| |
 |
| |
|
Wednesday, 15 September, 2010 12:29 PM
|
 |
| |
|
| |
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติ การขายรถยนต์ เดือนสิงหาคม 2553 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 65,724 คัน เพิ่มขึ้น 52.0% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 28,118 คัน เพิ่มขึ้น 58.1% รถเพื่อการพาณิชย์ 37,606 คัน เพิ่มขึ้น 47.7% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 32,490 คัน เพิ่มขึ้น 49.2%
ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่าน โดยตลาดรถยนต์นั่ง มีปริมาณการขาย 28,118 คัน เพิ่มขึ้น 58.1% ด้านตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มีปริมาณการขาย 37,606 คัน เพิ่มขึ้น 47.7% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะราคายางพาราและมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังการซื้อของเกษตรกรเพิ่มขึ้น ความนิยมในรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์รุ่นใหม่ที่แนะนำเข้าสู่ตลาด
ตลาดรถยนต์สะสม 8 เดือนแรก มีปริมาณการขาย 488,088 คัน เพิ่มขึ้น 53.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 60.0% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 49.1% มา จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางดีขึ้น ประกอบกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้น อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่เหมาะสม การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัทรถยนต์ต่างๆ และการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
ตลาดรถยนต์ในเดือน กันยายน ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ตามสถิติการขายแล้ว เดือนกันยายนจะมียอดขายมากที่สุดในไตรมาส 3 ประกอบกับความนิยมต่อเนื่องในรถยนต์นั่ง และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์รุ่นใหม่ที่เพิ่งแนะนำเข้าสู่ตลาด ตลอดจนยังคงมียอดค้างส่งมอบ ในรถยนต์อีกหลายรุ่น แต่ทั้งนี้ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอาจส่งผลกับการส่งออกสินค้าเกษตร และภาวะน้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัด อาจทำให้ลูกค้าชะลอการรับมอบรถยนต์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญส่งผลต่อตลาดรถยนต์ได้
ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนสิงหาคม 2553
ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 65,724 คัน เพิ่มขึ้น 52.0%
• อันดับที่ 1 โตโยต้า 27,008 คัน เพิ่มขึ้น 44.4% ส่วนแบ่งตลาด 41.1%
• อันดับที่ 2 อีซูซุ 11,595 คัน เพิ่มขึ้น 30.5% ส่วนแบ่งตลาด 17.6%
• อันดับที่ 3 ฮอนด้า 10,004 คัน เพิ่มขึ้น 46.5% ส่วนแบ่งตลาด 15.2%
ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 28,118 คัน เพิ่มขึ้น 58.1%
• อันดับที่ 1 โตโยต้า 11,142 คัน เพิ่มขึ้น 31.1% ส่วนแบ่งตลาด 39.6%
• อันดับที่ 2 ฮอนด้า 9,119 คัน เพิ่มขึ้น 43.2% ส่วนแบ่งตลาด 32.4%
• อันดับที่ 3 นิสสัน 2,620 คัน เพิ่มขึ้น 212.6% ส่วนแบ่งตลาด 9.3%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 32,490 คัน เพิ่มขึ้น 49.2%
• อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,592 คัน เพิ่มขึ้น 57.8% ส่วนแบ่งตลาด 44.9%
• อันดับที่ 2 อีซูซุ 10,688 คัน เพิ่มขึ้น 30.2% ส่วนแบ่งตลาด 32.9%
• อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,574 คัน เพิ่มขึ้น 112.6% ส่วนแบ่งตลาด 7.9%
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 3,183 คัน โตโยต้า 1,591 คัน- มิตซูบิชิ 906 คัน - อีซูซุ 598 คัน - ฟอร์ด 88 คัน
ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 29,307 คัน เพิ่มขึ้น 48.4%
• อันดับที่ 1 โตโยต้า 13,001 คัน เพิ่มขึ้น 60.1% ส่วนแบ่งตลาด 44.4%
• อันดับที่ 2 อีซูซุ 10,090 คัน เพิ่มขึ้น 29.9% ส่วนแบ่งตลาด 34.4%
• อันดับที่ 3 นิสสัน 2,365 คัน เพิ่มขึ้น 56.8% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%
ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 37,606 คัน เพิ่มขึ้น 47.7%
• อันดับที่ 1 โตโยต้า 15,866 คัน เพิ่มขึ้น 55.5% ส่วนแบ่งตลาด 42.2%
• อันดับที่ 2 อีซูซุ 11,595 คัน เพิ่มขึ้น 30.5% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
• อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,574 คัน เพิ่มขึ้น 112.6% ส่วนแบ่งตลาด 6.8%
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.toyota.co.th ครับ • |
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ โตโยต้า คลิ๊กที่นี่ครับ : Toyota News Section |
 |
 |
|
| |
|
|
|