motortrivia.com
m2 BIZZES NEWS SECTION | BACK TO BIZZES NEWS MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
 
Toyota
 
Wednesday, 23 June, 2010 0:12 AM
800x
 
ข้าวรัชมงคล พัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทย
มอบโรงปุ๋ยรัชมงคล 2 และอุปกรณ์การทำนาโยนแก่ 6 กลุ่มเกษตรกรใน จ.ฉะเชิงเทรา
 
baมร. เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมทำพิธีมอบ โรงปุ๋ยรัชมงคล 2 และมอบอุปกรณ์การเกษตร โดยมี นายวิสิทธิ์ สินลือนาม นายอำเภอสนามชัยเขต และกลุ่มเกษตรกร 6 กลุ่มใน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2553 ที่ โรงปุ๋ยรัชมงคล 2 (บึงตะเข้) ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

baเป็นเวลาเกือบ 50 ปี ที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยยึดถือนโยบายด้าน ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility - CSR) มาโดยตลอด ภายใต้ความมุ่งมั่นในการพัฒนา และตอบแทนสังคมไทย ในทุกๆ ด้าน ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมอย่างจริงจัง ภายใต้แนวคิด Integrated CSR Across Value Chain โดยผสานความร่วมมือในการปฎิบัติอย่างจริงจังตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ทำให้กิจกรรม CSR ของโตโยต้าเข้มแข็งและขับเคลื่อนอย่างมีพลัง โดยเน้นการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสังคมไทยใน 4 ด้านหลัก ได้แก่...

1) ส่งเสริมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน
2) ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม
3) ส่งเสริมด้านการศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์
4) ส่งเสริมด้านการพัฒนาชุมชนและอื่นๆ

 
Toyota
 
• มร. เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่
 
Toyota
 
• นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา
800x

baจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออันดีระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กับ กลุ่มเกษตรกรใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้มอบ ฉางข้าวรัชมงคล ให้กับ กลุ่มเกษตรกรทำนาบางคา เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น ในการสร้างชุมชนที่ยั่งยืน และส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนา และรักษาพันธุ์ข้าวหอมมะลิชั้นดีในนาม ข้าวดอกมะลิ 105 โดย ต.บางคา เป็นถิ่นกำเนิด ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิพันธ์ดีที่สุดของไทย

baโดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542 โรงสีข้าวตามแนวพระราชดำริ ในนาม บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ภายในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ดำเนินกิจการภายใต้วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยวิธีการการรับซื้อข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม ช่วยเหลือผู้บริโภคด้วยการขายข้าวสารในราคาที่เหมาะสม และดำเนินกิจการโดยมิได้หวังผลกำไรทางธุรกิจเป็นสำคัญ อันเป็นการน้อมนำแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ขยายโครงการภายใต้ความร่วมมืออย่างดียิ่งของ กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จวบจนปัจจุบัน

 
Toyota
 
• นายวิสิทธิ์ สินลือนาม นายอำเภอสนามชัยเขต
 
Toyota
 
• การรำอวยพรโดยเยาวชนบุตรหลานเกษตรกรบ้านบึงตะเข้
800x

baตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา บริษัท ข้าวรัชมงคล ได้ให้การสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์การเกษตรเพื่อช่วยพัฒนา คุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่นในการสร้างชุมชนที่ยั่งยืน อาทิเช่น ฉางสำหรับเก็บข้าวเปลือก ลานคอนกรีตสำหรับตากข้าวเปลือก โรงปุ๋ยอินทรีย์ อุปกรณ์การทำปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น โดยได้สนันสนุนอุปกรณ์การเกษตรมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 8 ล้านบาท

baรายละเอียดการมอบสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์การเกษตร ประจำปี 2553 ได้แก่...

1. กลุ่มสหกรณ์บ้านนายาวสามัคคี ตำบลนายาว อำเภอสนามชัยเขต ได้รับ
1.1 บ่อเก็บน้ำ ขนาด 1200 ลูกบาศก์เมตร พร้อมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำ จำนวน 10 บ่อ แก่เกษตรกรจำนวน 10 ราย
1.2 ชุดอุปกรณ์ทำกล้านาโยน 1 ชุด*

2. กลุ่มเกษตรกรทำนาบางคา ตำบลบางคา อำเภอราชสาส์น ได้รับ
2.1 ลานคอนกรีตตากข้าว (เพิ่มเติม) 400 ตารางเมตร
2.2 ชุดอุปกรณ์ทำกล้านาโยน 1 ชุด*

3. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองกระสังข์ ตำบลแหลมประดู่ อำเภอบ้านโพธิ์ ได้รับ
3.1 ฉางเก็บข้าวเปลือกขนาด 300 ตัน จำนวน 1 หลัง
3.2 ชุดอุปกรณ์ทำกล้านาโยน 1 ชุด*

4. กลุ่มสหกรณ์สนามชัยเขต ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต ได้รับ
4.1 ลานคอนกรีตตากข้าว ขนาด 800 ตารางเมตร
4.2 ชุดอุปกรณ์ทำกล้านาโยน 1 ชุด*

5. กลุ่มสหกรณ์ท่าตะเกียบ ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ ได้รับ
5.1 ลานคอนกรีตตากข้าว ขนาด 800 ตารางเมตร
5.2 ชุดอุปกรณ์ทำกล้านาโยน 1 ชุด*

6. กลุ่มเกษตรกรไร่นาสวนผสมบ้านบึงตะเข้ ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต ได้รับ
6.1 การบริจาคโรงปุ๋ยอินทรีย์ 1 หลัง พร้อมอุปกรณ์เครื่องปั้นเม็ดปุ๋ย 1 ชุด (ประกอบด้วยจานปั้นสแตนเลส 1 ชุด เครื่องปั๊มพ่นฉีดน้ำ 1 ชุด)
6.2 ลานคอนกรีตตากข้าว ขนาด 1000 ตารางเมตร
6.3 ชุดอุปกรณ์ทำกล้านาโยน 1 ชุด*

baหมายเหตุ - ชุดอุปกรณ์ทำกล้านาโยน 1 ชุด ประกอบด้วย เครื่องบดดิน 1 เครื่อง เครื่องโรยดิน 1 ตัว เครื่องโรยข้าว 1 ตัว อุปกรณ์ขาตั้ง 1 ชุด แผ่นพลาสติกสำหรับคลุมต้นกล้า ขนาด 2เมตร x 90 เมตร 1 ม้วนและ ถาดเพาะกล้า 3,000 ถาด

 
Toyota
 
Toyota
 
Toyota
 
Toyota
 
Toyota
 

baมร. เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า "การมอบสิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์การเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน การปลูกข้าวด้วยวิธีการโยนกล้า (Parachute) โดยใช้อุปกรณ์ในการทำกล้านาโยน ซึ่งเป็นการทำนาอีกวิธีหนึ่ง ที่เหมาะกับการทำนาแบบ เกษตรอินทรีย์ สามารถลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้ โดยร่วมกับเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทราและกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 6 กลุ่มในรูปของสหกรณ์ บริษัทฯ จึงได้บริจาคสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมอุปกรณ์รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 3,300,000 บาท ให้กับ 6 กลุ่มเกษตรกรใน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ตามพันธกิจทางด้านการส่งเสริมสังคมของโตโยต้า ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และชุมชน"

baโรงสีข้าวรัชมงคล เป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมสังคมที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นการดำเนินตามแนวพระราชดำริแห่ง เศรษฐกิจพอเพียง ที่ ชาวโตโยต้า น้อมนำมาปฏิบัติ และนับเป็นความภาคภูมิใจ ที่ได้มีส่วนร่วมผลักดันในการเจริญเติบโตของสังคม ไทยอย่างยั่งยืน สมดังปณิธานที่เรายึดถือ และปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่วาระการฉลองครบ 50 ปี ของการดำเนินกิจการในประเทศไทยที่ว่า…

