motortrivia.com
m2 BIZZES NEWS SECTION | BACK TO BIZZES NEWS MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
Tires
 
เรื่อง : เวเบอร์ แชนด์วิค ประเทศไทย Monday, 23 May, 2011 0:19 AM
800x
 
เรื่องยาง เรื่องใหญ่
กูรูแห่งวงการรถยนต์ ร่วมตอบทุกปัญหาคาใจเรื่องยาง
 
baในสภาวะที่อากาศในบ้านเราเปลี่ยนแปลงบ่อย การดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่สุขภาพของตัวท่านเท่านั้น หากท่านคือผู้ใช้รถใช้ถนน ท่านก็ยังต้องหมั่นใส่ใจตรวจสภาพรถยนต์ของตนเองอีกด้วย หากรถยนต์ของท่านไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี ก็อาจทำให้เกิดอันตรายจากสภาพอากาศที่แปรปรวนนี้ได้

baในการตรวจสอบสุขภาพของรถยนต์นั้น นอกจากผู้ขับขี่จะตรวจสอบระบบการทำงานต่างๆ ของรถยนต์ อาทิ ระบบเบรค ที่ปัดน้ำฝน และระบบไฟต่างๆ แล้ว อีกส่วนประกอบหนึ่งของรถยนต์ที่ผู้ขับขี่ต่างให้ความสำคัญ ก็คือ ยางรถยนต์ เพราะเจ้าของรถทุกคนตระหนักดีว่า ยางรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพดี จะยิ่งช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

baคุณวีระพงษ์ พุ่มผกา บรรณาธิการ ผู้ดำเนินรายการวิทยุ มอเตอร์ เรดิโอ เอฟเอ็ม 101ให้คำแนะนำแก่ผู้ขับขี่ ถึงวิธีการดูแลรักษายางรถยนต์ว่า ผู้ขับขี่ควรหมั่นตรวจสอบลมยางอย่างสม่ำเสมอ โดยเติมลมยางให้อยู่ในระดับตามที่ผู้ผลิตกำหนด และเมื่อต้องขับรถในขณะฝนตก ก็ไม่ควรขับรถเร็วมาก และหลีกเลี่ยงการเบรคกระทันหัน

ba"นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้งานในสภาพถนนไม่เอื้ออำนวย และควรมีการสลับยางรถยนต์ทุกๆ 6 เดือน ซึ่งสามารถทำได้โดยสลับจากหน้าซ้ายไปหลังขวา, หลังขวาไปหน้าขวา, หน้าขวาไปหลังซ้าย แล้วหลังซ้ายไปหน้าซ้าย ขึ้นกับความเหมาะสม เพื่อช่วยให้ยางมีการสึกหรอเท่าๆ กัน หรือใกล้เคียง"

ba"เราควรดูแลรักษาสภาพของระบบรองรับน้ำหนัก หรือช่วงล่างไปพร้อมๆ กัน เพราะหากมุมของล้อผิดเพี้ยนไป หรือช่วงล่างเสียหาย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยทำให้ยางสึกไม่เท่ากันได้ และเป็นต้นเหตุทำให้ยางเสียหายเร็วขึ้น" คุณวีระพงษ์ กล่าว

baคุณสมศักดิ์ เชาว์รังสรร บรรณาธิการและผู้ดำเนินรายการวิทยุในเครือ ออโต้มีเดีย ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงรถยนต์มากว่า 25 ปี เสริมว่า นอกจากการดูแลสภาพยางรถยนต์แล้ว ผู้ขับขี่ควรคำนึงถึงพฤติกรรมการขับขี่ของตน ที่อาจมีผลทำให้ยางเสื่อมสภาพ และส่งผลต่อสมรรถนะของยางในระยะยาวได้

ba"การที่ผู้ขับขี่ไม่ดูแลเรื่องแรงดันของลมยาง มีการใช้ยางที่เกินกว่าสภาพยางที่ถูกผลิตขึ้นมา หรือจอดรถเบียด หรือชนกับขอบฟุตบาท ทำให้โครงสร้างยาง บิด - หัก - งอ อยู่เสมอ อีกทั้งยังขาดการตรวจสอบร่องรอยจากวัตถุแหลมคมที่ติดมากับยาง หรือเลือกซื้อยางชนิดที่ต่ำกว่าสภาพการใช้งานจริง ก็จะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วก่อนกำหนดได้" คุณสมศักดิ์ เผย
 
Tires
 
baหากยางรถยนต์มีการใช้งานจนเสื่อมสมรรถภาพ จนมีความจำเป็นที่จะต้องซื้อยางใหม่ คุณถิรพร เนาว์ถิ่นสุข นักทดสอบรถ เจ้าของนิตยสาร ออน เดอะ โรด ก็ได้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจเอาไว้ว่า นอกจากปัจจัยเรื่องราคาแล้ว ผู้ขับขี่ยังควรคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของตนด้วย

ba"ในการเลือกซื้อยางนั้น ผู้ใช้รถคงต้องพิจารณาก่อนว่า ต้องการยางที่ให้ความนุ่มเงียบ นิ่มนวล หรือต้องการเน้นการยึดเกาะถนนในแบบรถสปอร์ต อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับภูมิประเทศ โดยดูว่ารถที่เราใช้นั้น ใช้งานในเมืองบนถนนหลวงอย่างเดียว หรือว่าวิ่งนอกถนนหลวงบ่อยๆ ต้องขนของหนักอยู่เสมอหรือไม่ เป็นต้น"

ba"ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีผลต่อความต้องการของยางที่แตกต่างกันไป แต่ที่สำคัญที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเงินในกระเป๋า เพราะยางดีๆ ราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าแลกกับคุณสมบัติเด่นต่างๆ และความปลอดภัยเวลาเดินทางก็คุ้มค่า" คุณถิรพร กล่าว

baคุณถิรพร ยังเผยต่อไปว่า เวลาผู้ขับขี่ปรึกษาเรื่องการเลือกซื้อยาง คำถามที่มักได้ยินบ่อยได้แก่ 'คำถามเรื่องอายุของยาง' ว่าแท้ที่จริงแล้ว ควรเริ่มนับอายุยางเมื่อไร และจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่า ยางหมดอายุแล้ว

baในเรื่องนี้ คุณถิรพร อธิบายว่า "หลายคนอาจจะคิดว่าอายุของยาง จะเริ่มนับจากวันที่ออกมาจากโรงงานไปอีก 3 - 5 ปี คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะตราบใดยางยังไม่ลงพื้น หรือประกอบใส่กับล้อ ยางก็ไม่กลับบ้านเก่าไปง่ายๆ อย่างไรก็ตาม หากกำหนดอายุการใช้งานเป็นกิโลเมตร ก็คงประมาณ 50,000 - 70,000 กม. แต่ทั้งนี้ ก็ควรสังเกตเนื้อยางและดอกยาง ไปจนถึงคุณสมบัติในการเกาะถนน ว่าแตกต่างจากเดิมหรือเปล่า"

baคุณวีระพงษ์ เสริมว่า ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบเรื่องการเสื่อมสภาพของยางได้ด้วยตนเอง ซึ่งนอกจากการตรวจสอบโดยเครื่องวัดระยะแล้ว ผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วไป สามารถสังเกตด้วยตัวเองได้ โดยดูจากลักษณะของยาง หากยางสึกไม่เท่ากัน แก้มยางสึกเป็นช่วงๆ ก็ควรรีบแก้ไข

ba"แต่บางครั้ง เราก็ไม่สามารถสังเกตยางที่เสื่อมสภาพได้ด้วยตาเปล่า เพราะยางรถบางคันมีสภาพดีเยี่ยม ทั้งๆ ที่ใช้งานมาแล้วกว่า 30,000 - 40,000 กิโลเมตร แต่เมื่อลองขับขี่จริง ประสิทธิภาพในการเกาะถนนกลับลดลงอย่างมาก ซึ่งเมื่อลองออกตัวแรงๆ จนล้อฟรี แล้วสังเกตเห็นว่า รอยยางมีเศษยางร่วงหลุดมาเป็นบั้งๆ ก็แสดงว่ายางหมดสภาพแน่นอน" คุณถิรพร เผย

baขณะที่ คุณสมศักดิ์ กล่าวว่า "เรายังสามารถตรวจสอบสภาพยางรถยนต์ของเราได้ โดยการพิจารณาพฤติกรรมการใช้ยางของตนเอง และยังสามารถดูได้จากร่องรอยการสึกหรอ เมื่อเทียบกับสะพานยางที่ผู้ผลิตออกมาไว้ช่วยการสังเกต รวมไปถึงการดูจากระยะเบรคที่เพิ่มขึ้น การที่เริ่มมีเสียงดังขณะเลี้ยวในองศาสูง หรือขณะกลับรถ หรือเมื่อมีร่องรอยการแตกลายที่ผิวยาง หรือดอกยาง และยางมีการรั่วซึมบ่อยๆ เป็นต้น"

baรู้อย่างนี้แล้ว แม้ว่าจะผ่านสภาวะอากาศที่มีทั้งแดดร้อน พายุฝน และลมหนาว ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านก็คงอุ่นใจว่า จะได้รับความปลอดภัยในการขับขี่ จากการดูแลสภาพรถยนต์ และสมรรถนะยางรถยนต์ให้มีความพร้อมในการใช้งานอยู่เสมอ
 
 
1000x
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
• MORE ABOUT TIRE  :  CLICK  >  TIRE NEWS SECTION
800x
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail