Hyundai H1 June 2017

Shell ขยายความสามารถยางมะตอย ยกระดับถนนใน 30 ปีข้างหน้า

Shell ขยายความสามารถยางมะตอย ยกระดับถนนใน 30 ปีข้างหน้า

Press Release

 

●   สถานการณ์ทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า โลกของเรากำลังมีประชากรเพิ่มมากขึ้น และจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน กฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมมลพิษก็เพิ่มความเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ เราจึงเห็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อลดการปล่อยมลพิษในรถยนต์เข้ามาใช้มากขึ้น แต่จะมีนวัตกรรมเพื่อท้องถนนใดบ้างที่จะเข้ามารับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมนี้

●   ศาสตราจารย์ จอห์น รี้ด (John Read) ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ยางมะตอยของเชลล์ กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีของยางมะตอย เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของผลิตภัณฑ์ ปัจจุบัน ศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับโลกของเชลล์ที่บังกาลอร์ มีนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการค้นคว้าวิจัยลึกถึงระดับโมเลกุล เพื่อให้ยางมะตอยมีคุณสมบัติในการการสร้างถนนที่นอกจากจะแข็งแรงทนทานมากขึ้น และใช้งานได้ยาวนานขึ้นแล้ว ยังจะช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย”

●   “การลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาของเรานั้น มีความมุ่งมั่นเพื่อพลิกโฉมพื้นผิวถนนปกติให้กลายเป็นพื้นผิวแบบอัจฉริยะเพื่ออนาคต เทคโนโลยีบางอย่างเหล่านี้จะต้องใช้เวลาในการพัฒนากว่าทศวรรษก่อนที่จะถูกนำออกมาสู่ตลาด แต่ก็มีที่เราสามารถนำออกมาใช้งานได้แล้ว เช่น เชลล์ บิทูเฟรช (Bitufresh) ผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่าการกลบกลิ่นยางมะตอยด้วยการปนกลิ่นอื่นๆ เพราะ Bitufresh สามารถขจัดกลิ่นของยางมะตอยออกไปโดยใช้หลักการโครงสร้างทางเคมีโมเลกุล โดยสารประกอบใน Bitufresh จะเข้าไปจับตัวกับอนุภาค “mercaptans” (ตัวปล่อยกลิ่นยางมะตอย) ทำให้ตัวปล่อยกลิ่นมีน้ำหนักและความหนาแน่นมากขึ้นและจมลงสู่ด้านล่างจนไม่สามารถปล่อยกลิ่นออกมาได้”  ศาสตราจารย์ รี้ด กล่าว

●   ศาสตราจารย์ จอห์น และทีมของเขา ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งที่จะเปลี่ยนถนนหนทางในโลกใบนี้ให้กลายเป็นพื้นผิวอัจฉริยะ (Smart surfaces) ที่สามารถส่องสว่างได้ในความมืด สามารถชาร์จพลังงานให้กับรถยนต์ไฟฟ้าในขณะที่เราขับรถอยู่ และสามารถป้องกันการปล่อยมลพิษได้


ถนนอัจฉริยะในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีลักษณะอย่างไร?

●   ถนนเรืองแสง (Lighting up highways): ธุรกิจยางมะตอย บ.เชลล์ ได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนลักษณะทางกายภาพ (การเรืองแสง หรือ ฟอสฟอเรสเซนซ์ : Phosphorescence) ของพื้นผิวทางเท้า ในการทำให้เกิดแสงไฟโดยรอบและแสงแจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่ต้องเจอกับสภาพถนนที่เปลี่ยนไปหรือมีอันตราย ทั้งยังได้ร่วมมือกับผู้จัดหาวัสดุเรืองแสง (ฟอสฟอเรสเซนซ์) และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง ในการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการพัฒนาสัดส่วนของยางมะตอยแบบผสมนี้

●   ถนนแหล่งกำเนิดไฟฟ้า (Generating electricity from our roads): เชลล์กำลังทำงานร่วมกับเพฟเจน (Pavegen) บริษัทด้านเทคโนโลยีที่พัฒนาวัสดุปูพื้นอัจฉริยะที่สามารถสร้างพลังงานได้จากการเคลื่อนไหวของคน และยังมีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถจ่ายพลังงานกระแสไฟฟ้าให้กับยานพาหนะได้ นอกจากนี้เชลล์ยังมีแนวคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีนี้สามารถแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานท้องถิ่น และผู้มีหน้าที่กำกับดูแลหากถนนเกิดความเสียหาย เมื่อถนนเกิดการชำรุด แรงดันจากยานพาหนะจะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนถึงความเสียหายที่จะตามมาได้

