นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2553 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 70,557 คัน เพิ่มขึ้น 62.6% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 32,946 คัน เพิ่มขึ้น 75.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 37,611 คัน เพิ่มขึ้น 52.5% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 31,327 คัน เพิ่มขึ้น 46.7%
ตลาดรถยนต์เดือน มิถุนายน มีปริมาณการขาย 70,557 คัน สูงสุดเป็นสถิติใหม่ของยอดขายของเดือนมิถุนายน และมีอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี ด้วยอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 62.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลมาจาก การเติบโตของตลาดรถยนต์นั่งที่มีปริมาณการขาย 32,946 คัน เพิ่มขึ้น 75.7% ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งยังมีส่วนหนึ่งที่ค้างส่งมอบ และได้มีการปรับเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ประกอบกับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ที่มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 52.5% เป็นอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลมาจากเศรษฐกิจของประเทศที่ฟื้นตัว ตลอดจนบรรยากาศทางการเมืองที่คลี่คลายได้ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค
ตลาดรถยนต์สะสม 6 เดือนแรก มีปริมาณการขาย 356,692 คัน สูงสุดเป็นสถิติใหม่โดยมีปริมาณการขายสูงกว่ายอดขายสะสม 6 เดือนแรกของปี 2548 กว่า 10,700 คัน ซึ่งในปี 2548 มียอดขายรวมทั้งปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 703,432 คัน และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 54.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยเป็นการเติบโตที่ต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 ทั้งนี้ตลาดรถยนต์นั่ง มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 59.6% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 50.3% สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ในประเทศที่ดีขึ้น เป็นผลมาจากกำลังซื้อของประชาชนที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับราคาน้ำมันที่ไม่เปลี่ยนแปลงมาก ตลอดจนอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม
ตลาดรถยนต์ในเดือน กรกฎาคม ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น ที่ทยอยแนะนำเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ต้นปี ซึ่งบางรุ่นยังคงมียอดค้างส่งมอบ แม้ว่าจะได้มีปรับเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา การจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ของบริษัทรถยนต์ต่างๆ ประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และราคาสินค้าทางการเกษตรอาทิ ยางพารา และ มันสำปะหลังที่ดีขึ้นซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.toyota.co.th ครับ • |
ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนมิถุนายน 2553
ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 70,557 คัน เพิ่มขึ้น 62.6%
-
อันดับที่ 1 โตโยต้า 26,969 คัน เพิ่มขึ้น 43.1% ส่วนแบ่งตลาด 38.2%
-
อันดับที่ 2 อีซูซุ 12,687 คัน เพิ่มขึ้น 50.1% ส่วนแบ่งตลาด 18.0%
-
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 12,535 คัน เพิ่มขึ้น 71.2% ส่วนแบ่งตลาด 17.8%
ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 32,946 คัน เพิ่มขึ้น 75.7%
-
อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,018 คัน เพิ่มขึ้น 46.6% ส่วนแบ่งตลาด 36.5%
-
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 11,175 คัน เพิ่มขึ้น 64.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.9%
-
อันดับที่ 3 นิสสัน 3,576 คัน เพิ่มขึ้น 261.2% ส่วนแบ่งตลาด 10.9%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 31,327 คัน เพิ่มขึ้น 46.7%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 13,002 คัน เพิ่มขึ้น 34.4% ส่วนแบ่งตลาด 41.5%
-
อันดับที่ 2 อีซูซุ 11,920 คัน เพิ่มขึ้น 50.5% ส่วนแบ่งตลาด 38.1%
-
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,765 คัน เพิ่มขึ้น 157.2% ส่วนแบ่งตลาด 8.8%
* ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 2,461 คัน โตโยต้า 977 คัน- มิตซูบิชิ 847 คัน - อีซูซุ 564 คัน - ฟอร์ด 73 คัน
ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 28,866 คัน เพิ่มขึ้น 50.1%
-
อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,025 คัน เพิ่มขึ้น 43.2% ส่วนแบ่งตลาด 41.7%
-
อันดับที่ 2 อีซูซุ 11,356 คัน เพิ่มขึ้น 51.1% ส่วนแบ่งตลาด 39.3%
-
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 1,918 คัน เพิ่มขึ้น 192.4% ส่วนแบ่งตลาด 6.6%
ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 37,611 คัน เพิ่มขึ้น 52.5%
-
อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,951 คัน เพิ่มขึ้น 40.4% ส่วนแบ่งตลาด 39.8%
-
อันดับที่ 2 อีซูซุ 12,687 คัน เพิ่มขึ้น 50.1% ส่วนแบ่งตลาด 33.7%
-
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,765 คัน เพิ่มขึ้น 157.2% ส่วนแบ่งตลาด 7.4% |