motortrivia.com
m2 4WD SECTION  |  BACK TO 4WD MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
 
Volkswagen Amarok
 
เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ Monday, 7 May, 2012 0:03 AM
800x
 
Update: Volkswagen Amarok
เพิ่มกำลังการผลิตจาก 2 โรงงาน
 
baหลังเปิดตัวปิกอัพรุ่น Amarok และเริ่มการผลิตที่โรงงานของเครือ โฟล์ค กรุ๊ป ในเมือง Pacheco ประเทศอาร์เจนติน่า โฟล์คสวาเก้น เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตปิกอัพขนาดกลาง ด้วยการเปิดไลน์ที่โรงงานในเมือง Hanover ประเทศเยอรมนี เพื่อให้เป็นไปตามเป้าการผลิต 40,000 คันต่อปี ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุโรปตะวันตก และตะวันออก รวมทั้งอาฟริกา ส่วนโรงงานในอาร์เจนติน่า ยังคงผลิต Amarok ต่อไป เพื่อส่งไปทำตลาดในลาตินอเมริกา และอาฟริกาใต้เป็นหลัก

baปัจจุบันโรงงานในเยอรมนีเริ่มทดลองผลิต Amarok แล้ว ส่วนคันที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงจะเริ่มต้นช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าจะผลิตได้สัปดาห์ละ 185 คัน
 
Volkswagen Amarok
 
เรื่อง : ARIA 54 Wednesday, 7 September, 2011 0:12 AM
800x
 
Volkswagen Amarok
กระบะ 1 ตันจาก VWCV
 
baโฟล์คสวาเก้น ปล่อยภาพชุดใหม่ของ VW Amarok ออกมาเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ย้อนไปตอนที่โปรเจคท์นี้กำเนิด เว็บไซท์ มอเตอร์ทริเวีย ยังไม่เกิด จึงไม่มีข้อมูลของ Amarok ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญของ โฟล์คฯ กับเขาเลย จึงขอนำมารวบรวมไว้ในเซคชั่น 4WD เพิ่มเติมอีก 1 คัน

baปี 2005 VWCV หรือ Volkswagen Commercial Vehicles ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ VW Group เปิดโครงการพัฒนารถกระบะขนาดกลางในชื่อ Volkswagen Robust พร้อมซุ่มพัฒนาอยู่นาน และเผยโฉมต้นแบบ VW SAR (Search and Rescue Pickup concept) ออกมาในปี 2008 ภายใต้การออกแบบของ Walter de'Silva จากนั้นการขึ้นไลน์ผลิตรุ่นโปรดัคชั่น จึงเริ่มขึ้นที่โรงงาน Pacheco ในอาร์เจนติน่า และใช้ชื่อ Amarok ในการจำหน่าย โดยชื่อ Amarok หมายถึง 'หมาป่า' ในภาษาอินูอิท (Inuit ชนเผ่าหนึ่งของเอสกิโม)
 
Volkswagen Amarok
 
• จากโครงการ Robust สู่ต้นแบบ SAR ในปี 2008 โฟล์คฯ ขึ้นไลน์ผลิตรุ่นจำหน่ายจริงในปีถัดมา และจำหน่ายในแถบอเมริกาใต้, แอฟริกา, ออสเตรเลีย และยุโรป
800x
 
baAmarok เริ่มจำหน่ายด้วยโฉม 4 ประตู จากนั้นจึงเพิ่มทางเลือกเพื่อให้แชร์ตลาดกับคู่แข่งได้กว้างขึ้น ด้วยตัวถัง Double cab และ Single cab โดย โฟล์คฯ ตั้งใจให้ Amarok เป็นรถกระบะขนาดบรรทุก 1 ตันที่หรูที่สุด และมีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในคลาส ขนาดตัวรถมากับความยาว 5,254 มม. กว้าง 1,944 มม. สูง 1,834 มม. ระยะฐานล้อ 3,095 มม.

baในช่วงแรก Amarok ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ดีเซล TDI 2.0 ลิตร คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น พร้อมเทอร์โบพ่วง 2-Stage Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดมีมาให้ตั้งแต่รอบต่ำ 40.7 กก.-ม. ที่ 1,500 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยรุ่น 4x2 ประมาณ 13 กม./ลิตร จากนั้นจึงตามมาด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ TDI พร้อมระบบเทอร์โบแบบแปรผัน (Variable Turbine Geometry) กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิด 34.6 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 13 กม./ลิตรเหมือนกัน ทั้งคู่ติดตั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะเป็นรุ่นมาตรฐาน และมีเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ DSG เป็นทางเลือก อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียประมาณ 200 กรัม/กม. มาตรฐาน Euro 5

baระบบขับเคลื่อนสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ แบ่งเป็น 3 ทางเลือกคือ ขับเคลื่อนล้อหลัง, ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา All-wheel Drive และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Four-wheel Drive ทั้งคู่คือระบบที่ โฟล์คฯ เรียกว่า 4MOTION (ยุคก่อนระบบขับ 4 ของโฟล์คฯ เรียกว่า Syncro นั่นเอง) โดย Amarok แบ่งออกเป็น 2 แบบคือตัว โลโก้ตัวเลข '4' ที่ฝากระบะท้ายเป็นสีดำ หรือสีแดง
 
