“จีเอ็มได้ใช้ความพยายามเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ในการที่จะกำจัดขยะอุตสาหกรรมอย่างถูกต้อง และปลอดภัยที่สุดต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำขยะและวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ขณะนี้โรงงานของจีเอ็มทั้ง 69 แห่งได้สร้างมาตรฐานใหม่ขึ้น โดยได้ลดปริมาณของเสียที่จะถูกฝังกลบจนเป็นศูนย์ และจะเป็นต้นแบบการปฏิบัติของโรงงานของเราทั่วโลก” มร. ไมค์ โรบินสัน รองประธานบริหารด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และนโยบายความปลอดภัย กล่าว
โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ของขยะ และเศษวัสดุเหลือใช้จะถูกนำมารีไชเคิล และส่วนที่เหลืออีก 3 เปอร์เซ็นต์ ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานหมุนเวียน เพื่อทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงกลุ่มปิโตรเลียม โรงงานที่สามารถเลื่อนสถานะขึ้นมาเป็น สถานประกอบการปลอดการฝังกลบ ประกอบด้วยโรงงาน 28 แห่งในภูมิภาคอเมริกาเหนือ 27 แห่งในเอเชียแปซิฟิก และ อเมริกาใต้ รวมทั้งโรงงานอีก 14 แห่งในทวีปยุโรป
“การปลอดการฝังกลบขยะและวัสดุเหลือใช้ จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการนำเอาอุตสาหกรรมรถยนต์ ออกจากสมการผลกระทบสิ่งแวดล้อม อันเป็นที่ถกเถียงกันในปัจจุบัน จีเอ็มได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาการผลิตรถยนต์ ที่ประหยัดพลังงาน และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในระดับต่ำ เราใช้ความพยายามอย่างมาก ไม่เพียงแต่ในการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังมุ่งพัฒนาฐานการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” มร. ไมค์ กล่าว
ในปีนี้ จีเอ็มตั้งเป้าว่าจะทำการรีไซเคิลขยะและวัสดุเหลือใช้กว่า 2 ล้านตันจากโรงงานทั่วโลก อีกทั้งยังจะนำเอาขยะจำนวนกว่า 45,000 ตัน มาใช้ผลิตพลังงานทดแทน ถึงแม้ว่าโรงงานของจีเอ็มทั้งหมดยังไม่ไช่โรงงานปลอดการฝังกลบของเสีย แต่ปัจจุบันนี้ โรงงานส่วนใหญ่มีการทำการรีไซเคิลของเสีย ในอัตราที่สูงกว่า 92 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณของเสียทั้งหมด โดยโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่จีเอ็มได้ทุ่มเทมาตลอด สามารถทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศไปได้แล้ว มากกว่า 3 ล้านตัน
จีเอ็มคาดการณ์ว่า ในปีนี้บริษัทจะสามารถรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ส่วนที่เป็นเศษเหล็กกว่า 650,000 ตัน เศษไม้กว่า 16,600 ตัน รวมถึงลังกระดาษกว่า 21,600 ตันและพลาสติกกว่า 3,600 ตัน โดยสิ่งที่ท้าทายที่สุดในการปลอดการฝังกลบ คือการหาวิธีการนำกลับมาใช้ใหม่ ให้เกิดประโยชน์กับวัสดุทุกชิ้น ไม่เว้นแม้แต่วัสดุชิ้นส่วนเล็กๆ ตัวอย่างเช่น - ขยะที่เป็นเศษอลูมิเนียม เหล็ก และอัลลอยด์จะถูกส่งไปเตาหลอมเพื่อขึ้นรูปใหม่เป็นชิ้นส่วนเครื่องยนต์ - น้ำมันที่ใช้แล้วจะถูกปรับสภาพเพื่อนำกลับมาใช้อีกครั้งในโรงงานของจีเอ็มเอง - พาเลทไม้, กระดาษกล่อง จะถูกนำกลับมาใช้อีกเรื่อยๆ เมื่อหมดสภาพจะถูกส่งไปในขั้นตอนการผลิตพลังงานทดแทนทันที่