motortrivia.com
TEST DRIVE   •   MAIN PAGE   •   HOME   •   ABOUT MOTORTRIVIA   •   CONTACT
 
 
เรื่อง: นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ - วีดิโอ: นิสสัน ประเทศไทย Saturday, 26 July, 2014 0:12 AM
800x
 
Nissan Navara Double Cab 190 HP
ลองเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ และธรรมดา 6 จังหวะ
 
baนิสสัน NP300 Navara เจนเนอเรชั่นที่ 12 ของปิกอัพสายพันธุ์แกร่ง เปิดตัวในเมืองไทยแบบ World Premiere เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นจึงประกาศราคา ในวันเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ แห่งที่ 2 ในเมืองไทย สร้างความแปลกใจเล็กๆ ด้วยราคารุ่นสูงสุดต่ำกว่า 1 ล้านบาท ทิ้งช่วงไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็จัดให้ทดลองขับแบบ Global Test Drive ควบคุมการทดสอบโดยทีมงานจากนิสสันต่างประเทศ ใช้เส้นทางในจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ออนโรดและออฟโรด

baออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่สนามบินเชียงใหม่ จากนั้นนั่งรถบัสมาที่โรงแรม Four Season ซึ่งเป็นทั้งที่พักและสถานที่ปล่อยรถทดสอบ หลังเสร็จสิ้นการบรรยายก็ได้เวลาขับรถ ผมได้ขับรุ่นสูงสุด ตัวถัง Double Cab เครื่องยนต์ 190 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดการขับเป็นแบบ Free Run ไม่มีรถนำหรือรถปิดท้าย ทีมงานจากต่างประเทศแค่เซตระบบนำทางผ่านดาวเทียมไว้ แล้วให้ขับไปตามเส้นทาง และมีสมุดแผนที่ให้ใช้ควบคู่กัน หน้าปกระบุว่าเป็นแผนที่เส้นทางสำหรับการขับแบบออฟโรด
 
Nissan NP300 Navara Double Cab
 
190 แรงม้า ได้ทั้งเรียบทั้งลุย
baNP300 Navara ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์บล็อกหลักเดียวกัน รหัส YD25DDTi ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบแปรผัน 4 สูบ 2,488 ซีซี DOHC 16 วาล์ว พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ควบคุมเทอร์โบแปรผันด้วยระบบไฟฟ้า เปลี่ยนหัวฉีดใหม่ และเพิ่มแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง แบ่งเป็น 2 ระดับความแรง คือ 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 41.1 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาที และ 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 45.9 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาทีระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และอัตโนมัติ 7 จังหวะ

baออกจากโรงแรมช่วงแรกยังเป็นถนนเรียบ จึงได้ลองแบบออนโรดไปก่อน พบว่าเครื่องยนต์ 190 แรงม้า กับแรงบิด 45.9 กก.-ม. ให้อัตราเร่งที่ทันใจตั้งแต่รอบต่ำ โดยจะมาแบบนุ่มนวลต่อเนื่องไม่กระชากกระชั้น จึงควบคุมได้ง่ายและขับได้อย่างผ่อนคลาย ส่วนในจังหวะเร่งแซงก็มีการตอบสนองที่ดี ทั้งการกดคันเร่งไล่รอบในเกียร์เดิมและการคิ๊กดาวน์ เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ มีการทำงานที่นุ่มนวลทั้งในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลง ความรวดเร็วในการเปลี่ยนเกียร์อยู่ในระดับปกติของเกียร์อัตโนมัติ มีโหมด +/- ถ้าผู้ขับเลือกตำแหน่งเกียร์ไม่เหมาะสมกับความเร็วก็จะมีเสียงเตือน และเกียร์จะไม่ยอมเปลี่ยนให้ ในโหมดเกียร์ D เมื่อลดความเร็วลง สังเกตว่าเกียร์จะเปลี่ยนลงต่ำให้ด้วย