Volkswagen Amarok
 
• สัญลักษณ์ 4MOTION แต่ละสีหมายถึงระบบขับเคลื่อนที่ต่างกัน
800x
 
ba4MOTION เลข 4 สีแดง คือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) สามารถกดปุ่มสั่งการการทำงานของระบบ ซึ่งจะปรับอัตราทดเกียร์ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางการขับแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับสามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น แม้จะอยู่บนทางลาดชันระดับ 45 องศา และบรรทุกสัมภาระเต็มอัตรา ส่วนรุ่น 4MOTION เลข 4 สีดำ คือรุ่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (AWD) มี Differential แบบ Torsen กระจายแรงบิดล้อหน้า-หลัง 40:60 เน้นความนุ่มนวลสะดวกสบายเป็นหลัก และทั้ง 2 รุ่นมี Diff-Lock อิเลคทรอนิคให้ใช้งานทั้งคู่

baอุปกรณ์มาตรฐานขึ้นอยู่กับรุ่นที่จำหน่าย Amarok ทำตลาดเป็น 3 รุ่นย่อย รุ่นพื้นฐาน Base Version เป็นรุ่นสำหรับการใช้งานหนักเป็นหลัก ระบบล็อคประตู, กระจก, กระจกข้าง ทุกอย่างแมนน่วลหมด ไม่มีระบบไฟฟ้าช่วย กันชน กระจกข้าง มือเปิดประตู ไม่มีการเพนท์สี (ประมาณ Isuzu Spark ในบ้านเรา) อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยมีให้เยอะพอสมควร ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เข็มขัดนิรภัย 3 จุดแบบรั้งกลับอัตโนมัติ และระบบเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย

baรุ่นกลาง Trendline ระบบต่างๆ เพิ่มเป็นไฟฟ้าให้ ภายนอกสีที่ไม่เพนท์มาแบบสีเดียวกับตัวรถ กันชนหน้าเพิ่มไฟตัดหมอก ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสาร วิทยุเพิ่มเครื่องเล่น CD จอแสดงผลมัลติ-ฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศแบบกึ่งอัตโนมัติ และมีครูซคอนโทรลให้ใช้งาน รุ่นท๊อป Highline ขยายล้อเป็น 17 นิ้ว เพิ่มชุดแต่งโครเมี่ยมรอบคัน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์
 
Volkswagen Amarok
 
baของแต่งจากโรงงานมีให้เลือกเสียเงินเพิ่มมากมาย อาทิ ชุดลาก 2.8 ตัน, ฝาปิดกระบะหลังแบบพลาสติก ABS - อลูมิเนียม หรือ ผ้าใบ, การ์ดกันกระแทก, พื้นกระบะอลูมิเนียม, ล้ออัลลอย 19 นิ้ว ไปจนถึงของจุกจิกอย่างชุดคิทสำหรับวางสมาร์ทโฟน

baราคาจำหน่ายค่อนข้างดุ ในออสเตรเลีย รุ่น Baseline 43,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (1.3 ล้านบาท) รุ่น Trendline 47,990 ดอลลาร์ (1.5 ล้านบาท) รุ่น Highline 52,990 ดอลลาร์ (1.6 ล้านบาท) และมีรุ่น Ultimate เพิ่มชุดแต่งรอบคัน บันไดข้าง สปอร์ตบาร์ ล้อ 19 นิ้ว เบาะหนังแท้ ราคา 58,490 ดอลลาร์ (1.8 ล้านบาท)

baถ้าไม่ประกอบเองในบ้าน แล้วมีใครกล้าหาญนำเข้ามา ราคาคงจะโหดร้ายมาก
 
 
 
m2 2011 VOLKSWAGEN AMAROK  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
MORE ABOUT VOLKSWAGEN : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Volkswagen Passat CC R-Line ทดลองขับสปอร์ตซีดานพลังเทอร์โบ
• TEST DRIVE : Volkswagen Scirocco 2.0 TSI เร้าใจไปกับแฮทช์แบ็ก 3 ประตูสุดเซ็กซี่
• TEST DRIVE : Volkswagen Golf GTI แฮทช์แบ็กรหัสแรงเจนเนอเรชั่นที่ 6
• GRAND OPENING : ABT Spoetsline เปิดตัว New ABT Volkswagen Golf VI 1.4 Limited Edition 160 แรงม้า
 
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail