Hyundai H1 June 2017

GPS กับการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ประสบการณ์ของญี่ปุ่นในการสร้างถนนปลอดภัย

GPS กับการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ประสบการณ์ของญี่ปุ่นในการสร้างถนนปลอดภัย

Press Release

 

●   ทุก 1 แสนคนของประชากรไทย จะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนถึง 36.2 คน โดยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เฉลี่ยวันละ 30 คน สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ปี 2558) นอกจากนี้ในงานวิจัยเมื่อปี 2552 ยังพบว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมีมูลค่าสูงถึงกว่า 60,000 ล้านบาทต่อปี จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องทุ่มเทงบประมาณและเวลาเพื่อหาทางแก้ไข

●   หากตัดภาพไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่น ในปี 2559 มีตัวเลขผู้เสียชีวิตบนท้องถนนไม่ถึง 4 พันคน ซึ่งต่ำสุดในรอบ 67 ปี นอกจากวัฒนธรรมของชาวญีปุ่นที่มีวินัยในทุกๆ เรื่องแล้ว การขับขี่ปลอดภัยเกิดขึ้นได้อย่างไร?

57 ปี GPS ในประเทศญี่ปุ่น
●   ย้อนไปในทศวรรษ 1950 หรือราว 57 ปีก่อน ญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การผลิต การขนส่งสินค้าและบริการมีมากขึ้น ทำให้ปริมาณยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ รถโดยสาร และรถยนต์ส่วนตัวเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว สิ่งที่ตามมาคืออุบัติเหตุบนท้องถนนที่สูงขึ้นมาก จนรัฐบาลญี่ปุ่นต้องเข้ามาหาทางแก้ปัญหา โดยออกระเบียบให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า รถโดยสารสาธารณะ และแท็กซี่ กำหนดมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรมด้วยการนำระบบรวบรวมและเก็บข้อมูลการขับขี่อย่าง ทาโคกราฟ (Tachograph) ที่ บริษัท ยาซากิ คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้คิดค้นและผลิตเข้ามาใช้

●   ทาโคกราฟทำงานโดยเก็บตัวเลขพฤติกรรมการขับขี่ลงในกระดาษที่บรรจุไว้ในเครื่องตรวจจับที่ติดตั้งไว้ในรถแต่ละคัน โดยทุกบริษัทจะมีผู้รับผิดชอบรวบรวมและอ่านข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ของคนขับ ทำรายงานประเมินเป็นประจำทุกวัน หากมีการละเมิด เช่น ใช้ความเร็วไม่เหมาะสม ก็จะมีมาตรการลงโทษต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้ทุกบริษัทต่างดำเนินการเองด้วยความสมัครใจและความรับผิดชอบต่อสังคม

●   ปี 2542 บริษัทยาซากิฯ ได้พัฒนาระบบทาโคกราฟ เป็น ‘การ์ดความจำ’ แทนระบบเก่า เพื่อเก็บข้อมูลการขับขี่ อัตราการเร่ง การแซงและเปลี่ยนเลน อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ฯลฯ ให้ตอบสนองกับความต้องการของตลาดดิจิทัล จนกระทั่งปี 2555 ระบบ แทรฟฟิค จีพีเอส (Traffic GPS) เริ่มมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น มีระบบเก็บข้อมูลออนไลน์เชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ตที่ติดตั้งในรถบรรทุก รถโดยสาร และรถแท็กซี่ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีรถที่ติดทาโคกราฟประมาณ 1.4 ล้านคัน และดิจิทัล ทาโคกราฟ ประมาณ 4.7 แสนคัน โดยบริษัทยาซากิฯ มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 49% ของดิจิทัล ทาโคกราฟ

GPS สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารในประเทศไทย
●   ในประเทศไทย บริษัท ไทย ยาซากิ เน็ตเวิร์ค เซอร์วิส ในเครือของบริษัท ยาซากิ คอร์ปอเรชั่น มีความตั้งใจที่จะสร้างการขับขี่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นในไทย จึงมีการพัฒนาระบบจีพีเอส ‘อิ๊คคิวซัง’ (iQsan) สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารเมื่อปลายปี 2559 ภายใต้แนวคิด Keep The Children Safe โดยมีฐานข้อมูลตำแหน่งของโรงเรียนประถมศึกษาและอนุบาลในเขตกรุงเทพฯ กว่า 392 แห่ง บันทึกอยู่ในระบบ เมื่อรถวิ่งผ่านบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลาเร่งด่วน ระบบจะทำการแจ้งเตือนเป็นภาษาไทย เพื่อให้คนขับเพิ่มความระมัดระวังการขับขี่ เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุแก่เด็ก

●   GPS อิ๊คคิวซัง สามารถเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น ความเร็ว รอบเครื่องยนต์ องศาคันเร่ง อัตราการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งของรถ ทำให้รู้สถานะของรถและคนขับ สามารถวิเคราะห์ลักษณะการขับขี่ได้แบบเรียลไทม์ โดยเป็นระบบปิด มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ผู้ใช้งานสามารถเก็บสถิติข้อมูลย้อนหลังได้ 1 ปี และบริษัทยาซากิฯ สามารถเก็บข้อมูลได้ 2 ปี เพื่อนำมาพิจารณาในการให้คำแนะนำกับลูกค้า และใช้ในการพัฒนาเพื่อปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นในอนาคต นอกจากนี้บริษัทยังมีบริการให้คำปรึกษาและพัฒนาทักษะการขับขี่ เป็นระยะเวลา 1 – 2 วัน เพื่อให้การขับขี่เป็นไปด้วยปลอดภัย ลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น ลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจและลดต้นทุนในการสูญเสียโอกาส ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ผู้ประกอบการควรมีต่อสังคม

●   ปัจจุบันประเทศไทยมี GPS สำหรับรถโดยสารและรถบรรทุกกว่า 60 รุ่น จาก 30 กว่าบริษัท ทั้งนำเข้าจากญี่ปุ่น จีน หรือเครื่องประกอบในไทย โดยมีราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 10,000 – 40,000 บาท ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ออกกฎหมายกำหนดให้รถโดยสารสาธารณะ รถลางจูง (รวมรถตู้โดยสาร) และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่จดทะเบียนใหม่ ต้องดำเนินการติดตั้ง GPS ภายในรอบปีภาษี 2560 และ 2561 ส่วนรถบรรทุกส่วนบุคคลให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จในรอบปี 2560

●   ตัวเลขของกรมการขนส่งทางบก ณ เดือนธันวาคม 2559 เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยมีรถบรรทุกประมาณ 1,050,000 คัน มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ติดตั้ง GPS แล้วประมาณ 1.3 แสนคัน โดยในจำนวนนี้เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ Hino ที่ใช้ GPS อิ๊คคิวซังถึง 4,000 คัน ซึ่งเพิ่มเติมจากยอดเดิมที่ติดตั้ง GPS แล้วเกือบ 30,000 คัน

●   กรมการขนส่งทางบกตั้งเป้าหมายลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน ให้ได้ภายในปี 2563 ดังนั้นการสร้างวินัยและความรับผิดชอบให้กับผู้ขับขี่ก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องทำคู่กันไปกับการใช้ข้อมูลจาก GPS เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้ได้มากที่สุด

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ thaiyazaki-networkservice.co.th   ●


iQsan Smart Tracking System


 



Motortrivia Facebook
 

Send this to a friend