baในช่วงการขับแบบออฟโรด ทั้งในเส้นทางหลักและในสถานีที่สร้างขึ้นใหม่ พบว่าเครื่องยนต์มีแรงบิดที่เหลือเฟือ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีน้ำหนักบรรทุก คันเร่งไม่หนักหรือเบาเกินไป จึงควบคุมแรงกดคันเร่งได้ง่าย ช่วงลุยแบบเบาๆ ใช้โหมด 4H รักษาความเร็วต่อเนื่อง รถก็ขับเคลื่อนผ่านอุปสรรคไปได้สบายๆ เพิ่มแรงบิดในช่วงไต่เนินชันด้วยเกียร์ 4L ไม่ต้องใช้รอบสูงก็สามารถไต่ขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
 
Nissan NP300 Navara Double Cab
 
เติมความนุ่มให้ระบบกันสะเทือน
baช่วงล่างเซตมาให้มีความนุ่มนวล ไม่ดีดดิ้นหรือแข็งกระด้างมากนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเป็นรุ่น Double Cab 4 ประตู ที่เน้นการโดยสารเป็นหลัก จึงไม่ต้องเซตช่วงล่างแข็งเผื่อไว้บรรทุกหนัก การดูดซับแรงกระแทกถือว่าทำได้ดี แม้จะใช้ยางหน้ากว้าง 255/60/18 ช๊อคแอ็บซอร์เบอร์สามารถดึงรั้งการเต้นของสปริงด้านหน้าไว้ได้ดี หน่วงการยืดยุบของสปริงได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่มีอาการหน้าสับเมื่อขับผ่านถนนที่เป็นคลื่นลอนต่อเนื่อง

baการขับบนทางเรียบมีความนุ่มนวลนั่งสบาย ไม่เหนื่อยล้า การเข้าโค้งกว้างๆ ด้วยความเร็วสูงเกินปกติไปบ้าง ยังทำได้อย่างมั่นใจ ส่วนการขับผ่านถนนขรุขระก็ยังดูดซับแรงกระแทกได้ดี แต่ยังมีความรู้สึกแข็งๆ อยู่บ้างซึ่งเป็นบุคลิกของรถกระบะ ระบบเบรกปรับเซตการตอบสนองให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ แตะเบรกเบาๆ ก็ให้แรงเบรกที่พอเหมาะ ไม่ทำงานเร็วเกินไปจนหัวทิ่มหัวตำ และไม่ทื่อหรือไหลจนขาดความมั่นใจ ส่วนการเบรกหนักๆ ก็ให้แรงดึงที่มั่นใจได้ และสัมพันธ์กับน้ำหนักเท้า ผู้ขับไม่ต้องปรับตัวเข้ากับรถก็สามารถเบรกได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัย

baพวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฮดรอลิก มีการผ่อนแรงที่ดีในความเร็วต่ำ พวงมาลัยไม่หนักมากนัก แต่ก็ไม่ถึงกับเบาหวิว ส่วนที่ความเร็วปานกลางขึ้นไปก็หน่วงมือพอสมควร เข้าโค้งได้เร็วโดยไม่ต้องประคองพวงมาลัย ให้การตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ ส่วนเรื่องความเฉียบคมอยู่ในระดับมาตรฐานของรถกระบะ
 
Nissan NP300 Navara Double Cab
 
baเมื่อเข้าสู่เส้นทางออฟโรดจะมีทั้งถนนที่เป็นโคลนลื่น เนื่องจากก่อนหน้านี้มีฝนตกค่อนข้างหนัก บางช่วงเป็นถนนขรุขระและเนินชัน เพื่อความมั่นใจผมหมุนปุ่มเลือกระบบขับเคลื่อนไปที่ 4H ก่อนที่จะลงไปในบ่อโคลน พบว่าตัวรถแทบไม่มีอาการสไลด์หรือปัดเป๋ แม้ยางที่ใช้จะเป็นยางสำหรับทางเรียบ แต่ก็ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย แค่ประคองพวงมาลัยรักษาทิศทาง และใช้โหมด +/- เพื่อเลือกเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วที่ใช้

baส่วนการขับบนถนนช่วงที่มีหินก้อนใหญ่ๆ ขวางทางอยู่ ก็ผ่านไปได้โดยไม่ได้ยินเสียงใต้ท้องรถครูดพื้น มีเทคนิคง่ายๆ คือ ขับตามไลน์คันหน้าซึ่งขับโดยสื่อมวลชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการขับรถ และเว้นระยะห่างเพิ่มขึ้นอีกนิด เผื่อรถคันหน้าไหลถอยหลังหรือล้อตะกุยหินดีดใส่ สภาพเส้นทางส่วนใหญ่ไม่โหดร้ายมาก ช่วงล่างเดิมๆ กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อยังรองรับได้สบาย ใช้แค่ 4H ก็ผ่านไปได้แบบไม่ต้องลุ้น

baผ่านพ้นช่วงทางออฟโรดช่วงแรกไปแล้วจึงสลับผู้ขับ เส้นทางช่วงต่อไปค่อนข้างเรียบแต่ชันและมีลักษณะเป็นโค้งพับผ้า เพิ่มความยากด้วยสายฝนที่พรำลงมา ลองปลดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้แค่ขับเคลื่อนล้อหลัง พบว่าช่วงกดคันเร่งส่งขึ้นเนินตัวรถมีอาการดิ้นเล็กน้อย จึงกลับมาใช้ 4H อีกครั้ง คราวนี้ขับได้อย่างมั่นใจและขับง่ายขึ้นเยอะ ตัวรถมีกำลังปีนไต่และมีการทรงตัวที่มั่นคงมากขึ้น สามารถลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวได้อย่างคล่องแคล่ว
 
Nissan NP300 Navara Double Cab
 
ทดลองใช้ระบบ HAS และ HDC
baขับตามระบบนำทางผ่านดาวเทียมมาถึงสถานีทดสอบระบบต่างๆ ของรถที่นิสสันลงทุนสร้างขึ้นใหม่ ประกอบด้วยเนินสูงชันประมาณ 30 องศา สำหรับทดสอบระบบ HAS-Hill Start Assist และ HDC-Hill Descent Control เนินสลับ สำหรับทดสอบการให้ตัวของระบบช่วงล่าง และเนินเอียง สำหรับทดสอบเรื่องการกระจายน้ำหนัก สนามทดสอบทั้งหมดทำจากคอนกรีต จึงมีความมั่นคงไม่ยุบหรือถล่มลงแม้จะขับกันหลายรอบ

baเริ่มต้นจะให้สื่อมวลชนเข้าไปนั่งในรถเพื่อดูเจ้าหน้าที่ของนิสสันขับเป็นตัวอย่าง พร้อมอธิบายอุปกรณ์และวิธีการขับ จากนั้นจึงทยอยให้สื่อมวลชนทดลองขับเอง โดยเจ้าหน้าที่จะนั่งคู่คนขับเพื่อคอยช่วยเหลือ ก่อนถึงรอบที่ผมจะขับฝนก็ตกค่อนข้างหนัก ก็ถือว่าเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของรถ เริ่มต้นด้วยเนินชัน ใช้โหมด 4Lo และโหมด +/- ในตำแหน่งเกียร์ 1 จากนั้นขับไต่ขึ้นเนินไปเบรกให้รถหยุดนิ่ง จากนั้นยกเท้าออกจากแป้นเบรก ระบบ HAS จะคงแรงดันน้ำมันเบรกไว้ให้อีก 3 วินาที มีเวลาเหลือเฟือสำหรับการยกเท้าไปกดคันเร่งโดยรถไม่ไหลถอยหลัง

