จากวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บริษัท นิสสันฯ ได้เชิญสื่อมวลชนพร้อมวิศวกรจาก บริษัท นิสสัน เทคนิคคอล เซ็นเตอร์ เซาท์อีสต์ เอเชีย ร่วมขบวนการทดสอบประหยัดน้ำมัน 1 ถัง 1000 กิโลเมตร ด้วยรถยนต์ นิสสัน มาร์ช 4 คัน ทั้งระบบเกียร์ธรรมดา และระบบเกียร์อัจฉริยะ CVT ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ - หาดใหญ่ ออกเดินทางจาก บริษัท นิสสัน เทคนิคคอล เซ็นเตอร์ เซาท์อีสต์ เอเชีย ถ. บางนา-ตราด กม. 22
วันแรก กรุงเทพฯ - ประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางการทดสอบวันแรกเป็นเส้นทางในเมืองและไฮเวย์ สภาพการจราจรที่คับคั่ง เพราะเป็นช่วงวันแรกของสัปดาห์ และยังคงอยู่ในช่วงของการเดินทางของผู้คนในการทำงาน เป้าหมายของวันแรกของการเดินทางอยู่ที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 315 กิโลเมตร สภาพถนนทั่วไปเป็นทางราบ สภาพอากาศโปร่ง ทัศนวิสัยในระดับดี
วันที่สอง มุ่งหน้าสู่เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย ในวันที่สองของการเดินทาง ทีมทดสอบทั้งหมดออกเดินทางจากจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ เพื่อไปสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีบนทางหลวงหมายเลข 41 เป็นระยะทาง 357 กิโลเมตร สภาพเส้นทางในวันนี้ มีความท้าทายในการทดสอบเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทางโค้ง ทางขึ้น-ลงเขา กอรปกับสภาพอากาศที่แปรปรวน มีฝนตกหนักเป็นระยะๆ ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการขับขี่ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากรถนิสสัน มาร์ช เป็นรถที่ขับง่าย มีช่วงล่างที่หนึบ การขับขี่ภายใต้สภาพทางและอากาศเช่นนี้จึงมั่นใจได้ โดยเมื่อทีมทดสอบทั้งหมดมาถึงที่หมาย ระยะทางทดสอบทั้ง 2 วันรวม 672 กิโลเมตร
วันที่สาม พิชิตชัย ที่เมืองหาดใหญ่ วันสุดท้ายของการเดินทาง สภาพเส้นทางของวันนี้ เป็นการมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่อำเภอ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สภาพถนนโดยทั่วไป ไม่ได้ต่างจากวันที่สองมากนัก คือมีลักษณะทั้งทางราบ ทางโค้ง ขึ้นและลงเขาเป็นบางช่วง โดยสภาพอากาศที่ทั้งแดดและฝน แม้ว่าจะมีอุปสรรคในการขับบ้าง แต่ทีมทดสอบทั้งหมดก็ได้ไปถึงที่หมาย ตามเวลาที่กำหนดได้อย่างปลอดภัย ระยะทางของวันสุดท้ายอยู่ที่ 331 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้ง 3 วัน คือ 1003 กม. โดยตลอดระยะเวลาทดสอบ ทีมนักขับได้ใช้เทคนิคการขับขี่แบบ อีโค ไดร์ฟ ซึ่งก็คือ การรักษาระดับความเร็ว เพื่อให้รอบนิ่ง เฉลี่ยความเร็วที่ประมาณ 70 กม/ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่ไม่มากไม่น้อย ขับได้สบายๆ ตลอดเส้นทาง
ผลการทดสอบ 'ถังเดียวอุ่นใจ ขับไกลกว่าพันกิโล' โดยสรุป เส้นทางที่ใช้ในการทดสอบตลอดการเดินทาง 3 วันนั้น เป็นสภาพเส้นทางจริง ที่มีรูปแบบครบที่เราพบได้ในการเดินทางปกติของชีวิตจริง ที่มีสภาพถนนหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางตรง ทางราบ คดเคี้ยว สลับช่วงเส้นทางเนินขึ้น-ลงบ้างในบางเส้นทาง รวมถึงสภาพการจราจรระหว่างวันทั้งช่วงเร่งด่วน รถมาก และสภาพอากาศที่มีทั้งแดด และฝนตกในบางช่วง จุดสิ้นสุดของการทดสอบ คือที่ผู้แทนจำหน่าย สยามนิสสัน ปัตตานี 2000 อำเภอ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คณะกรรมการได้ตรวจสอบและแจ้งผลดังนี้ นิสสัน มาร์ช เกียร์ CVT • คันที่ 1 - 34.83 กม./ลิตร • คันที่ 2 - 31.44 กม./ลิตร นิสสัน มาร์ช เกียร์ธรรมดา • คันที่ 1 - 33.64 กม./ลิตร • คันที่ 2 - 28.97 กม./ลิตร
รถยนต์ นิสสัน มาร์ช ทุกรุ่น ทุกคันที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้เป็นรถยนต์ที่ไม่ได้การดัดแปลงใดๆ และเมื่อการเดินทาง กว่าพันกิโลเมตร สิ้นสุดลง นิสสัน มาร์ช ทุกคันยังคงมีน้ำมันเหลืออยู่ และแม้ว่ามาตรฐานที่รถยนต์ อีโค คาร์ จะต้องเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 20 กม./ลิตร แต่เมื่อผู้ขับขี่ใช้เทคนิคในการขับแบบ อีโค ไดร์ฟ ก็จะเป็นการช่วยดึงศักยภาพด้านการประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นได้อีก
บทสรุปจากการทดสอบครั้งนี้ นอกจากเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความโดดเด่นด้านประหยัดน้ำมันของ นิสสัน มาร์ช แล้ว ยังแสดงให้เห็นว่า มาร์ชเป็นรถที่ขับง่าย ไม่เพียงในแต่ขับสบายในเมือง แต่ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจในการใช้งานข้ามจังหวัดหรือข้ามเมืองกว่า 1000 กิโลเมตร ได้อย่างไร้กังวล รถยนต์รุ่นนี้ก็ตอบโจทย์การใช้งานและการท่องเที่ยวได้ทุกรูปแบบ
“การทดสอบครั้งนี้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพด้านการประหยัดน้ำมัน และคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีล่าสุดของ เกียร์อัจฉริยะ Xtronic CVT ในนิสสัน มาร์ช ใหม่” มร.คาซึโนริ โทมิมัทซึ ประธาน บริษัท นิสสัน เทคนิคคอล เซ็นเตอร์ เซาท์อีสต์ เอเชีย กล่าว “นอกจากนี้ การทดสอบ ยังเป็นการช่วยให้ผู้ขับขี่ได้เข้าใจ และเห็นถึงสมรรถนะและศักยภาพของรถรุ่นนี้ ที่สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาพถนน และระยะทางไกล ด้วยน้ำมันเพียงหนึ่งถังเท่านั้น”
การทดสอบประหยัดน้ำมัน ท้าพิสูจน์ 1 ถัง 1000 กิโลเมตร เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2552 กับ นิสสัน เทียน่า โดยนำแนวทางปฏิบัติจาก บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า รถยนต์และรถกระบะนิสสันทุกรุ่น ได้รับการพัฒนาด้านการประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการตอกย้ำถึงทิศทางของบริษัทนิสสันฯ ที่มุ่งเน้นการพัฒนายานยนต์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม