของแวดวงมอเตอร์สปอร์ตของอังกฤษ เช่น ไมค์ ฮอว์ทรอว์น และ แกรแฮม ฮิลล์ ลงแข่งรายการแข่งรถแบบที่นั่งเดี่ยวเป็นครั้งแรกที่สนามแข่งใน Goodwood
โรเจอร์ เพนสกี้ เจ้าของทีม เพนสกี้ ในแวดวงอินดี้คาร์ก็เคยลงแข่งขันในปี 1963 เช่นเดียวกับ จิม คลาร์ก และ เซอร์ สเตอร์ลิง มอสส์ ซึ่งต้องจบการชีวิตการเป็นนักแข่งเพราะอุบัติเหตุในการแข่งขันที่นี่ตรงโค้ง เซนต์ แมรี่
พื้นที่สำหรับให้รถเอาไว้วิ่งบริเวณรอบพื้นที่ถูกเรียกว่า Goodwood Circuit ซึ่งเคยใช้เป็นสนามแข่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยกเลิกไปในปี 1966 แต่ก็กลับมาจัดงานแข่งขันอีกครั้งในปี 1998 โดยเรียกว่า Goodwood Revival สำหรับให้รถแข่งรุ่นคลาสสิคได้มาแข่งขันกัน โดยเป็นงานแบบ 3 วันแต่จัดขึ้นในเดือนกันยายน เพื่อเป็นการย้อนระลึกถึงวันคืนอันโดดเด่นของสนามแห่งนี้ในช่วงปี 1948-1966 • |
| |
|
| |
| • (ซ้าย) นิก ไฮด์เฟลด์ กับการขับ MP 4/13 ของแม็กลาเรนในปี 1999 จนทำสถิติเวลาที่ดีที่สุดที่ยืนยันจนถึงปัจจุบัน (ขวา) อุ่นเครื่องกับงาน FOS ด้วยทีมงานของวิลเลี่ยมส์ ที่จะมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาร่วมงานในปีนี้ |
 |
| |
สำหรับแนวคิดดั้งเดิมของการจัด FOS ของ เอิร์ล ออฟ มาร์ช คือ ไม่ต้องการจัดเป็นการแข่งขันเหมือนกับสนามแข่งอื่นๆ แต่ต้องการให้นำรถแข่งและตัวแรงต่างๆ มาแล่นโชว์สมรรถนะ โดยเลือกเส้นทางที่มีความยาว 1.16 ไมล์ หรือ 1.89 กิโลเมตรที่มีทั้งหมด 9 โค้ง และมีเส้นทางขึ้นเขาเพื่อใช้เป็น Cat Walk สำหรับตัวแรงให้โชว์สมรรถนะในการอัดรถในลักษณะขึ้นเขา หรือ Hll Climb จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของงานนี้ไปเลย
งานในตอนแรกเป็นการจัดแบบค่อนข้างส่วนตัว เพราะมีการเชิญกลุ่มคนให้เข้ามาร่วมเพียงไม่มาก และมีขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายน 1993 หรือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว แต่ก็มีคนเข้ามาร่วมงานมากถึง 30,000 คนทั้งที่ในวันนั้นตรงกับการแข่งขันรายการ เลอ มังส์ 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการแข่งรถมาราธอนรายการใหญ่ของยุโรป และของโลกเลยก็ว่าได้
หลังจากนั้น การจัดงานก็เลยมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยเพิ่มเป็น 2 วัน คือ เสาร์และอาทิตย์ ก่อนจะมีการปรับโปรแกรมอีกครั้งให้เพิ่มเป็น ศุกร์-เสาร์ ในช่วงปี 1996 โดยช่วงเวลาของการจัดงานไม่มีการระบุที่เป็นเฉพาะเจาะจง แต่จะเลือกวันระหว่างช่วงปลายเดือนมิถุนายน จนถึงต้นกรกฎาคมเป็นหลัก อย่างในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม และจะไม่เลือกวันที่ชนกับการแข่งขันรายการใหญ่อย่าง เลอมังส์ และ ฟอร์มูลา วัน เพราะจะเป็นการสร้างความลำบากใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นคนกลุ่มเดียวกันกับ 2 รายการนี้ |