การปลูกข้าว โดยวิธีการโยนกล้า (parachute)
baการพัฒนาการทำนา โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำให้การทำนาในเขตชลประทานได้ผลผลิตสูงกว่า ในเขตนาน้ำฝนของประเทศ และสามารถผลิตข้าวได้มากกว่าปีละ 1 ครั้ง เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าวโดยวิธีการหว่านน้ำตม ใช้พันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง อายุสั้น เก็บเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องเกี่ยวนวด โดยเฉพาะพื้นที่นาชลประทานในภาคกลาง ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์สูง ซึ่งปัจจุบันราคาเมล็ดพันธุ์กิโลกรัมละ 20-23 ซึ่งก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

 
Toyota
 
Toyota
 

baนอกจากนี้การทำนาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น 2 ปี 5 ครั้ง หรือ ปีละ 3 ครั้ง ย่อมส่งผลกระทบถึงสภาพแวดล้อม คือ ปัญหาข้าววัชพืช ระบาดอย่างรุนแรง เกษตรกรที่ทำนาแบบหว่านน้ำตม ส่วนหนึ่งเปลี่ยนวิธีการทำนาเป็นการปักดำด้วยเครื่องเพื่อควบคุมปริมาณ ข้าววัชพืช ปัญหาที่ตามมาก็คือ เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถเตรียมดินให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องปักดำได้ และอัตราค่าปักดำค่อนข้างสูงคือ ไร่ละ 1,100-1,200 บาท (รวมเมล็ดพันธุ์ข้าว) วิธีการปลูกข้าวแบบโยนกล้า จึงเป็นการทำนาแบบใหม่ ที่สามารถนำมาใช้แทนการปักดำด้วยเครื่องได้

baการปลูกข้าวด้วยวิธีการโยนกล้า แนะนำให้เป็นทางเลือกในพื้นที่...

1. พื้นที่ปัญหาข้าววัชพืชมาก
2. ผลิตในศูนย์ข้าวชุมชนหรือไว้ใช้เองได้
3. ผลิตข้าวอินทรีย์เพื่อควบคุมข้าววัชพืช
4. ประหยัดเมล็ดพันธุ์

baเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าแต่ได้ผลผลิตไม่ตกต่างจากการปักดำด้วย เครื่องหรือการหว่านน้ำตม แต่สามารถควบคุมวัชพืช โดยเฉพาะข้าววัชพืชที่กำลังระบาดอย่างรุนแรงในหลาย พื้นที่ในภาคกลาง

 
Toyota
 
Toyota
 

เปรียบเทียบต้นทุน
baเปรียบเทียบต้นทุนของการปลูกข้าวปทุมธานี1 ด้วยวิธีการปลูกแบบต่างๆ (ไม่รวมค่าสารเคมีป้องกัน กำจัดโรค แมลง และน้ำมัน สูบน้ำเข้านา) / ปรับปรุงจาก นิตยาและคณะ, (2549)

1. เตรียมดิน หว่านน้ำตม 610 นาดำ 610 โยนกล้า 610 (บาท/ไร่)
2. เมล็ดพันธุ์ หว่านน้ำตม 345 นาดำ 138 โยนกล้า 92 (บาท/ไร่)
3. ตกกล้า หว่านน้ำตม - นาดำ 300 โยนกล้า 300 (บาท/ไร่)
4. หว่าน (ปักดำ โยนกล้า) หว่านน้ำตม 40 นาดำ 672 โยนกล้า 50 (บาท/ไร่)
5. ปุ๋ย หว่านน้ำตม 948 นาดำ 948 โยนกล้า 948 (บาท/ไร่)
6. สารเคมีคุมวัชพืช หว่านน้ำตม 200 นาดำ - โยนกล้า - (บาท/ไร่)
7. เก็บเกี่ยว หว่านน้ำตม 600 นาดำ 00 โยนกล้า 600 (บาท/ไร่)
8. รวมต้นทุน หว่านน้ำตม 2,743 นาดำ 3,268 โยนกล้า 2,600 (บาท/ไร่)
9. ผลผลิต หว่านน้ำตม 775 นาดำ 875 โยนกล้า 880 (บาท/ไร่)

การตกกล้า
baตกกล้าในกระบะเพาะกล้าที่มีลักษณะเป็นหลุม ตามลำดับดังนี้
1. ใส่ดินในหลุมประมาณ ครึ่งหนึ่งของหลุม
2. หว่านเมล็ดข้างงอกลงในหลุมโดยใช้อัตรา 3-4 กก./ 60-70 ถาด/ไร่
3. ใส่ดินปิดเมล็ดพันธุ์ข้าวระวังอย่าให้ดินล้นออกมานอกหลุม เพราะจะทำให้รากข้าวที่งอกออกมาพันกัน เวลาหว่านต้นข้าวจะไม่กระจายตัว
4. หาวัสดุเช่นกระสอบป่านคลุมถาดเพาะเพื่อเวลารดน้ำจะได้ไม่กระเด็น รดน้ำเช้า เย็น ประมาณ 3-4 วัน ต้นข้าวจะงอกทะลุกระสอบป่าน ให้เอากระสอบป่านออก แล้วรดน้ำต่อไป จนกล้าอายุ 15 วัน
5. นำกล้าที่ได้ไปหว่านในแปลงที่เตรียมไว้ ให้สม่ำเสมอ การตกกล้า 1 คน สามารถตกได้ 2 ไร่ (140 กระบะ) /วัน

การเตรียมแปลง
baไถดะครั้งที่ 1 หลังเก็บเกี่ยวข้าวปล่อยแปลงให้แห้งประมาณ 15-30 วัน แล้วปล่อยน้ำเข้าพอให้ดินชุ่มประมาณ 5-10 วัน เพื่อให้วัชพืชและเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นในดินงอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อนเสียก่อน จึงไถดะครั้งที่ 2
ไถแปร หลังจากการไถดะครั้งที่ 1 แล้ว ปล่อยทิ้งไว้ 10-15 วันโดยรักษาระดับน้ำเพียงแค่ดินชุ่ม เพื่อให้เมล็ดวัชพืชและเมล็ดข้าวที่หลงเหลืออยู่งอกขึ้นมาอีกแล้วจึงไถแปร

คราดหรือทุบ
baหลังจากการไถแปรครั้งที่ 2 แล้ว ปล่อยทิ้งไว้ 10-15 วันโดยรักษาระดับน้ำเพียงแค่ดินชุ่ม เพื่อให้เมล็ดวัชพืชและเมล็ดข้าวที่หลงเหลืออยู่งอกขึ้นมาอีกแล้วคราดหรือ ทุบจะช่วยทำลายวัชพืชได้มาก หรือหลังจากไถดะ ไถแปรและคราดเสร็จแล้วเอาน้ำขังแช่ไว้ประมาณ 3 สัปดาห์ เพื่อให้ลูกหญ้าที่เป็นวัชพืชน้ำ เช่น ผักตบ ขาเขียด ทรงกระเทียม ผักปอดและพวกกกเล็ก เป็นต้น งอกขึ้นเสียก่อน เพราะเมล็ดวัชพืชปกติจะงอกภายใน 5-7 วันหลังจากน้ำนิ่งโดยเฉพาะนาที่น้ำใส เมื่อลูกหญ้าขึ้นแล้วจึงคราดให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ลูกหญ้าก็จะหลุดลอยไปติดคันนาทางใต้ลม ก็จะสามารถช้อนออกได้หมด เป็นการทำลายวัชพืชวิธีหนึ่ง

baสำหรับผู้ที่ใช้ลูกทุบ หรืออีขลุก ย่ำฟางข้าวให้จมลงในดินแทนการไถ หลังจากย่ำแล้วควรจะเอาน้ำแช่ไว้ให้ฟางเน่าเปื่อย จนหมดความร้อนเสียก่อน อย่างน้อย 3 สัปดาห์แล้วจึงย่ำใหม่ เพราะแก๊สที่เกิดจากการเน่าเปื่อยของฟางจะเป็นอันตรายต่อต้นข้าวจะทำให้ราก ข้าวดำไม่สามารถจะหาอาหารได้

baระบายน้ำออกเพื่อปรับเทือก ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ เมื่อคราดแล้วจึงระบายน้ำออกและปรับเทือกให้สม่ำเสมอ กระทำได้ด้วยการใช้น้ำในนาเป็นเครื่องวัด โดยให้น้ำในนามีระดับเพียงตื้นๆ ขนาดเพียงท่วมหลังปู ก็จะเห็นว่า พื้นที่นาราบเรียบเพียงใดอย่างชัดเจน เมื่อเห็นว่าส่วนใดยังไม่สม่ำเสมอก็ควรจะปรับเสียใหม่ การปรับพื้นที่นาหรือปรับเทือกให้สม่ำเสมอ จะทำให้ควบคุมน้ำได้สะดวก

 
Toyota
 

การโยนกล้า
baให้มีน้ำในแปลงประมาณ 1 ซม. นำกระบะกล้าข้าวที่มีอายุ 15 วัน ไปวางรายในแปลงที่เตรียมไว้ให้กระจายสม่ำเสมอ อัตรา 60-70 กระบะต่อไร่ จากนั้นคนที่จะโยนกล้าจะหยิบกระบะกล้ามาวางพาดบนแขน แล้วใช้มือหยิบกล้าข้าวหว่านหรือโยนในแปลง โดยโยนให้สูงกว่าศรีษะ ต้นกล้าจะพุ่งลงโดยใช้ส่วนรากที่มีดินติดอยู่ลงดินก่อน การหว่านกล้า 1 คน สามารถหว่านได้วันละ 4- 5 ไร่

baการดูแลรักษาระดับน้ำวันหว่านกล้า ให้มีน้ำในแปลงประมาณ 1 ซม. (ท่วมหลังปู) หลังจากนั้นประมาณ 3 วัน ต้นข้าวตั้งตัวได้แล้ว สามารถเพิ่มระดับน้ำให้อยู่ที่ระดับครึ่งหนึ่งของต้นข้าว หรือประมาณ 5 ซม. เพื่อการควบคุมวัชพืช

การเก็บเกี่ยว
baเก็บเกี่ยวข้าวที่ระยะที่เหมาะสม คือหลังจากข้าวออกดอก (75 %) แล้ว 28-30 วัน จะมีความชื้นประมาณ 22 % กรณีไม่ถูกฝนช่วงเก็บเกี่ยว ซึ่งจะเกิดความสูญเสียทั้งด้านปริมาณและคุณภาพน้อยที่สุด จะทำให้ได้ข้าวที่มีน้ำหนักดีที่สุด มีการร่วงหล่นและสูญเสียขณะเก็บเกี่ยว น้อยที่สุด ผลผลิตมีคุณภาพดี ข้าวที่เก็บไว้สีเป็นข้าวมีคุณภาพการสีสูง ข้าวที่เก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานอย่างน้อย 7-9 เดือน เสื่อมความงอกช้า

baข้อได้เปรียบของวิธีการโยนกล้าเปรียบเทียบกับการปักดำและหว่านน้ำตม
1. แปลงที่มีลักษณะหล่มก็สามารถเตรียมแปลงเพื่อการหว่านต้นกล้าได้ แต่ไม่สามารถปลูกโดยวิธีการปักดำด้วยเครื่องปักดำได้ เนื่องจากเครื่องจะติดหล่ม
2. ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์น้อยกว่าการหว่านน้ำตมและการปักดำ
3. สามารถควบคุมและลดปริมาณวัชพืชและข้าววัชพืชได้ดีกว่าการทำนาหว่านน้ำตม
4. ลดการสารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวเมื่อเทียบกับการหว่านน้ำตม

baเยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.toyota.co.th ครับ

 
800x
text : อ่านข่าวทั้งหมดของ โตโยต้า คลิ๊กที่นี่ครับ : Toyota News Section
 
 
1000x
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail