“จีเอ็ม ในประเทศจีน อินเดีย บราซิล อาร์เจนติน่า และอียิปต์ สามารถทำยอดจำหน่ายได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ขณะที่ตลาดในเกาหลีก็เติบโตขึ้น 28 เปอร์เซนต์ เช่นเดียวกับในออสเตรเลีย จีเอ็ม โฮลเดน มีอัตราขยายตัวถึง 22 เปอร์เซนต์” ประธานกรรมการคนใหม่ของจีเอ็ม ประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวทิ้งท้าย
ในสหรัฐอเมริกา จีเอ็มประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 5 รุ่น ติด 10 อันดับแรกของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในปีนี้ การวางตลาดยานยนต์ใน 4 แบรนด์หลักอันได้แก่ เชฟโรเลต, คาดิลแลค, บูอิค และ จีเอ็มซี สามารถสร้างยอดขายให้เติบโตได้ถึง 36 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่แล้ว
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการจัดให้เป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของเอเชีย รองจากประเทศจีน และอินเดีย ขณะที่ยอดขายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทย เติบโตขึ้นถึง 24 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ตลาดมาเลเซียมียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ในครึ่งแรกของปี ส่วนยอดขายรถยนต์เชฟโรเลตในภูมิภาคนี้ก็เติบโตถึง 22.9 เปอร์เซ็นต์ เช่นกัน
“เพื่อนำมาซึ่งความเจริญเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เราได้เพิ่มจำนวนทีมเจ้าหน้าวิศวกรไทยที่อยู่ในสายงานการผลิตขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์ และพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานเพื่อรองรับการขยายงานอย่างต่อเนื่อง เรายังพยายามสร้างความสัมพันธ์ กับพนักงานในทุกระดับ เพื่อให้พนักงานได้เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการสร้างความสำเร็จให้กับจีเอ็ม” มร. แอพเฟล กล่าวต่ออีกว่า
“สำหรับการสื่อสารภายในองค์กร ผมพูดคุยรับฟังปัญหาจากพนักงานอยู่อย่างสม่ำเสมอผ่าน เว็บแชท (การคุยกันผ่าน โปรแกรมการคุยแบบออนไลน์) ที่จีเอ็มหัวหน้างานมีหน้าที่สอนงานและคอยให้คำแนะนำต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้องค์กรเติบโตต่อไปได้ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีหน้าที่ในสายการผลิตกว่า 600 คน ไปปฏิบัติงานตามโชว์รูมต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรงจากลูกค้า โดยประสบการณ์ที่ได้มาจะช่วยให้พนักงานนำไปต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของเราต่อไป”
อีกทั้งในส่วนของการบริการหลังการขาย มร. มาร์ติน กล่าวว่า “เขาได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้แทนจำหน่าย ในการพัฒนาคุณภาพของการบริการ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดกับผู้ใช้รถยนต์เชฟโรเลต”
“ด้วยเงินลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท เพื่อสานต่อโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซล และโครงการผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ จังหวัดระยอง ทำให้จีเอ็มเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีพันธสัญญาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้จะผลิตเครื่องยนต์ดีเซลอันล้ำสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการ ทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก อีกทั้งยังเปิดโอกาสทางธุรกิจกับคู่ค้าจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสร้างงานใหม่อีกด้วย” มร.แอพเฟล กล่าว
|