| |
|
| |
| • ก่อนที่ GT-R ใหม่จะเปิดตัวรุ่นขายจริง นิสสันเคยนำ GT-R แบบปิดหน้าปิดท้ายมาแล่นโชว์แล้วในปี 2008 |
 |
| |
แน่นอนว่างานได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และมีผู้คนเรือนแสนเข้ามามีส่วนร่วมในงานนี้ เช่นในปี 2003 มีการบันทึกเอาไว้ว่าสูงถึง 158,000 คน ซึ่งถือว่ามากกว่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของการจัดงาน ก่อนที่ผู้จัดจะนำกฎการจำกัดจำนวนตั๋วมาใช้ในปี 2005 โดยกำหนดว่าไม่เกิน 150,000 ใบเพื่อจำกัดจำนวนคนเข้าชม
นับตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา ตัวงานจะมีคอนเซ็ปต์ในการจัดงาน เช่น ในปีนั้นเป็นการเฉลิมฉลองครบ 50 ปีของ เฟอร์รารี่ และตามด้วย ปอร์เช่ ในปี 1998 ส่วนในปีนี้เป็นการฉลองครบ 100 ปีของ ออดี้
นอกจากนั้น FOS ยังถือเป็นมหกรรมโปรโมทรถยนต์ของบรรดาผู้ผลิตด้วย เพราะอย่างนิสสันก็เคยนำ GT-R แบบพรางหน้าตามาแล่นที่นี่ก่อนการเปิดตัวคันจริง เช่นเดียวกับจากัวร์ที่นำเวอร์ชันต้นแบบของ XFR มาแล่นเปิดตัว ส่วนในปีนี้รถยนต์เด่นๆ ที่จะมาอวดโฉม คือ GTnyCitroen, อินฟินิตี้ Essence และ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไมเนอร์เชนจ์ แบบเดียวกับบ้านเรานั่นแหล่ะ…ไม่ต้องสงสัย
สำหรับในช่วงปี 2000-2004 FOS เคยจัดการแข่งขันรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Soapbox Challenge ซึ่งเป็นการขับในลักษณะลงเขา หรือ Downhill แต่ก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยจนทำให้ต้องเลิกจัดไปในปี 2005 และในปี 2000 นี้เองก็มีการคิดการจัดงานที่เรียกว่า Supercar Run ขึ้นมาสำหรับรถสปอร์ตในสายการผลิต ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก เช่นเดียวกับการจัดพื้นที่ในช่วงที่เป็นป่า และมีระยะทาง 2.5 กิโลเมตร เอาไว้ให้กับรถแข่งแรลลี่ ซึ่งเริ่มวิ่งในปี 2005
แน่นอนว่าในการขับขึ้นเขาเป็นการขับโชว์แบบปล่อยทีละคัน เพื่อให้คนได้เห็นสมรรถนะเหมือนกับเน้นโชว์มากกว่าแข่ง แต่ก็มีการบันทึกความเร็ว และสถิติด้านเวลาเอาไว้ด้วย ซึ่งเจ้าของสถิติ คือ นิค ไฮด์เฟลด์ ที่ทำเอาไว้ในปี 1999 กับเวลา 41.6 วินาทีในการขับรถแข่ง F1 รุ่น MP 4/13 ของทีม แม็กลาเรน แต่หลังจากนั้น ทางผู้จัดเน้นความปลอดภัย และให้การขับรถแข่ง F1 พุ่งไปที่การโชว์ตัวมากกว่าเน้นการทำเวลา แม้ว่าในปี 2006 เฮียกกิ โควาไลเนน ซึ่งในสมัยนั้นอยู่กับทีมเรโนลต์ จะขับรถแข่งของเรโนลต์ทำเวลาได้ต่ำกว่า 40 วินาทีก็ตาม แต่สถิตินี้ถือว่าไม่เป็นทางการ และไม่มีการบันทึกเอาไว้
สำหรับคนที่อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมของการจัดงาน เข้าไปดูได้ที่ Link ของผู้จัดงาน ครับ • |
| |