 |
| |
|
Friday, 15 October, 2010 3:23 AM
|
 |
| |
|
| |
Ford Ranger เปิดตัวแบบเวิลด์ พรีเมียร์ ในงาน ออสเตรเลีย อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เรนเจอร์ โดยมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ซึ่งนับเป็นความสำเร็จจากการพัฒนาโครงสร้างตัวถังรถกระบะขนาดคอมแพ็ค ที่เกิดขึ้นจากการทำงานภายใต้แนวคิด One Ford ของฟอร์ด โดยโครงสร้างตัวถังใหม่นี้ จะมาแทนที่โครงสร้างตัวถัง 2 ชุดในแต่ละภูมิภาคที่ใช้ผลิตอยู่ในปัจจุบัน
ฟอร์ด เตรียมผลิต เรนเจอร์ สำหรับจำหน่าย 180 ประเทศใน 5 ทวีป มีตัวถัง 3 รูปแบบ พร้อมระบบขับเคลื่อนทั้ง 2 และ 4 ล้อ ให้เลือก แยกเป็นรุ่นต่างๆ 5 รุ่น ขึ้นอยู่กับประเทศที่วางจำหน่าย เดอร์ริค คูแซค รองประธานกลุ่มผู้บริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก กล่าวว่า "ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตรถกระบะ เราสามารถนำเอาประสบการณ์ทำงานจากทั่วโลกมาใช้ในการสร้างสรรค์ ฟอร์ด เรนเจอร์"
เรนเจอร์ ใหม่ ได้รับการพัฒนาขึ้นจากรถรุ่นก่อนให้มีความสามารถมากขึ้น พร้อมพลิกโฉมให้มีความโดดเด่น ทันสมัยยิ่งขึ้น เฟรมรถ ระบบกันสะเทือนด้านหน้า-หลัง และระบบบังคับเลี้ยว ออกแบบใหม่ทั้งหมด สามารถรับน้ำหนัก และให้พลังในการลากจูงมากขึ้น
เรนเจอร์ จะเปิดตัวพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ 3 รุ่น รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ดูราทอร์ค TDCI 2 รุ่น และระบบส่งกำลัง 6 สปีด รุ่นใหม่ที่ช่วยประหยัดน้ำมัน ซึ่งเมื่อรวมกับเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังและระบบความปลอดภัยเข้าไป ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ จึงเป็นรถที่โดดเด่นทั้งด้านพละกำลัง การใช้งาน และความปลอดภัย
เรนเจอร์ คันแรกที่ได้รับการเปิดตัวซิดนีย์ คือ Ford Ranger XLT ดับเบิลแค็บ สีน้ำเงิน (Aurora Blue) โดยมากับเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค TDCI รุ่นใหม่ 2.2 ลิตร ให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 38.2 กก.-ม. และด้วยการออกแบบตัวถังภายนอกที่ดูทันสมัย เรนเจอร์ จึงสะท้อนความเป็นกระบะพันธุ์แกร่งได้อย่างโดดเด่น ซึ่งนักออกแบบได้ให้คำจำกัดความรูปโฉมใหม่นี้ว่า 'ความแกร่งของศตวรรษที่ 21' |
| |
 |
| |
"ในหลายๆ ภูมิภาคของโลก บทบาทของเรนเจอร์ได้เปลี่ยนแปลงไป" เครก เมโทรส หัวหน้าทีมนักออกแบบกล่าว "เรนเจอร์ยังคงเป็นรถสำหรับใช้งาน มีห้องโดยสารที่คงทน และสามารถบรรทุกของหนักได้ ขณะเดียวกันก็เป็นรถที่มีความประณีต สะดวกสบาย มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ใช้งานง่าย ซึ่งนับว่าเป็นองค์ประกอบที่ลูกค้าให้ความสำคัญเช่นกัน"
เมโทรส กล่าวว่า คนรักรถกระบะทั่วโลก มีรสนิยมและความคาดหวังด้านการออกแบบคล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อ และแม้ว่าความต้องการ และความคาดหวังของลูกค้าใน 180 ประเทศ ที่เรนเจอร์วางจำหน่ายจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่การออกแบบที่เน้นความแกร่งของเรนเจอร์ คือสิ่งที่ผู้ขับขี่ทั่วโลกชื่นชอบ "การออกแบบที่ดีจะคงอยู่ได้ยาวนาน และเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกประเทศ"
ไอเดียการออกแบบห้องโดยสาร เป็นการผสมผสานรูปลักษณ์ที่ตอบสนองต่อสรีระของผู้ใช้งาน แบบเดียวกับเครื่องมือก่อสร้างของ DEWALT (Black & Decker) และการปกป้องอุปกรณ์ต่างๆ ใต้เปลือกหุ้มที่ทันสมัยแบบเดียวกับนาฬิกา G-Shock นักออกแบบขอบฟอร์ดได้ผสมผสานรูปทรงที่สวยงาม เข้ากับการใช้ประโยชน์ของอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว
แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบให้รองรับการติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ ที่แยกย่อยออกจากกัน อาทิ วิทยุ ฮีทเตอร์ และระบบระบายอากาศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าร ถจะได้รับการประกอบอย่างมีคุณภาพ และไม่มีช่องว่างต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ โดย เดบบี ปาสโก ผู้จัดการฝ่ายสี และการตกแต่งของฟอร์ดเผยว่า วัสดุที่เลือกมาใช้ภายในห้องโดยสาร จะต้องมีความทนทานมากเป็นพิเศษ เบาะจะต้องนั่งสบาย และในขณะเดียวกัน ยังต้องสามารถรองรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย วัสดุสำหรับเบาะนั่งจะต้องทนทานต่อการวาง หรือโยนเครื่องมือเข้ามาในห้องโดยสาร บางครั้งผู้ขับขี่ก็ลืมอุปกรณ์ต่างๆ เอาไว้ที่กระเป๋าด้านหลังเบาะ แผงประตูจะต้องไม่ครูดหรือถลอกได้ง่าย เมื่อถูกรองเท้าบู๊ตเปื้อนดินข่วน
พื้นที่เก็บของที่เหลือเฟือของเรนเจอร์ ใหม่ มีช่องเก็บของต่างๆ ถึง 20 ช่อง และในบางรุ่น แผงคอนโซลกลางที่ลึกกลงไป ยังช่วยเก็บความเย็นให้กับเครื่องดื่มได้อีกด้วย อีกทั้งช่องเก็บของด้านหน้ารถ ก็มีขนาดใหญ่พอสำหรับใส่โน๊ตบุ๊คได้ แถมบนคอนโซลยังมีช่องเล็กๆ สำหรับวางโทรศัพท์เคลื่อนที่ และของกระจุกกระจิกต่างๆ |
| |
 |
| |
สำหรับเครื่องยนต์ใหม่ 3 รุ่น ประกอบไปด้วย เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ I4 2000 ซีซี แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร 150 แรงม้า และ เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ I5 3200 ซีซี แรงบิด 470 นิวตันเมตร 200 แรงม้า ปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ดูราเทค I4 2500 ซีซี 166 แรงม้า ใช้พลังงานทางเลือกได้สูงสุดถึงระดับ E100
เครื่องยนต์ของ เรนเจอร์ ใหม่ ได้รับการออกแบบในออสเตรเลีย และผ่านการทดสอบมาแล้วทั่วโลก เพื่อพิสูจน์ความสามารถในการใช้น้ำมัน ที่มีส่วนผสมและค่าออกเทนที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
เกียร์อัตโนมัติ Ford 6R80 6 สปีด ใหม่ ได้รับการปรับจูนให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแนบเนียนและรวดเร็ว พร้อมทั้งติดตั้งเทคโนโลยี Grade Control Logic ที่ช่วยลดเกียร์ลงอัตโนมัติทันที่มีการส่งแรงเบรกไปยังระบบเบรกขณะขับลงเนิน ช่วยเพิ่มความสามารถในการลากจูง และบรรทุกน้ำหนักให้กับเรนเจอร์ ใหม่ และระบบส่งกำลัง 6R80 นี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 และ 4 ล้อ
เกียร์ธรรมดา Ford MT82 6 มีการเปลี่ยนเกียร์สั้นๆ คล้ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ได้รับการออกแบบมาให้ตอบสนองต่อสรีระของผู้ขับขี่ มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว แม่นยำ ตามกำลังแรงบิดที่เหลือเฟือของเครื่องยนต์ดีเซล สัญญาณเตือนการเปลี่ยนเกียร์บนแผงหน้าปัด ยังช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อความประหยัดน้ำมันสูงสุด (เครื่องยนต์ 2500 ซีซี จะติดตั้งงเกียร์ธรรมดา 5 สปีด Ford MT75)
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ชุดเกียร์จะควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้สามารถเปลี่ยนการขับเคลื่อน 2 ล้อ เป็นแบบ 4 ล้อได้อย่างง่ายดาย จากสวิตช์ที่ติดตั้งอยู่บนคอนโซล และบางรุ่นยังมีการติดตั้งลิมิตเต็ดสลิปให้เลือกด้วย
ระบบกันสะเทือนหน้า ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยคอยล์สปริงสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 และ 4 ล้อ จะมีความคล้ายคลึงกัน และได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกับวาล์วแดมเปอร์ และอัตราความแข็งของสปริงที่เหมาะสมในแต่ละรุ่น เพื่อชดเชยน้ำหนัก และจุดศูนย์ถ่วงที่แตกต่างกัน ส่วนระบบกันสะเทือนหลัง มีการปรับจูนอย่างละเอียดให้ตอบสนองต่อการขับขี่ในสภาพถนนที่แตกต่างกัน โดยไม่ทำให้ความสามารถในการบรรทุกลดลง |
| |
 |
| |
เรนเจอร์ ทุกรุ่นติดตั้งจานเบรกขนาดใหญ่ 302 x 32 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ ผลิตขึ้นจากวัสดุ phenolic ลดน้ำหนักลง และทนความร้อน สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เบรกหลังเป็นแบบดรัมเบรกขนาด 270 x 55 มิลลิเมตร ขณะที่รุ่น ไฮ-ไรเดอร์ และ 4x4 ใช้ดรัมเบรกหลังขนาด 295 x 55 มิลลิเมตร ป้องกันอาการเบรกลื่น (Fade resistance) ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะในขณะที่บรรทุกน้ำหนักมาก
นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ระบบป้องกันการลื่นไถล หรือ Traction control ทั้ง 4 ล้อ รวมทั้งระบบป้องกันรถแฉลบ และลดโอกาสในการพลิกคว่ำ เซ็นเซอร์ของระบบ ESP จะคอยตรวจจับความเร็วของล้อทั้ง 4 ล้อ เมื่อมีการเร่งความเร็ว หรือเบรก หากล้อใดแฉลบออกนอกทิศทาง ระบบจะส่งแรงเบรกไปยังล้อดังกล่าว เพื่อช่วยควบคุมให้รถสามารถทรงตัวได้อย่างปลอดภัย
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ
การติดตั้ง Trailer Sway Mitigation และ Adaptive Load Control โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อกระบะเริ่มแกว่ง ระบบจะส่งแรงเบรกไปเพื่อช่วยชะลอความเร็ว และทำให้รถมีเสถียรภาพในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม แม้ในขณะที่บรรทุกของมาเต็มท้ายรถ ระบบควบคุมการปรับตามน้ำหนักบรรทุก จะช่วยควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถตลอดการขับขี่
แม้จะไม่มีแผนการวางจำหน่ายในสหรัฐ และแคนาดา แต่ เรนเจอร์ ใหม่ จะวางจำหน่ายใน 180 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนับเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของฟอร์ด ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างไกลมากที่สุด
"การทำงานภายใต้แนวคิดแบบ One Ford ช่วยให้เรานำเอาความแข็งแกร่งด้านต่างๆ มาใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์เรนเจอร์ใหม่" เดอร์ริค คูแซค รองประธานกลุ่มผู้บริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกกล่าว "รถกระบะขนาดคอมแพ็ค ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อผู้คนทั่วโลก เรนเจอร์ ใหม่ เป็นรถที่เหมาะสมในการเป็นผลิตภัณฑ์ระดับโลกชิ้นใหม่อันดับต่อไปของเรา และเรามีแผนจะเปิดตัวรถคันอื่นๆ ในตระกูล เรนเจอร์ อย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอันใกล้นี้" •
• ที่มา : ฟอร์ด ประเทศไทย • |
| |
| |
|
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ ฟอร์ด คลิ๊กที่นี่ครับ : Ford News Section |
 |
 |
|
| |