baขึ้นไปถึงยอดเนินแล้วกดสวิตช์เปิดการทำงานของระบบ HDC ยกเท้าออกจากแป้นเบรกและไม่กดคันเร่ง ระบบจะเบรกให้เอง หน่วงรถที่ลงจากทางชันๆ ได้อย่างดี รถไหลลงอย่างช้าๆ และมั่นคง ต่อเนื่องด้วยเนินสลับที่จะทำให้ล้อแตะพื้นแค่ 3 ล้อ แต่รถก็ยังขับเคลื่อนไปได้ ช่วงล่างหลังเป็นแหนบ แต่ก็มีระยะเคลื่อนที่มากพอสมควร ปิดท้ายด้วยการขึ้นเนินเอียง โดยให้ล้อหน้าซ้ายและล้อหลังขวาอยู่บนสันเนิน ตัวรถจะแขวนอยู่ จากนั้นเติมคันเร่งเล็กน้อย หน้ารถจะปักลงพื้น ล้อหน้าขวาสัมผัสพื้น จากนั้นขับกลับจุดสตาร์ตและเสร็จสิ้นการทดสอบ ขับกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนก่อนจะสลับรถไปขับเส้นทางแบบออนโรด
 
Nissan NP300 Navara Double Cab
 
ออนโรดกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
baช่วงบ่ายสลับมาขับรุ่น Double Cab เครื่องยนต์ 190 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง คลัตช์นุ่มนวลใช้แรงเหยียบไม่มาก ระยะฟรีอยู่ในระดับกลางๆ ต้องผ่อนเท้าออกมาพอสมควรคลัตช์จึงเริ่มจับตัว ตอนขับเกียร์อัตโนมัติก็รู้สึกว่าให้การตอบสนองที่ดีแล้ว แต่พอเปลี่ยนมาขับเกียร์ธรรมดาพบว่าขับสนุกกว่ากันพอสมควร ถ้าใช้การเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเข้าช่วยก็จะได้อัตราเร่งที่ทันใจสุดๆ ส่วนการออกตัวด้วยเกียร์ 1 ดูจะสั้นไปนิด เร่งได้นิดเดียวก็ต้องเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 2 แล้ว เข้าใจว่าต้องเลือกอัตราทดไว้เผื่อสำหรับการออกตัวเมื่อบรรทุกเต็มพิกัดด้วย

baเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ เข้าได้แม่นยำตามร่องเกียร์ แต่ยังคงโยกยาวตามสไตล์รถกระบะ เนื่องจากเครื่องยนต์มีแรงบิดสูงสุดที่รอบต่ำเพียง 2,000 รอบต่อนาที จึงไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ ทดลองด้วยการขับในเกียร์ 6 แล้วลดความเร็วลงเหลือ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นค่อยๆ กดคันเร่งไล่รอบขึ้นไปใหม่ และเพิ่มน้ำหนักเท้าขวาตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น พบว่าสามารถไล่ขึ้นไปถึงความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างทันใจพอสมควร

baขับไปครึ่งทางแวะพักผ่อนทานขนม พร้อมสลับผู้ขับแล้วมุ่งหน้ากลับโรงแรม เพื่อนที่ขับด้วยกันชอบขับรถเกียร์ธรรมดา และรถที่ใช้อยู่ก็มีเกียร์ธรรมดาด้วย การขับและการเปลี่ยนเกียร์จึงไหลลื่นต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนเกียร์ที่ประมาณ 2,500 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่งที่ทันใจ ใช้เวลาไม่นานก็ทำความเร็วป้วนเปี้ยนแถว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตลอดระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร อยู่ที่ 12 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าน่าพอใจเพราะขับค่อนข้างเร็ว
 
Nissan NP300 Navara Double Cab
 
ห้องโดยสารออกแนวหรู
baการออกแบบภายในของ นิสสัน NP300 Navara ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและสุภาพ ใช้แนวทางการออกแบบร่วมกับรถยนต์นั่งของนิสสัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะในส่วนของชุดมาตรวัดและพวงมาลัย อุปกรณ์มาตรฐานครบครันสมราคา เช่น เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า แอร์อัตโนมัติแยกส่วน กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ เบาะผู้ขับนั่งสบายรองรับสรีระได้ดีและโอบกระชับพอเหมาะ ทัศนวิสัยรอบคันโปร่งโล่งช่วยให้ขับง่ายแม้รถคันใหญ่

baเบาะหลังของรุ่น 4 ประตู มีการปรับความเอนของพนักพิงจากรุ่นเดิม 18 องศา เป็น 23 องศา ช่วยให้นั่งสบายขึ้น หลังไม่ตั้งตรงเกินไป พื้นที่หัวเข่าเหลือเฟือ และพื้นห้องโดยสารค่อนข้างเรียบจึงมีพื้นที่วางเท้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะยังติดชุดที่วางแก้วน้ำซึ่งติดตั้งไว้กับพื้นรถ ถ้าเพิ่มที่เท้าแขนกลางเบาะหลัง และย้ายที่วางแก้วน้ำไปติดตั้งรวมกันไว้เหมือนรถรุ่นอื่น ก็น่าจะเพิ่มความสะดวกสบาย และประหยัดพื้นที่ได้อีกนิด มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังจึงหมดปัญหาเรื่องความร้อน ช่วงท้ายของการทดสอบลองย้ายมานั่งบนเบาะหลัง พบว่ามีอาการดีดมากกว่านั่งบนเบาะหน้าเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับนั่งไม่สบาย

baนิสสัน NP300 Navara คงจุดเด่นด้านความแข็งแกร่งมั่นคง และเพิ่มเติมในส่วนของความนุ่มนวล ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น รุ่นสูงสุดติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน เหนือกว่ารถเก๋งและเอสยูวีหลายรุ่น เครื่องยนต์ขนาดกลางๆ รีดความแรงด้วยเทอร์โบชาร์จ ให้การตอบสนองที่ดี มาพร้อมราคาที่น่าสนใจ และมีความสดใหม่ที่สุดในปัจจุบัน •
 
ขอบคุณ: บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
 
 
 
