| |
 |
| |
| ข่าวประชาสัมพันธ์ |
Friday, 13 January, 2012 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) สร้างสถิติยอดจำหน่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์ เดือนธันวาคม 2554 พุ่งสูงถึง 764 คัน สูงสุดนับตั้งแต่จัดตั้งบริษัท ส่วนยอดขายรวมตลอดปี 2554 ยังเป็นที่น่าพอใจ ด้วยความไว้วางใจของลูกค้า ที่เห็นถึงข้อได้เปรียบจากการซื้อรถยนต์จากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้มียอดสูงถึง 4,684 คัน แม้เจอปัญหาภาวะน้ำท่วม ในขณะที่ยอดขายรวมทั่วโลกตลอดปี 2554 สูงถึง 1,362,908 คัน สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการจำหน่ายในโลก เตรียมพร้อมประเดิมตลาดรถหรูในไทย ไตรมาสแรกเพิ่มฟังก์ชั่นระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ในรุ่น C-Class และ E-Class
ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ (Dr. Alexander Paufler) ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ในปี 2554 ที่ผ่านมา ยอดขายโดยรวมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ตลอดทั้งปี ยังอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยมียอดขายอยู่ที่ 4,684 คัน แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมยานยนต์จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในขณะที่เดือนธันวาคม 2554 เป็นเดือนที่มียอดขายเติบโตสูงสุดในรอบปี และเป็นประวัติการณ์ โดยมีจำนวนสูงถึง 764 คัน ซึ่งนับเป็นยอดขายที่สูงที่สุดนับตั้งแต่จัดตั้งบริษัทในประเทศไทย" |
| |
 |
| |
| • ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด |
 |
| |
"ปัจจัยความสำเร็จของยอดขายในปี 2554 เป็นผลมาจากการนำเสนอยนตรกรรมที่เหมาะสมต่อความต้องการของตลาด ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น The new generation C-Class, The new C-Class Coupe, The new E 200 NGT และ The new SLK เป็นต้น รวมถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ ที่มาจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้าให้ความไว้วางใจในการบริการหลังการขาย อาทิ การรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง และสิทธิพิเศษ Star Assist โปรแกรมพิเศษที่พร้อมให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง บริการเปลี่ยนอะไหล่ ซึ่งเป็นอะไหล่แท้ที่มีคุณภาพสูง ส่งตรงมาจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศเยอรมนี โดยลูกค้าจะได้รับประสบการณ์เหล่านี้โดยตรงจากโชว์รูม และศูนย์บริการมาตรฐานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ 30 แห่งทั่วประเทศ"
"นอกจากนี้ ลูกค้ายังเล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องข้อได้เปรียบสำคัญ ที่จะได้รับจากการซื้อจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยตรง คือ 'ความคุ้มค่า' ตลอดอายุการใช้งานในระยะยาว รวมถึงความได้เปรียบในเรื่องราคาขายต่อ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอีกด้วย"
ในปี 2554 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกปีที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยมียอดขายรวมทั่วโลก พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่มีการจำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมียอดรวมสูงถึง 1,362,908 คัน ซึ่งยอดขายมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกเดือน |
| |
 |
| |
ประเทศสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศ BRIC (บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย และจีน) นับเป็นตลาดหลักสำคัญที่ทำให้ยอดขายทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้น The new generation C-Class, The new C-Class Coupe และ The new SLK ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้ยอดขายทั่วโลกตลอดทั้งปี 2554 เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
"เรายังคงเดินหน้ารุกตลาดรถหรูไตรมาสแรกในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เริ่มด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ในเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น C-Class และ E-Class ซึ่งควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ และระบบความบันเทิงต่างๆ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวก โดยตลอดทั้งปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น C-Class, E-Class และ S-Class ยังคงเป็นกำลังสำคัญ ซึ่งเราขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เพียงด้วยศรัทธาในความเป็นเลิศในคุณภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า แต่ด้วยความมั่นใจในการเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของ เมอร์เซเดส-เบนซ์" ดร. เพาฟเลอร์ กล่าวสรุป • |
| |
|
|
|