 |
| |
| ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Friday, 3 June, 2011 5:19 PM
|
|
 |
| |
| |
|
| |
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด และ WWF ประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในความร่วมมือ เพื่อความต่อเนื่องของโครงการศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศเกษตรต่ออีก 5 ปี โดยในครั้งนี้ได้จัดพร้อมกับกิจกรรม Green Hands Special ครั้งที่ 9 ซึ่งมีอาจารย์, นักเรียน, นักศึกษา เข้าร่วมกว่า 150 คน โดยทำกิจกรรมการฟื้นฟูระบบนิเวศ และการร่วมแรงดำนาในแปลงสาธิต ภายในศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ |
| |
 |
| |
| • มร. โนบูยูกิ ทามูระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด |
 |
| |
มร. โนบุยูกิ ทะมุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน กล่าวว่า "การสนับสนุนศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศเกษตรนั้น ทางบริษัทมีความตั้งใจ ที่จะสร้างป่าเล็กในเมืองใหญ่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนของเรา ซึ่งในอีกไม่เกิน 10 ปี ที่ตรงนี้จะ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีค่ามากที่สุดแห่งหนึ่ง รวมทั้งการขยายพื้นที่การจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา ให้ครอบคลุมโรงเรียนประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคกลาง คือจังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี, นครนายก, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา และ กรุงเทพมหานคร รวมถึงการขยายเครือข่ายความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ เพื่อความต่อเนื่อง และความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว และนี่คือ 'พันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม' ที่แข็งแกร่งจากศักยภาพของบริดจสโตน อันมีมีจุดหมายเพื่อโลกของเรา" |
| |
 |
| |
| • คุณจิรศักดิ์ วิภูษณมังคละ ผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด |
| |
 |
| |
| • คุณตรีรัช ภูคชสารศีล ผู้อำนวยการฝ่ายงานอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย |
 |
| |
"นอกจากนี้ การดำเนินโครงการศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศเกษตร จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปอีก 5 ปี โดยจะจัดตั้งศูนย์ศึกษาธรรมชาติหน่วยย่อยในโรงเรียนต้นแบบ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง โดยมีครูต้นแบบที่สามารถนำกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา ไปใช้ในระบบการเรียนการสอนได้ และกลุ่มนักเรียนต้นแบบ จะเป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียน"
"ศูนย์ศึกษาธรรมชาติในโรงเรียนต้นแบบนี้ จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่โรงเรียนในภูมิภาคอื่นๆ ที่สนใจจัดตั้งศูนย์ศึกษาธรรมชาติ สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานย่อยในการรองรับกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา หรือโครงการพิเศษอื่นๆ ที่ดำเนินการร่วมกับชุมชน และบุคคลภายนอก ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง" |
| |
 |
| |
กว่า 6 ปีแล้วที่ผู้บริหาร พนักงานไทยบริดจสโตน พี่น้องผองเพื่อนจากบริษัท และนักเรียนลูกหลานพนักงาน และจากโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง ประสานพลังความร่วมมืออันเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ พกพาหัวใจแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาร่วมกันหยั่งรากกล้าไม้ เพื่อร่วมสร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง ที่มีคุณค่าทางกายภาพ และทางจิตใจแห่งหนึ่งของประเทศ บนพื้นที่ 80 ไร่
ณ ที่นี่... ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร ภายในพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตรงข้ามนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี จากวันแรกที่มองไม่เห็นเลยว่า จะสามารถเนรมิตให้เป็นศูนย์เพื่อการเรียนรู้ทางด้านธรรมชาติ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร กับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการฟื้นฟูพื้นที่โล่งกว้าง ซึ่งอีกไม่เกิน 10 ปี ที่ตรงนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีค่ามากที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยมือของพวกเราเอง |
| |
 |
| |
 |
| |
| • พิธีลงนามในความร่วมมือ เพื่อความต่อเนื่องของโครงการศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศเกษตรต่ออีก 5 ปี |
 |
| |
วันนี้สิ่งที่พวกเราวาดหวังไว้ ได้ก้าวข้ามเขตแดนแห่งความฝันสู่ความเป็นจริง จากกล้าไม้เล็กๆ หยั่งรากลึกเติบใหญ่เริ่มให้ร่มเงา และที่พักพิงแก่สรรพสัตว์ คืนความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เล็กๆ ให้กับสังคมแห่งนี้ พร้อมๆ กับหยั่งรากแห่งความภาคภูมิใจลึกลงในหัวใจของพวกเราทุกคน ที่ร่วมลงมือลงแรงสร้างขึ้นมา •
หมายเหตุ : สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : แผนกสื่อสารองค์กร และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ติดต่อ คุณภูวดล น้ำดอกไม้ โทร. 02-516-8721-5 ต่อ 544 |
| |
 |
| |
| ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร |
| |
โครงการ 'ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร แหล่งเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง' เป็นโครงการระยะที่สามของ 'ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร' ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการฯจาก บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ และ WWF ประเทศไทย ซึ่งเป็นเป็นองค์กรรับผิดชอบการดำเนินกิจกรรมโครงการ
โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ เพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ในระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง ด้วยการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในพิพิธภัณฑ์การเกษตร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้สามารถจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา ให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และโรงเรียนอื่นๆ ที่มีความสนใจ โดยมุ่งหวังให้เยาวชนได้มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงคุณค่า และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงการดูแลรักษาและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน |
| |
 |
| |
| • มร. โนบูยูกิ ทามูระ ลงมือปลูกต้นชัยพฤกษ์ |
 |
| |
แผนการดำเนินงานห้าปีในระยะที่ 3 ปี พ.ศ. 2554 - 2559 นี้ มุ่งเน้นการขยายเครือข่ายความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ เพื่อความต่อเนื่องและความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว รวมถึงการขยายพื้นที่การให้บริการเพื่อครอบคลุมโรงเรียนประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ในพื้นที่เป้าหมายทั้ง 6 จังหวัดในภาคกลาง คือจังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี, นครนายก, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา และ กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์ศึกษาธรรมชาติหน่วยย่อยในโรงเรียนต้นแบบ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง สำหรับนักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษาหาความรู้ด้านระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา โดยมีครูต้นแบบ ที่สามารถนำกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาไปใช้ในระบบการเรียนการสอนได้ และกลุ่มนักเรียนต้นแบบที่สามารถนำความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา ไปเผยแพร่ให้กับนักเรียนในโรงเรียน เป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียน
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติในโรงเรียนต้นแบบนี้ จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่โรงเรียนในภูมิภาคอื่นๆ ที่สนใจจัดตั้งศูนย์ศึกษาธรรมชาติ สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานย่อยในการรองรับกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา หรือโครงการพิเศษอื่นๆ ที่ดำเนินการร่วมกับชุมชน และบุคคลภายนอกที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง |
| |
 |
| |
| • (ซ้าย) มร. โนบูยูกิ ทามูระ กับบทบาทชาวนา (ขวา) วิทยากรอธิบายขั้นตอนการปลูกป่าอย่างถูกวิธี |
| |
 |
| |
| • คุณรัชดาพร มูลเมือง ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ บริษัท บริดจสโตนเซลส์(ประเทศไทย) จำกัด |
 |
| |
โครงการ 'ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร แหล่งเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง' ซึ่งเป็นโครงการระยะที่สาม จะเน้นกระบวนการพัฒนาศูนย์ฯ เกษตร ในด้านต่างๆ ดังนี้...
1) ด้านกายภาพ
คือ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีศักยภาพ อันประกอบด้วยการฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ ระบบนิเวศป่าที่ราบลุ่มภาคกลาง ระบบคลองชลประทาน บึงน้ำและทุ่งหญ้า รวมทั้งแปลงศึกษาระบบนิเวศเกษตร แปลงสาธิตการทำนาเกษตรอินทรีย์ และการเกษตรผสมผสาน ซึ่งจะเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ในการนำเสนอประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศเกษตร ระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง การจัดการทรัพยากรดินและน้ำ ในรูปแบบของการเกษตรกรรมธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับกระแสพระราชดำรัสในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
2) ด้านทรัพยากรบุคคล และการพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา
การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมศึกษา ประจำศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร ให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศในที่ราบลุ่มภาคกลาง ระบบเกษตรอินทรีย์ และเกษตรผสมผสานบนพื้นฐานของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพคุณครู และบุคลากรในสถานศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย ให้มีความสามารถและทักษะในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา ให้แก่นักเรียน โดยมีคุณครูทำหน้าที่เป็นคุณครูแกนนำในการดำเนินกิจกรรม โดยกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียน โดยมีนักเรียนซึ่งผ่านกระบวนการเรียนรู้จากทั้งในระดับโรงเรียน ค่ายเยาวชนฯ และการเรียนรู้ ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน
3) ด้านสื่อการเรียนรู้และการพัฒนาหลักสูตรสิ่งแวดล้อม
คือการผลิตสื่อการเรียนการสอน เพื่อสนับสนุนกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาที่จะเกิดขึ้น ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร และเป็นต้นแบบสื่อที่ดี ที่สามารถนำไปใช้ในโรงเรียนได้ โดยใช้สื่อเหล่านี้เป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ไปยังกลุ่มเป้าหมายอันได้แก่ คุณครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่สนใจกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงคู่มือกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียน และการพัฒนาหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา ให้เป็นที่ยอมรับ และได้รับการบรรจุในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย
วัตถุประสงค์หลักคือ ให้สื่อการเรียนรู้และหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษานี้ สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจ และส่งเสริมกระบวนการคิดวิเคราะห์ให้แก่เด็ก และเยาวชน ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต • |
| |