2014 NISSAN NP300 NAVARA   •   CLICK IMAGES TO ENLARGE
   
 
800x
Specification: Nissan NP300 Navara Double Cab 4WD VL 7AT
แบบตัวถัง กระบะ 4 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 5,255 x 1,850 x 1,820 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,570 / 1,570 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 3,150 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น 220 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 1,960 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบแปรผัน VGS 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว อินเตอร์คูลเลอร์
ความจุ 2,488 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 89.0 x 100.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 15.0:1
กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 45.9 กก.-ม. ที่2,000 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 7 จังหวะ พร้อม Manual Mode
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ ปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง แหนบซ้อน
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน / ดรัม พร้อม ABS, EBD และ BA
ผู้จำหน่าย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์ 0-257-4200
เวบไซต์ www.nissan.co.th
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
•  MORE ABOUT NISSAN/DATSUN: CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Nissan Juke-R / Nissan Juke Nismo RS ทดลองขับ 2 รุ่นแรงพิเศษของ Juke
• REPORT : Nissan เปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ เพื่อใช้เป็นฐานการผลิต Nissan NP300 Navara
• REPORT : Nissan GT Academy 2014 ประกาศรายชื่อ 6 ตัวแทนไทยสู่ Silverstone คว้าโอกาสเป็นนักแข่งทีม NISMO
• GRAND OPENING : Nissan NP300 Navara เจนเนอเรชั่นใหม่ เปิดตัวแบบเวิลด์พรีเมียร์ในประเทศไทย
• TEST DRIVE : Nissan Livina and Nissan Pulsar Turbo ทดลองขับสไตล์ท่องเที่ยว กรุงเทพฯ-สระบุรี
• BIZZ NEWS : Nissan GT Academy หนุนคนไทยคว้าโอกาสพลิกชีวิต สานฝันเซียนเกมสู่นักขับระดับโลก
• GRAND OPENING : Nissan เปิดตัวรถใหม่ 3 รุ่น Nissan Livina, Nissan Pulsar DIG Turbo และ Nissan Juke Joint Edition
• TEST DRIVE : Nissan Juke 1.6V 2014 ทริปทดสอบ 370 กิโลเมตร กับครอสโอเวอร์ทรงล้ำ
• GRAND OPENING : Nissan Juke มินิ เอสยูวี พร้อมทำตลาดในประเทศไทยด้วย 2 รุ่นย่อย 1.6E และ 1.6V
• GRAND OPENING : Nissan Teana ซีดานหรูเจนเนอเรชั่นใหม่ เปิดตัวพร้อมตั้งเป้ายอดจำหน่าย 1 หมื่นคันใน 1 ปี
• TEST DRIVE : Nissan Pulsar 1.8V Navi สปอร์ตหรูทางเลือกใหม่ เวอร์ชั่นแฮทช์แบ็คของ Sylphy
• REPORT : Nissan เปิดสนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์แห่งแรกในอาเซียน ที่ถนนบางนาตราด กม. 22 สมุทรปราการ
• REPORT : Nissan ลงนาม MOU ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงในการทดลองใช้ Nissan LEAF เป็นระยะเวลา 1 ปี
• TEST DRIVE : Nissan Pulsar ทดลองขับรุ่นสูงสุด 1.8V Navy CVT เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง-จันทบุรี
• GRAND OPENING : Nissan Pulsar เปิดตัวรถยนต์รุ่นที่ 3 ภายใต้แผนงาน NMT Power Up 2016
• MT REPORT : Nissan Slyphy 1.6 Eco Test Drive ขับประหยัดสไตล์ท่องเที่ยว กทม. - เกาะสีชัง 36.12 กิโลเมตรต่อลิตร
• TEST DRIVE : Nissan Sylphy 1.8V Navi ทดลองขับบนเส้นทางเชียงใหม่-ลำพูน
• GRAND OPENING : Nissan Sylphy เปิดตัวคอมแพคท์ ซีดาน รุ่นใหม่ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายทั้งปีที่ 20,000 คัน
• TEST DRIVE : Nissan X-Trail 2.0V เอสยูวีพันธุ์แกร่ง มาพร้อมการปรับโฉมใหม่เพิ่มความทันสมัยตลอดคัน
• TEST DRIVE : Nissan Teana 200XL Sports Series Navi สปอร์ตหรูฟูลออฟชั่น
• TEST DRIVE : Nissan Navara Sports Version 4x4 5AT เยือนไนแองการ่าแห่งเอเชีย
• TEST DRIVE : Nissan Almera VL ทดสอบแบบกลุ่ม - อีโคคาร์พาเที่ยววัดแบบ One Day Trip บนเส้นทางสยามสแคว์-อัมพวา
• GRAND OPENING : Nissan Almera อีโค คาร์ แบบ 4 ประตู คันแรกของเมืองไทย รุ่นใหม่ล่าสุดจาก นิสสัน
• MT REPORT : Nissan เตรียมต่อยอดผู้นำรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม จัดทดสอบ Nissan Leaf
• MT REPORT : Nissan ประกาศแผนธุรกิจสำหรับภูมิภาคอาเซียนใหม่ พร้อมเผยแผนธุรกิจ Nissan Power Up 2016 เฉพาะประเทศไทย
• TEST DRIVE : Nissan Leaf แฮทช์แบ็คทรงล้ำยุคขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เงียบ สะอาด และประหยัด
• TEST DRIVE : Nissan March 1.2 E MT สนุกและประหยัดในคันเดียว
• TEST DRIVE : Nissan Navara Calibre LE 144 แรงม้า ยกสูงขับ 2
• TEST DRIVE : Nissan Teana 200 XL ลดขนาดเครื่องยนต์ ไม่ลดความหรู
• TEST DRIVE : Nissan Teana 250 XV สุภาพนุ่มนวลซ่อนความดุดัน
• MODIFY - TH : Nissan Sunny B14 Face off: LUCINO โมดิฟายเพิ่มทั้งความสวยและความแรง
• MODIFY - TH : Nissan March Clean Look แต่งนิสสัน มาร์ช ในรูปแบบสะอาดตา เรียบง่ายแต่โดดเด่น
 
 
 
 
 
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail