 |
| |
| ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Monday, 24 January, 2011 5:31 PM
|
|
 |
| |
|
| |
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย รายงานผลประกอบการ ที่ประสบผลสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในปี 2553 ทั้ง 3 ส่วนธุรกิจ ได้แก่ BMW, MINI และ ส่วนธุรกิจมอเตอร์ไซค์แบรนด์ BMW โดยในปีที่ผ่านมา แบรนด์ BMW ปิดยอดขายได้เพิ่มขึ้น +28% เทียบกับปีก่อนหน้า ยอดขายจำนวน 3,015 คัน ซึ่งเป็นอัตราการขยายฐานลูกค้าในระดับสูงถึง 2 ปีซ้อน ส่วนแบรนด์ MINI ก็สามารถทำยอดขายทะลุหลัก 400 คันได้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยรายงานยอดขายที่จำนวน 407 คัน และธุรกิจมอเตอร์ไซค์แบรนด์ BMW 245 คัน เพิ่มขึ้น +73% เทียบกับปีก่อนหน้า |
| |
 |
| |
| • มร.แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย |
 |
| |
มร. แมทธิอัส พฟาลซ์ (Mr. Matthias Pfalz) ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า "ในปี พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เซ็กเมนท์พรีเมี่ยม ด้วยยอดขายรถยนต์รวม 1.461 ล้านคัน ภายใต้แบรนด์ BMW, MINI และ Rolls-Royce ส่วนในประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม โดยธุรกิจรถยนต์แบรนด์ BMW สามารถขยายฐานลูกค้าในระดับสูงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 28% เทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญ คือ การที่ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความมุ่งมั่นของเรา ที่ได้นำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมมานำเสนอให้กับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอเทคโนโลยี EfficientDynamics" |
| |
 |
| |
| • คุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ หรือ พี่บีเวอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร |
 |
| |
"ปีที่ผ่านมา ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งสภาวะเศรษฐกิจผันผวน โดยเฉพาะวิกฤตการเงินโลกที่ลามเข้าสู่หลายประเทศในยุโรป เสถียรภาพการเมืองในประเทศไทย อีกทั้งเหตุการณ์หายนะทางธรรมชาติในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ได้สร้างความตระหนักในระดับผู้บริโภค ให้หันมาสนใจเรื่องของการประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเทคโนโลยี EfficientDynamics - ที่นอกจากจะช่วยให้รถยนต์ของเรามีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้ นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย"
"นี่เป็นคำตอบที่ ‘ตรงใจ’ ลูกค้าเป็นอย่างมาก ในระดับโลก เทคโนโลยี EfficientDynamics ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการยกย่องให้เป็น The World’s Most Sustainable Car Company จากการจัดอันดับของ Dow Jones Sustainability Index ถึง 6 ปีซ้อนด้วย นอกจากนั้น ลูกค้ายังให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาซ่อมแซม หรือที่เรียกว่า Cost of Ownership มากขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูมาพร้อมกับ โปรแกรมบำรุงรักษาและซ่อมแซม BSI หรือ BMW Services Inclusive เป็นการสร้างความสบายใจให้กับลูกค้าว่า รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูของแต่ละท่าน ได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร และด้วย Cost of Ownership ที่ต่ำที่สุด ในทำนองเดียวกัน รถยนต์ MINI ก็มาพร้อมกับโปรแกรมบำรุงรักษาและซ่อมแซม MSI หรือ MINI Services Inclusive ระยะเวลา 3 ปี / 50,000 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ของลูกค้ามินิที่ใช้รถน้อยกว่า” |
| |
 |
| |
2554 มุ่งมั่นบริการลูกค้า วางรากฐานที่แข็งแกร่ง
ทั้งในด้านแบรนด์ ด้านผลิตภัณฑ์ และด้านการบริการ
มร. แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า "ในปี 2554 เราจะเน้นด้านการให้บริการลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งในด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ด้านการบริการหลังการขาย และการบริการทางการเงิน โดนในด้านผลิตภัณฑ์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆที่เหนือชั้นแล้ว ยังจะขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งในส่วนตลาดหลักสำหรับรุ่นประกอบในประเทศและตลาดรถนำเข้า"
"ในส่วนของกลยุทธ์การวางตำแหน่งสินค้า และการตั้งราคา เรายังคงเน้นที่ความคุ้มค่า หรือ Value-for-Money เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน และในขณะเดียวกัน ตรงนี้จะช่วยสร้างความสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน เพื่อรักษา และเพิ่มมูลค่าราคารถมือสองในตลาดอย่างต่อเนื่อง และเพื่อความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้า เราวางแผนขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และศูนย์บริการ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการบริการลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับรองรับฐานลูกค้า ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคตด้วย" |
| |
 |
| |
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เชิงรุก มุ่งมั่นขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
• BMW X1 sDrive18i: JOY IS NOW. ไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่รุ่นประกอบในประเทศ
• MINI Connected - ครั้งแรกในเมืองไทยที่รถยนต์เชื่อมต่อ Internet
• BMW K1600 GTL มอเตอร์ไซค์ 6 สูบคันแรกจาก BMW
• โปรดติดตามชมต่อไป
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ สำหรับตลาดพรีเมี่ยมในเมืองไทย โดยในปีนี้ จะมีการนำเสนอ BMW X1 sDrive18i รุ่นประกอบในประเทศ ซึ่งเป็นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เป็นรุ่นที่ 5 ของโรงงานระยอง ที่เดิมได้ประกอบรุ่นซาลูนของ BMW 3 Series, 5 Series และ 7 Series และรถอเนกประสงค์ SAV หรือ Sports Activity Vehicle รุ่น X3 มาแล้ว
ในส่วนรุ่นนำเข้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เริ่มปีด้วยการอวดโฉม BMW 6 Series รุ่น Convertible ในงานแถลงข่าววันนี้ ซึ่งรุ่นนี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในระดับโลกเพียง 2 สัปดาห์ก่อนหน้า ที่งานดีทรอยต์มอเตอร์โชว์ NAIAS 2011 ในขณะเดียวกัน บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ก็ได้ประกาศความพร้อมในการทำตลาดของ BMW K1600 GTL ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ 6 สูบ รุ่นแรกจาก บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งจะนำมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ในเดือนมีนาคมนี้
ในปีนี้ มินิ ประเทศไทย วางแผนที่จะนำเสนอ MINI Connected ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้าน Infotainment ล่าสุด ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ที่รถยนต์สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ ในขณะนี้ ระบบ MINI Connected สามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรม Twitter, Web news และ Web radio ซึ่งทำให้การฟังวิทยุจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นไปได้อย่างง่ายดาย และในอนาคตก็จะมีการเปิดบริการเพิ่มขึ้นในส่วนโปรแกรม Facebook และ Google Local Search ทั้งนี้ ระบบ MINI Connected จะทำงานร่วมกับ iPhone 4 ผ่านระบบเชื่อมต่อสัญญาณ Data GPRS หรือ 3G |
| |
 |
| |
เน้นความเป็นเลิศในด้านการบริการลูกค้า
• เพิ่มศักยภาพการให้บริการเพื่อความพีงพอใจสูงสุด
• เสริมความแข็งแกร่งของระบบเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการ
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้วางแผนการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าด้วย ด้วยกลยุทธ์ระบบเครือข่ายแบบผสมรูปแบบ - ทั้งศูนย์จำหน่ายและบริการเต็มรูปแบบ โชว์รูมขายโดยเฉพาะ ศูนย์บริการแบบครบวงจร ศูนย์บริการแบบแซ็ตเทิลไลท์ และโชว์รูมเฉพาะทาง (เช่น โชว์รูมรถยนต์นำเข้าโดยเฉพาะ โชว์รูม BMW Premium Selection โดยเฉพาะ) - นอกจากจะทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึงแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนอีกด้วย
นอกจากตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการ ที่ได้รับการออกแบบให้ผสมผสานความสง่างามด้านสถาปัตยกรรม เข้ากับประสิทธิภาพกระบวนการทำงานแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้วางมาตรฐานกระบวนการทำงานผ่านโครงการ QMA หรือ Quality Management Autohaus ซึ่งเน้นการออกแบบกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า
อีกหนึ่งโครงการในการเพิ่มศักยภาพการให้บริการเพื่อความพีงพอใจสูงสุดของลูกค้า คือ การเพิ่มศักยภาพบุคลากรของตัวแทนจำหน่าย และศูนย์บริการ โดยศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร BMW Group Training Academy ได้พร้อมดำเนินงานเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของการอบรมด้านเทคนิค และด้านการบริหารระบบการให้บริการ สำหรับทั้งในส่วนการขายและบริการหลังการขาย นอกจากนี้ยังมีแผนการทำการตลาด มุ่งเน้นด้านลูกค้าสัมพันธ์ CRM ที่ทำผ่านศูนย์ Contact Center ของบริษัทฯ เอง ทำให้บริษัทฯสามารถติดต่อกับลูกค้าได้โดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพ |
| |
 |
| |
สบายใจได้เสมอกับโปรแกรมบำรุงรักษาและซ่อมแซม
• BSI BMW Services Inclusive และ MSI MINI Services Inclusive
• และโปรแกรม BMW Premium Selection และ MINI Next สำหรับรถมือสอง
หัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุด คือ 'ความสบายใจของลูกค้า' ดั้งนั้นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู จะมาพร้อมกับโปรแกรมบริการหลังการขาย BSI หรือ BMW Services Inclusive ซึ่งเป็นการรับดูแล บำรุงรักษาและซ่อมแซม ตลอดระยะเวลา 5 ปี/ 100,000 กิโลเมตร ในขณะที่รถยนต์ มินิ จะมาพร้อมกับ MSI หรือ MINI Services Inclusive ซึ่งเป็นการรับดูแล บำรุงรักษาและซ่อมแซม ตลอดระยะเวลา 3 ปี/ 50,000 กิโลเมตร โปรแกรมบำรุงรักษาและซ่อมแซมทั้งสองนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างความสบายใจแล้ว ยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ (Low Cost of Ownership) อีกด้วย
นอกจากนั้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังมุ่งหน้าทำตลาดรถยนต์มือสองอย่างต่อเนื่อง ผ่านโปรแกรม BMW Premium Selection สำหรับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู และ MINI Next สำหรับรถยนต์ มินิ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มความสบายใจ ให้กับผู้ซื้อรถยนต์มือสอง โดยมีการรับประกัน 2 ปี/ 40,000 กิโลเมตรแล้ว ยังเป็นการสร้างความต้องการต่อเนื่อง สำหรับรถยนต์ทั้งสองแบรนด์ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าราคารถมือสองในตลาดอีกด้วย |
| |
 |
| |
JOY 2.0 ต่อยอดแบรนด์แคมเปญจ์ของ BMW
ภาค 2 แห่งความสำเร็จกับแบรนด์อันดับที่ 1 ในใจลูกค้า
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดปี 2554 ด้วยแบรนด์แคมเปญจ์ JOY 2.0 ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จของแคมเปญจ์ JOY IS BMW ในปีก่อนหน้า ที่ได้ขยายบริบทของแบรนด์ BMW เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง โดยในปีที่ผ่านมา แบรนด์ BMW ได้ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับที่ 1 ในเซ็กเมนท์พรีเมี่ยม จากผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคในประเทศไทยหลายชิ้น ซึ่งนี่เป็นเครื่องบ่งชี้ความสำเร็จของแบรนด์ BMW ได้เป็นอย่างดี
ในปี 2554 นี้ แคมเปญจ์ต่อยอด JOY 2.0 จะขยายบริบท เพื่อให้คลอบคลุมความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู โดยเฉพาะในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมล้ำสมัยอย่างเทคโนโลยี EfficientDynamics ซึ่งจะทำการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ผ่านรถต้นแบบ BMW Vision EfficientDynamics อีกทั้งยังสร้างความสัมพันธ์เชื่อมต่อจากอนาคตสู่ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ที่เหนือชั้นของ บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในฐานะ The World’s Most Sustainable Car Company โดยการจัดอันดับของ Dow Jones Sustainability Index ถึง 6 ปีซ้อน
"เรามุ่งเน้นที่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในส่วนของแบรนด์และส่วนการขยายฐานลูกค้า ผ่านการให้บริการที่ดีเลิศ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าของเรา และนี่จะเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อม เพื่อชิงตำแหน่งผู้นำในเซ็กเมนท์พรีเมี่ยม" มร. พฟาลซ์ กล่าวทิ้งท้าย
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.bmw.co.th ครับ • |
| |
 |
| สรุปยอดขายปี พ.ศ. 2553 ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย |
| |
| ยอดขายรถยนต์รวม |
ยอดขายปี พ.ศ. 2553 (คัน) |
% เปรียบเทียบ กับปีก่อนหน้า |
| บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย |
3,422 |
+24% |
| ยอดขายรถยนต์ BMW |
3,015 |
+28% |
| ยอดขายรถยนต์ MINI |
407 |
0% |
| ยอดขายมอเตอร์ไซค์ BMW |
245 |
+73% |
|
| |
| หมายเหตุ: ข้อมูลรวมรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger car) และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (SAV/SUV) • |
| |