| |
 |
| |
|
Friday, 15 October, 2010 2:19 AM
|
 |
| |
|
| |
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ปลื้มยอดจำหน่ายเดือนกันยายน สูงสุดในรอบ 4 ปี แถมยอดสะสม 9 เดือนแรกของปีขยายตัวทุกรุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มรถพลังงานงานทางเลือกที่เป็นตลาดใหม่ ไม่ได้แย่งสัดส่วนจากตลาดเดิม ทำให้ภาพความเป็นผู้นำรถยนต์พลังงานทางเลือก ชัดเจนขึ้น มั่นใจเป้าหมายส่วนแบ่งตลาด 5% ปลายปีนี้ ทำได้แน่นอน
มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดในรอบ 4 ปี นับจากปี 2549 ด้วยจำนวน 3,608 คัน และส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 5.4% ในเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ยอดจำหน่ายสะสม 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2553) มีจำนวน 26,614 คัน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (12,229 คัน) ถึง 118% คาดว่าในปลายปีนี้ยอดจำหน่ายรวมจะถึง 37,500 คัน หรือบรรลุเป้าหมายส่วนแบ่งตลาด 5% ของตลาดรวมที่คาดว่าจะมากกว่า 750,000 คันได้อย่างแน่นอน ด้านคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ ก็ขยายตัวขึ้นตามกระแสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยมียอดส่งออกสะสมที่จำนวน 137,500 คัน (รวม BU และ KD) มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดส่งออก 71,065 คัน อยู่ที่ 93.5% นับเป็นความภาคภูมิใจของพนักงาน และผู้จำหน่ายรถยนต์ที่ได้ร่วมมือกันสร้างความเติบโตให้แก่บริษัทฯ ได้ในครั้งนี้”
สำหรับยอดจำหน่ายในประเทศนั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสินค้าในส่วนของรถยนต์นั่งรวม MPV มีอัตราการเติบโตสะสมที่ 161% หรือเพิ่มขึ้นเป็น 5,857 คัน จากเดิม 2,244 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่งแบบ CNG ถึง ร้อยละ 42 ตามด้วยรถยนต์นั่งที่ใช้น้ำมัน E20 และรถยนต์ FFV-E85 ถึงร้อยละ 36 และร้อยละ 22 ตามลำดับ สอดคล้องกับการเติบโตของกลุ่มรถยนต์นั่งในตลาดรวม ที่เริ่มมีสัดส่วนมากขึ้นตามกระแสความนิยมนั่นเอง
ในกลุ่มรถกระบะ Mitsubishi Triton ก็มีอัตราการเติบโต 104% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือกสองระบบ CNG มียอดแบล็คออเดอร์อยู่กว่าสองเดือน ในขณะที่รถยนต์แบบเครื่องธรรมดาเอง ก็มียอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน เป็นการเติบโตแบบคู่ขนาน ไม่ได้แย่งตลาดกันเอง นับเป็นทิศทางการพัฒนาสินค้า ที่ตรงกับความต้องการของตลาด และส่งให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานทางเลือก
ในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปี ซึ่งเป็นฤดูการขายและคาดว่าจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดนั้น บริษัทฯ ก็ยังคาดหวังว่าจะทำยอดจำหน่ายได้มากกว่า 10,000 คัน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพิชิตส่วนแบ่งตลาด 5% จากตลาดรวม 750,000 คันได้อย่างแน่นอน
สำหรับยอดการส่งออกนั้น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในสิ้นปีนี้ ยอดส่งออกสะสมจะอยู่ที่ประมาณ 183,000 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 68% ซึ่งรุ่นที่ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มสูงขึ้นมาก คือ Mitsubishi Pajero Sport ที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนให้ความสนใจมากที่สุดเฉลี่ยเดือนละ 2,000 คัน และจากการเติบโตของทั้งยอดจำหน่ายในและนอกประเทศ ทำให้บริษัทฯ มียอดการผลิตเพิ่มขึ้นสะสม 9 เดือนอยู่ที่จำนวน 147,379 คัน (BU เท่านั้น) คาดว่าในสิ้นปีนี้ ยอดการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 195,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 96% จากยอดการผลิต 99,208 ในปีที่ผ่านมา
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th ครับ • |
| |
| ภาพรวมยอดจำหน่ายและยอดผลิตสะสม 9 เดือนแรกของปี และเป้าหมายปี 2553 (มค-ธค) |
| |
| |
9M/ 2009 |
9M/ 2010 |
Growth |
CY-Target |
| Domestic |
12,229 |
26,614 |
118% |
37,500 |
| Export |
71,065 |
137,500 |
93.5% |
183,000 |
| Production (BU Only) |
53,874 |
147,379 |
174% |
195,000 |
|
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ มิตซูบิชิ คลิ๊กที่นี่ครับ : Mitsubishi News Section |
 |
 |
|
| |
|
|
|