ผลการดำเนินงานทังปีดีกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ในช่วงการประกาศผลการเงินของไตรมาสที่ 3 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผลงานดีขึ้ นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาคือยอดขายที่โตขึ้นในตลาดเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะประเทศจีน และจากการปฏิบัติตามแผนการกอบกู้ และฟื้นฟูจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก
“ปีงบประมาณ 2552 เป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก ภายในนิสสัน เราพยายามเป็นอย่างยิ่งในการกอบกู้สถานการณ์ โดยปฏิบัติตามแนวทางที่วางไว้ในแผนการ” ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ มร.คาลอส กอนส์ กล่าว “แม้ว่าขณะนี้ เราจะยังอยู่ในช่วงวิกฤต นิสสันยังมีผลงานอยู่ในแนวทางที่กำหนดไว้ และจะปฏิบัติบนแผนดังกล่าวจนจบ โดยไม่ประนีประนอมต่อกลยุทธ์ที่สำคัญของเรา”
ปีงบประมาณ 2552 นิสสันมียอดจำหน่ายรถยนต์จำนวน 3,515,000 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ในทวีปอเมริกาเหนือ ยอดจำหน่าย 1,067,000 คัน ลดลง 5.8 เปอร์เซ็นต์ ประเทศสหรัฐอเมริกามียอดจำหน่าย 824,000 คัน ลดลง 3.8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศญี่ปุ่นมียอดจำหน่าย 630,000 คัน เพิ่มขึ้น 2.9 เปอร์เซ็นต์ ทวีปยุโรปมียอดจำหน่าย 517,000 คัน ลดลง 2.4 เปอร์เซ็นต์ ประเทศจีนยอดจำหน่ายสูงถึง 756,000 คัน เพิ่มขึ้น 38.7 เปอร์เซ็นต์ และยอดจำหน่ายในตลาดอื่น ๆ 545,000 คัน ลดลง 7.8 เปอร์เซ็นต์
ปีงบประมาณ 2552 นิสสันได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ดังนี้ Infiniti G37 Convertible, 370Z, NV 200 Vanette, Fuga, Roox, PIXO, Patrol และ March
“แม้ว่าเราจะยังคงต้องบริหารปฏิบัติงาน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่แปรปรวน และไม่แน่นอน ปีงบประมาณ 2553 นี้ จะเป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเราจะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ปราศจากการปล่อยควันพิษที่สามารถเป็นเจ้าของได้สู่ตลาดมวลชน เป็นการเพิ่มจำนวนรถนิสสัน ในตลาดเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือระหว่างพันธมิตร เรโนลต์-นิสสัน อีกด้วย”
สำหรับการคาดการณ์ยอดขายในปีงบประมาณ 2553 จะอยู่ที่ 3.8 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 8.1 เปอร์เซ็นต์ บริษัทจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 10 รุ่นทั่วโลก รวมถึง นิสสัน ลีฟ (LEAF) รถยนต์ปราศจากมลพิษ เปิดตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และในทวีปยุโรป อินฟินิตี้ QX ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศในตะวันออกกลาง รัสเซีย รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในตระกูล NV และรถเอนกประสงค์แบบเปิดประทุน ในประเทศสหรัฐอเมริกา รถมินิแวน Quest สำหรับทั้งตลาดในสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา รถนิสสัน Juke, Elgrand, minivan และรถยนต์รุ่นเล็กในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงรถยนต์รุ่นที่ 2 ในไลน์ของรถยนต์นิสสันคอมแพค รถยนต์แบบซีดานที่มีราคาสมเหตุสมผล
นิสสันจะคงดำเนินการตามแผนงานกอบกู้และฟื้นฟูจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ประการคือ การเติบโตของรายได้ การบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม และ การสร้างสภาพคล่องเงินสดหมุนเวียน โดยบริษัทฯ คาดว่า แผนดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2553 นี้
จากแนวโน้มดังกล่าว คาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ จะอยู่ที่ 90 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ และ 120 เยนต่อ 1 ยูโร โดยนิสสันได้แจ้งข้อมูลคาดการณ์ สำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2554 ต่อตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ดังนี้
•
รายรับสุทธิ 8.2 ล้านล้านเยน (91.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 68.33 พันล้านยูโร)
•
กำไรจากการดำเนินงาน 350 พันล้านเยน ( 3.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.92 พันล้านยูโร)
•
กำไรทั่วไป 315 พันล้านเยน (3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.63 พันล้านยูโร)
•
รายได้สุทธิ 150 พันล้านเยน (1.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.25 พันล้านยูโร)
•
รายจ่ายในการลงทุน 360 พันล้านเยน (4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ3 พันล้านยูโร) และ
•
รายจ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา 430 พันล้านเยน (4.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.58 พันล้านยูโร)
จากสภาพธุรกิจในปัจจุบันและค่าความเสี่ยงและโอกาสของปีนี้ นิสสันวางแผนที่จะจ่ายเงินปันผลสำหรับปีงบประมาณ 2553 ที่ 10 เยนสำหรับทั้งปี โดยแบ่งจ่าย 5 เยน และอีก 5 เยนเมื่อจบปี
หมายเหตุ 1 : เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 นิสสันได้แจ้งผลคาดการณ์ต่อตลาดหลักทรัพย์โตเกียว โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 92 เยนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และ 132 เยนต่อ 1 ยูโร สำหรับเมื่อจบปีงบประมาณวันที่ 31 มีนาคม 2552
•
รายรับสุทธิ 7.4 ล้านล้านเยน (80.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 56.6 พันล้านยูโร)
•
กำไรจากการดำเนินงาน 290 พันล้านเยน (3.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.2 พันล้านยูโร)
•
กำไรทั่วไป 180 พันล้านเยน (1.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.36 พันล้านยูโร) และ
•
รายได้สุทธิ 35 พันล้านเยน (380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 270 ล้านยูโร)
หมายเหตุ 2 : จำนวนเงินจากผลการดำเนินงานในสกุลดอลลาร์และยูโร เพื่อความสะดวกสำหรับผู้อ่าน โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 92.9 เยนต่อ 1 ดอลลาร์และ 131.2 เยนต่อ 1 ยูโร ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณวันที่ 31 มีนาคม 2553
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.nissan.co.th ครับ • |