Hyundai H1 Limited

Shell พัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ ลับคมความคิดรับมือกับอนาคต

Shell พัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ ลับคมความคิดรับมือกับอนาคต

Press Release

 

●   เราจะสามารถรับมือกับความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตได้อย่างไร ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ แต่บริษัทต่างๆ รวมทั้งภาครัฐก็ได้เริ่มนำ “Scenario planning” เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือวางแผนกลยุทธ์กันมากขึ้น เพื่อนำทางและรับมือกับอนาคต

●   การพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ หรือ Scenario Planning เป็นกระบวนการเชิงโครงสร้างที่ช่วยคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสามารถพัฒนากลยุทธ์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น สำหรับเชลล์ซึ่งเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ โดยได้ริเริ่มนำแบบจำลองสถานการณ์มาประยุกต์ใช้กับการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจเป็นระยะเวลากว่า 45 ปี ด้วยการพิจารณาความเป็นไปได้ของอนาคตในทุกมิติ จากปัจจัยด้านการเมือง เศรษฐกิจ การพัฒนาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ทุกวันนี้ เชลล์ยังคงทำงานอย่างหนักในการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ เพื่อให้สามารถคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

●   เราจะพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ได้อย่างไรนั้น มาเรียนรู้ไปด้วยกันจาก นายดัค แมคเคย์ (Doug McKay) รองประธานฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ของเชลล์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และอดีตสมาชิกทีมพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ของเชลล์

●   การพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์นั้น ต้องเริ่มด้วยความเข้าใจที่ว่าอนาคตจะมีความซับซ้อนมาก และมีโอกาสที่จะเกิดสถานการณ์ได้หลากหลายรูปแบบ เราจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนมุมมองของเราจากคำถามที่ว่า “จะเกิดอะไรขึ้น” เป็น “เราจะทำอย่างไรเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง”

●   เชลล์คาดการณ์ว่าในค.ศ. 2050 (หรือพ.ศ. 2593) จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 7,000 ล้านคนเป็น 9,500 ล้านคน โดย 3 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดจะอาศัยอยู่ในเขตเมือง และจะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะเดียวกันโลกก็จะเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานที่สะอาดมากขึ้น

●   “หลักการทำแบบจำลองสถานการณ์คือ การพิจารณาถึงแนวทางพื้นฐานต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น”  นายแมคเคย์กล่าวพร้อมเสริมว่า “การทำ Scenario planning ไม่ใช่แค่เพียงคาดการณ์อนาคตเท่านั้น แต่ต้องมีการนำข้อมูลและสถิติที่เกิดขึ้นจริงมาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์ เพื่อประเมินถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ ซึ่งต้องมีกรอบโครงสร้างการพิจารณามุมมองต่างๆ ที่หลากหลาย ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงาน การเมือง รูปแบบของสังคม และด้านอื่นๆ กระบวนการคิดดังกล่าวทำให้เรามั่นใจว่าได้นำองค์ประกอบและมุมมองในมิติต่างๆ มาพิจารณาอย่างรอบด้าน”

●   สำหรับแผนจำลองสถานการณ์ล่าสุดของเชลล์คือ “แบบจำลองเทือกเขา” (Mountains) และ “แบบจำลองมหาสมุทร” (Oceans) นั้น เรามีส่วนร่วมในการจำลองเหตุการณ์โลกอนาคตในสองรูปแบบ

●   แบบจำลองเทือกเขา  :  คาดการณ์ว่าโลกจะมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระดับปานกลาง แต่มีเสถียรภาพ โดยนโยบายรัฐบาลจะมีบทบาทหลักในการวางโครงสร้างระบบนิเวศพลังงานโลกและแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดเมืองมีขนาดกระชับมากขึ้น (compact city) รวมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบเครือข่ายการคมนาคมขนส่ง การใช้ก๊าซธรรมชาติที่เป็นพลังงานสะอาดจะกลายเป็นพลังงานหลักของระบบนิเวศพลังงานโลก

●   แบบจำลองมหาสมุทร  :  คาดการณ์ถึงโลกที่มีความมั่งคั่งมากขึ้น แต่ก็ผันผวนมากขึ้นด้วย รูปแบบแหล่งพลังงานของโลกจะพัฒนาไปตามปัจจัยตลาดและภาคประชาสังคม มากกว่านโยบายจากภาครัฐ การขยายตัวของพลังงานนิวเคลียร์และก๊าซธรรมชาตินอกทวีปอเมริกาเหนือเป็นไปอย่างจำกัด และภายในช่วงค.ศ. 2060 – 2069 (หรือพ.ศ. 2603 – 2612) พลังงานแสงอาทิตย์จะกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ใหญ่ที่สุด

การแข่งขันแบบจำลองสถานการณ์ Make The Future Thailand Scenarios

●   เชลล์ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์นี้ ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่เข้าร่วมแข่งขันพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ “Make the Future Thailand Scenarios” โดย นายแมคเคย์ ได้จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปครึ่งวันเกี่ยวกับหลักการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์เพื่อให้นักศึกษามีความเข้าใจในการนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับผลงานที่จะส่งเข้าแข่งขันครั้งนี้

●   การแข่งขันนี้จัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อพ.ศ. 2559 และประกาศผลทีมชนะเลิศไปเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ในปีนี้ได้ขยายการแข่งขันไปในระดับภูมิภาค เปิดโอกาสให้ทีมจากประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อียิปต์ และสิงคโปร์เข้ามาแข่งขัน โดยการแข่งขันในประเทศไทยนี้ มีทีมนักศึกษาเข้าร่วม จาก 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

●   นายธเนศร์ รัชตะปีติ กรรมการบริหาร ฝ่ายจัดหาและจัดส่ง บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และผู้อำนวยการโครงการฯ กล่าวว่า “เชลล์ตื่นเต้นที่จะได้ร่วมแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับแบบจำลองสถานการณ์ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัย เราหวังจะช่วยให้คนรุ่นใหม่มีความเข้าใจและช่วยให้เห็นมุมมองทางความคิดที่แตกต่าง เพื่อให้พวกเขาวางแผนสำหรับอนาคตของพวกเขาเองได้ดีขึ้น”

●   “การยกประเด็นชุมชนเมือง (Urban City) และพลังงานขึ้นมาแลกเปลี่ยนกัน ทำให้นักศึกษามองเห็นปัญหาแบบองค์รวม เรายังอยากให้นักศึกษาได้เรียนรู้ความสำคัญของกระบวนการตั้งสมมุติฐานที่น่าเชื่อถือ และการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ที่เป็นไปได้จริง ด้วยพื้นฐานของข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ”

●   ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคม 2560 เชลล์ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ และผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยให้มาร่วมแบ่งปันมุมมองในประเด็นต่างๆ ให้กับนักศึกษา อาทิ เรื่องสภาวะโลกร้อน การเคลื่อนย้าย (Mobility) ความท้าทายของชุมชนเมืองในกรุงเทพฯ และการวางผังเมือง กิจกรรมนี้จะช่วยเปิดแนวคิดใหม่ๆ กระบวนการคิดใหม่ๆ ให้แก่นักศึกษา เพื่อให้น้องๆ มีไอเดียที่จะนำไปใช้ประโยชน์สร้างสรรค์ผลงานต่อไป

●   นางสาวปาณัท แสนมหาชัย ปี 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ตัวแทนจากทีมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรมเวิร์คช็อปครั้งนี้ว่า “เราได้ลองจินตนาการถึงอนาคต จากที่ปกติจะนึกภาพไม่ออก เมื่อพูดถึงอนาคต ก็จะนึกภาพที่เห็นจากภาพยนตร์หรือแอนิเมชั่น แต่พอได้มาเข้าร่วมกิจกรรมวันนี้ ทำให้เราได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากเชลล์คอยให้คำแนะนำ และทำให้เราสนุกกับการนำเสนอไอเดียได้อย่างอิสระค่ะ”

●   ทางด้านตัวแทนจากคณะวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นายภัทรกิจ วรวะไล ชั้นปีที่ 4 กล่าวว่า “กิจกรรมวันนี้ทำให้เรารู้จักการคิดถึงอนาคตอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ว่าเราจะคาดการณ์อะไรก็ได้ แต่จะต้องใช้องค์ประกอบหลายๆ อย่างจากข้อมูลที่มีมารวมกันในการสร้างแบบจำลองสถานการณ์ขึ้นมา ซึ่งเราจะนำความรู้และคำแนะนำดีๆ ที่ได้ในวันนี้กลับไปทำการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมครับ”

●   นายแมคเคย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “จากการจัดการแข่งขันขึ้นที่สิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกทึ่งมากคือ นักศึกษาสามารถวาดภาพวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ ควบคู่ไปกับการเติบโตของเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นเรื่องง่ายเพราะพวกเขาเติบโตขึ้นมาในยุคของเทคโนโลยี โดยสิ่งที่สำคัญพื้นฐานคือ ความสนใจที่จะพิจารณาความเป็นไปได้ในหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องการทำงาน การใช้ชีวิต และการเดินทางที่เราไม่เคยได้นึกถึงมาก่อนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา”

●   เมื่อพูดถึงเรื่องพลังงาน เรากำลังอยู่ในช่วงกลางของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่จะส่งผลต่อทั้งชีวิตของเด็กรุ่นใหม่ เยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นพลังสำคัญในการร่วมสร้างและเปลี่ยนแปลงอนาคต พวกเขาต้องทำการบ้านอย่างหนักว่าพวกเขาต้องการจะเห็นภาพในอนาคตเป็นอย่างไร ชอบอะไร พวกเขาจะจัดการอย่างไรทั้งในด้านพลังงาน รวมถึงด้านอื่นๆ ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าทุกวันนี้โลกเรามีความซับซ้อน การพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ก็เพื่อประเมินสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบในอนาคต ซึ่งแม้พวกเขาจะมีผลลัพธ์ที่ต้องการอยู่แล้ว แต่ก็ตระหนักว่ายังมีความท้าทายอื่นๆ และผลลัพธ์ในแบบอื่นอีกที่จะต้องรับมือ

●   แบบจำลองสถานการณ์จะช่วยให้พวกเขาสามารถรับมือกับความท้าทายที่ต้องเผชิญ ซึ่งในช่วง 3 ทศวรรษข้างหน้า ระบบพลังงานของโลกเราจะเปลี่ยนไปมาก ขณะเดียวกันก็หมายถึงโอกาสอันมหาศาลด้วยเช่นกัน นักศึกษาเหล่านี้คือหนึ่งในผู้ที่จะร่วมสร้างอนาคต ซึ่งพวกเขาจะพบกับความท้าทายในด้านพลังงาน ทั้งในเรื่องปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความต้องการพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย

●   คุณมองอนาคตไว้อย่างไร มาร่วมแบ่งปันไอเดียกับเราและค้นหาว่านักศึกษาไทยจะมองอนาคตของพวกเขาอย่างไรได้จากงานนิทรรศการ Make The Future Thailand ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 24 – 26 พฤศจิกายน 2560 ณ สยามดิสคัฟเวอรี่ และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.shell.co.th   ●


 



Motortrivia Facebook
 

Send this to a friend