1,753 views

2013 Nissan Altima

ภาพชุดแรกของ Nissan Altima เจนเนอเรชั่นที่ 5 ออนไลน์กลางดึกคืนวาน หลัง นิสสัน ค่อยๆ ปล่อยทีเซอร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง เผยให้เห็นโฉมใหม่ล่าสุดของ Nissan Teana ที่จะทำตลาดในบ้านเรา โดย นิสสัน ประกาศว่า Altima ใหม่จะมากับความหรูที่มากขึ้น อุปกรณ์อำนวยความสะดวก – ความปลอดภัยไฮเทคฯ ขึ้น และให้ความประหยัดที่เยี่ยมที่สุดในคลาส

การออกแบบภายนอกคลี่คลายมาจากรุ่นใหญ่อย่าง Nissan Maxima แต่ดูปราดเปรียวขึ้นด้วยแนวเส้นที่เน้นระบบแอโรไดนามิค น้ำหนักตัวเบาลงกว่ารุ่นเดิม 36.2 กก. จุดเด่นอยู่ที่ภายในซึ่งยกระดับความหรูด้วยวัสดุชั้นดี ห้องโดยสารเงียบขึ้น เพิ่มการใช้วัสดุซับเสียง 30% และมีเบาะใหม่สำหรับรองรับการเดินทางไกลโดยเฉพาะ ซึ่ง นิสสัน เรียกว่า zero-gravity seats หรือเบาะแรงโน้มถ่วงศูนย์ แรงบันดาลใจจาก NASA ตามข้อมูลก็คือเบาะซึ่งมีความนุ่มเป็นพิเศษ ถูกออกแบบให้รองรับกับสรีระ และปรุพื้นผิวของวัสดุหุ้มเบาะให้มีการระบายอากาศที่ดี

ระบบอินโฟเทนเมนท์ของ นิสสัน ที่จะใช้ต่อกรในศึกอินโฟฯ ใช้ชื่อเฉพาะว่า NissanConnectSM พื้นฐานเหมือนของผู้ผลิตอื่นๆ คือ เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ, ให้ข้อมูลจำเป็นสำหรับการเดินทางแบบรีลไทม์, ใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการเสริมอื่นๆ ได้ เช่น วิทยุดาวเทียมของค่าย SiriusXM หรือวิทยุอินเตอร์เน็ตของ Pandora พร้อม 2 ทางเลือกขนาดจอทัชสกรีน 5 หรือ 7 นิ้ว

ระบบสั่งการด้วยเสียงแบบฟูลคอนโทรลมีให้ใช้งานเหมือนค่ายอื่น แต่ในการรับ – ส่งข้อความ NissanConnectSM มีฟังก์ชั่นช่วยส่งข้อความกลับสั้นๆ ผ่านสวิทช์บนพวงมาลัยในกรณีเร่งด่วน เช่น driving can’t text, on my way, running late, okay โดยผู้ขับสามารถบันทึกคำอื่นๆ แบบคัสตอมได้ตามสะดวก

รุ่นเครื่องยนต์มี 4 สูบ QR25 ความจุ 2.5 ลิตร 182 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากเดิม 7 แรงม้า และ V6 VQ35DE ความจุ 3.5 ลิตร 270 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ Xtronic CVT รุ่นใหม่ ที่ได้รับการออกแบบชิ้นส่วนใหม่ 70% ลดความฝืดได้อีก 40% รวมทั้งปรับอัตราทดใหม่ ช่วยให้เพิ่มความประหยัดขึ้น โดยรุ่น 2.5 จะมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 13.1 กม./ลิตร ส่วนรุ่น 3.5 จะลงมาอยู่ที่ประมาณ 10.6 กม./ลิตร

ส่วนรุ่นไฮบริด ซึ่ง Altima เจนเนอเรชั่น 4 รุ่นปี 2007 ถือเป็นรถไฮบริดรุ่นแรกของ นิสสัน แชร์เทคโนโลยีจาก Toyota จำหน่ายในสหรัฐฯ 10 รัฐ และแคนาดานั้น ในตลาดโลก Alitima รุ่นใหม่จะยังคงมีรุ่นไฮบริดเช่นกัน โดยเป็นการจับคู่กันของเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 + เกียร์ CVT และมอเตอร์ไฟฟ้ากับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน

แม้จะยังไม่ปรากฏในเรนจ์ของรุ่นปี 2013 แต่ตามข่าวคาดว่า นิสสัน จะปล่อยรุ่นไฮบริดตามออกมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ภายในช่วงอายุของเจนเนอเรชั่นที่ 5 นี้

Altima รุ่นใหม่ยังมีขนาดฐานล้อเท่าเดิม แต่เพิ่มระยะห่างระหว่างล้อหน้า – หลังให้อีก 1.4 นิ้ว เพิ่มขนาดโป่งล้ออีก 0.8 นิ้ว กันสะเทือนหลังมัลติ-ลิงค์ใหม่ พร้อมระบบ Active Understeer Control ช่วยลดอาการดื้อโค้ง การทำงานของระบบจะสัมพันธ์กันระหว่างเบรคหน้า, ระบบควบคุมเสถียรภาพอัตโนมัติ VDC – Vehicle Dynamic Control และ ระบบป้องกันล้อฟรี TCS -Traction Control System

นอกจากนี้ยังมีระบบใหม่ Advanced Drive-Assist แสดงผลผ่านจอขนาด 4 นิ้วบนแผงหน้าปัดแบบ 3D ให้ข้อมูลจำเป็นต่างๆ เช่น อัตราสิ้นเปลือง ความดันลมยาง ไปจนถึงเชื่อมต่อกับเนวิเกเตอร์ถ้าต้องการ และยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับ 3 ระบบความปลอดภัยใหม่ ที่ยกระดับขึ้นไปเหมือน Volvo และ Ford นั่นคือระบบอิเลคทรอนิคส์อย่าง BSW – Blind Spot Warning เตือนจุดอับสายตา, LDW – Lane Departure Warning ระบบเตือนให้รักษาตำแหน่งรถในช่องทาง และ MOD – Moving Object Detection ระบบตรวจจับวัตถุที่เคลื่อนไหว

การจำหน่ายในสหรัฐฯ แบ่งเป็น 7 รุ่นย่อย รุ่นพื้นฐานเครื่องยนต์ 2.5 เริ่มต้นที่ 2.15 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 6.6 แสนบาท ไปจนถึงรุ่นท๊อป 3.5 เริ่มต้นที่ 3 หมื่นดอลลาร์ หรือราว 9.3 แสนบาท แฟน นิสสัน ในบ้านเราเริ่มเก็บเงินรอกันได้ •

อ่านเรื่องทั้งหมดได้ที่ motortrivia.com

Posted on April 4, 2012