●   ถนนกรองอากาศ (Improving air quality): อีกหนึ่งการนวัตกรรมที่ไม่ไกลเกินความจริง คือ พื้นผิวถนนที่สามารถกักเก็บสสารที่เป็นอันตรายได้ ยกตัวอย่างเช่น ไนโตรเจนออกไซด์ หรือ มลพิษในอากาศ โดยเชลล์กำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถดูดซึมฝุ่นละอองแบบ PM10 (1) เช่น ควัน เขม่า ละออง และสสารอื่นๆ ที่เกิดจากการปล่อยก๊าซที่มาจากยานพาหนะ   ●

(1) Particulate matter 10 (PM10) คือ ส่วนประกอบหลักในมลพิษที่คุกคามทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของเรา มลพิษ PM10 ประกอบด้วยของเหลวและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ล่องลอยในอากาศ สิ่งที่น่ากังวัล คือ อนุภาคที่มีขนาดเล็กนั้นเมื่อถูกสูดเข้าไปจะสามารถเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของปอดได้ อนุภาคเหล่านี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางต่ำกว่า 10 ไมครอน หรือประมาณ 1 ใน 7 ของความหนาของเส้นผมมนุษย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ PM10 (ข้อมูลจาก California Environmental Protection Agency Air Resources Board)


•  เชลล์เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียางมะตอย และเมื่อเร็วนี้ๆ เชลล์ได้ตีพิมพ์ “คู่มือด้านยางมะตอย ฉบับแก้ไขครั้งที่ 6” ซึ่งรวบรวมเรื่องราวล่าสุดเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านยางมะตอยและการนำยางมะตอยไปประยุกต์ใช้

•  เชลล์ บิทูเม็น มีศูนย์เทคนิคประจำภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในเมืองหลักต่างๆ ทั่วโลก (กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน, สตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส และกรุงเทพฯ ประเทศไทย) นอกจากนี้เชลล์ยังจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับโลกในด้านยางมะตอย ณ เมืองบังกาลอร์ สาธารณรัฐอินเดียด้วย

•  เชลล์ได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์ด้านยางมะตอยคุณภาพสูง ที่ผลิตมาจากยางมะตอยที่ได้มาตรฐานสำหรับโพลิเมอร์โมดิฟายด์แอสฟัลต์ (polymer-modified bitumen – PMA) ซึ่งออกสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ Shell Cariphalte โดย Shell Cariphalte ถูกนำมาใช้ในโครงการในระดับไอคอนมากมาย เช่น การสร้างทางด่วน ถนนในเมือง และพอรัสแอสฟัลต์ (ผิวทางชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติเฉพาะคือ เป็นวัสดุที่มีความพรุนสูงที่ระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว สำหรับระบบระบายน้ำในเมือง โดยนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับการใช้ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ลานบิน ลู่ในสนามแข่ง และเลนส์รถบัส นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อการใช้ในงานหนัก เช่น รางรถไฟ ท่าเรือ ระบบเชื่อมรอยต่อหรือทางเท้าที่มีคอนกรีตวางทับ และรอยต่อส่วนขยาย

•  เชลล์เป็นผู้ซื้อขายยางมะตอยที่ใหญ่ที่สุดในระดับโลก และได้จัดจำหน่ายยางมะตอยจำนวนที่มากพอที่จะใช้ในการราดลงไปยังถนน 1 กิโลเมตรได้ในทุกๆ 4 นาที

•  โซลูชั่นจากเชลล์ บิทูเม็นได้รับการนำมาใช้ในการแข่งขันฟอร์มูล่า วัน ในสนามต่างๆ ได้แก่ ชากีร์ ประเทศบาห์เรน, มาริน่า เบย์ สตรีท เซอร์กิต ประเทศสิงคโปร์, ฮ็อคเคินไฮม์ ประเทศเยอรมนี ยาส มารินี่ เมืองอาบู ดาบี และเซปัง ประเทศมาเลเซีย และล่าสุด เชลล์ยังทำการปูพื้นยางมะตอยที่สนามแข่งบูกัตติ ณ เมืองเลอม็องส์ ประเทศฝรั่งเศสด้วย


 



Motortrivia Facebook
 

Send this to a friend