motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
Test Drive Honda City SV+ 2014
 
 
เรื่อง: นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ: ฮอนด้า ประเทศไทย Friday, 14 February, 2014 12:59 PM
800x
 
Honda City SV+
100 กิโลเมตร บนเส้นทางคดเคี้ยว
 
baฮอนด้า ซิตี้ เริ่มทำตลาดครั้งแรกในปี 1996 พัฒนาโดยใช้พื้นฐานจาก ซีวิค เฟอริโอ จากนั้นเปลี่ยนโฉมเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2002 พัฒนาจาก ฮอนด้า ฟิต และรุ่นที่ 3 เปิดตัวในปี 2008 ปัจจุบัน ซิตี้ ทำตลาดใน 55 ประเทศทั่วโลก มียอดขายนับถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประมาณ 2.2 ล้านคัน

baสำหรับโฉมล่าสุดเจนเนอเรชั่นที่ 4 เปิดตัวในเมืองไทย ไปเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทิ้งช่วงไม่นาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ก็จัดการทดสอบแบบกลุ่มขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ระยะทางรวมไป-กลับ ประมาณ 185 กิโลเมตร

baก่อนทดลองขับมีการบรรยายผลิตภัณฑ์โดยทีมวิศวกรของ ฮอนด้า ประกอบด้วยทีมออกแบบภายใน รับผิดชอบโดย Mr. Wataru Murayama ในส่วนของเครื่องยนต์บรรยายโดย Mr. Makoto Suzuki สรุปใจความได้ว่า โครงสร้างตัวถังออกแบบขึ้นใหม่ภายใต้แนวคิด Lightweight & High-Rigidity รองรับการบิดตัวได้สูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักของโครงสร้างที่เน้นเรื่องการลดน้ำหนักในทุกจุด และเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างเพื่อรองรับแรงทั้งจากด้านหน้าและด้านข้าง โครงสร้างบานประตูมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง ด้วยการออกแบบให้เป็นชิ้นเดียว พร้อมเสริมคานเพิ่มความแข็งแรง ผ่านมาตรฐานการชน Asean NCAP ด้วยคะแนน 5 ดาว
 
Test Drive Honda City SV+ 2014
• (จากซ้าย) Mr. Wataru Murayama และ Mr. Makoto Suzuki
800x
 
baระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต ได้รับการปรับปรุงมุมต่างๆ ขึ้นใหม่ พร้อมลดน้ำหนักด้วยซับเฟรมใหม่ที่มีน้ำหนักเบา และแขนยึดด้านล่างใช้วัสดุที่มีความทนทานสูงและน้ำหนักเบา และเพิ่มความแข็งแรงในส่วนของช่วงล่างด้านหลังที่เป็นแบบ H-Beam และลดความยาวของเทรลลิ่งอาร์ม ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความสะดวกสบาย

baปรับปรุงพวงมาลัยให้มีการหมุนที่ต่อเนื่องราบเรียบยิ่งขึ้น ชุดเฟืองได้รับการยึดอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น และเปลี่ยนแกนพวงมาลัยใหญ่ขึ้นเพื่อลดการสั่น พวงมาลัยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ-ใกล้-ไกล ได้มากกว่ารุ่นเดิมจาก 30 เป็น 40 มิลลิเมตร ปรับการควบคุมระบบผ่อนแรงแบบเพาเวอร์ไฟฟ้าใหม่ เพื่อความมั่นคงของพวงมาลัยในขณะขับ รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.3 เมตร

baลดเสียงรบกวนจากภายนอกและลดความสั่นสะเทือน ด้วยการติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรอบคัน ทั้งในส่วนของฝากระโปรงหน้า แผ่นปิดใต้ห้องเครื่อง พื้นห้องโดยสารทั้งหมด บานประตู และหลังคา รวมทั้งผนังของห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย ใช้กระจกข้างที่มีความหนามากขึ้น ลดความสูงของรอยต่อระหว่างกระจกหน้าด้านบนกับขอบหลังคาจาก 5 มิลลิเมตรในรุ่นเดิม เหลือเพียง 1.4 มิลลิเมตร ช่วยลดเสียงลมปะทะเมื่อใช้ความเร็วสูง เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่าด้วยการใช้คาลิเปอร์เบรกแบบลู่ลม แบริ่งต่างๆ แบบความฝืดต่ำ และใช้ยางลดแรงต้านการหมุน
 
Test Drive Honda City SV+ 2014
• คุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการส่วนงานการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
800x
 
baเมื่อเปรียบเทียบกับ รุ่นเดิม ซิตี้ ใหม่มีมิติตัวรถมีความยาว 4,440 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 45 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 50 มิลลิเมตร สูง 1,475 มิลลิเมตร สูงขึ้น 5 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างเท่าเดิม 1,695 มิลลิเมตร พื้นที่เหนือศีรษะผู้โดยสารด้านหน้าเพิ่มขึ้น 10 มิลลิเมตร และพื้นที่ช่วงไหล่เพิ่มขึ้น 40 มิลลิเมตร พื้นที่หัวเข่าเพิ่มขึ้น 70 มิลลิเมตร และพื้นที่วางขาเพิ่มขึ้น 60 มิลลิเมตร ฝากระโปรงท้ายลึกขึ้น 20 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 130 มิลลิเมตร และมีความจุ 536 ลิตร

baเครื่องยนต์ยังคงเป็นบล็อกเดิม เบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ความจุ 1,497 ซีซี กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 14.87 กก.-ม. ที่ 4,700 รอบต่อนาที รองรับเชื้อเพลิง E85 เปลี่ยนการเคลือบลูกสูบเพื่อลดความฝืด จากเดิมแนวตรงเป็นแบบซิกแซ็ก จากการทดสอบของ ฮอนด้า ด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง E0 ได้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง 18.1 กิโลเมตรต่อลิตร CO2 130 กรัมต่อกิโลเมตร สำหรับเกียร์ธรรมดา และ 17.7 กิโลเมตรต่อลิตร CO2 133 กรัมต่อกิโลเมตร สำหรับเกียร์อัตโนมัติ CVT และเมื่อใช้แก๊สโซฮอล์ E20 อัตราสิ้นเปลืองจะดีขึ้นหรือประหยัดขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ (เพราะ E0 ที่ใช้ทดสอบมีค่าออกเทน 91 ส่วน E10 มีค่าออกเทน 95 จึงประหยัดขึ้น) และถ้าใช้ E85 จะกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์
 
Test Drive Honda City SV+ 2014
 
baการทดสอบอัตราเร่ง ทำที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E85 อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 10.2 วินาที ดีกว่ารุ่นเดิมที่ใช้เวลา 12 วินาที

baในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ CVT ได้รับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Earth Dreams เพื่อให้มีทั้งความสนุกในการขับ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปรับปรุงสายพาน CVT และระบบน้ำมันเกียร์ ใช้ปั๊มน้ำมันหล่อลื่นประสิทธิภาพสูง ปรับอัตราทดเกียร์ให้กว้างขึ้น และใช้ระบบควบคุมไฮดรอลิกที่มีความแม่นยำสูง ลดขนาดของชิ้นส่วนภายในเกียร์ และใช้วัสดุน้ำหนักเบา โดยไม่กระทบกับความแข็งแรง โดยต้องรองรับทุกการใช้งานได้อย่างดี เนื่องจากเป็นรุ่นที่ทำตลาดทั่วโลก ระบุให้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุก 40,000 กิโลเมตร
 
Test Drive Honda City SV+ 2014
 
เครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองทันใจ
baการทดสอบครั้งนี้มีรถทั้งสิ้น 8 คัน นั่งคันละ 2 คน พร้อมวิทยุสื่อสาร ขับกันแบบฟรีรันไม่ต้องเป็นขบวน นัดแนะจุดพักและเปลี่ยนตัวผู้ขับพร้อมแจกแผนที่ก็ออกเดินทางโดยผมรับหน้าที่ขับก่อน โชคดีที่เพื่อนสื่อมวลชนที่ขับด้วยกันมีความคุ้นเคยกับเส้นทางในเมืองเชียงรายเป็นอย่างดี จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการหลงทาง เพราะคาดว่าผมคงจะขับตามเพื่อนสื่อมวลชนคันอื่นไม่ทันแน่ๆ แล้วก็เป็นจริงตามคาด เพราะเมื่อพ้นจากสภาพการจราจรที่ติดขัดแล้ว รถที่นำอยู่ด้านหน้าก็ค่อยๆ ห่างออกไป คันที่อยู่ข้างหลังก็ตามมาใกล้แล้วแซงไปในที่สุด ส่วนผมขับไปเรื่อยๆ เพราะตั้งใจจะวัดอัตราสิ้นเปลืองแบบคร่าวๆ ด้วย

baขับไปได้ไม่นานก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจ หลังจากสภาพถนนเปลี่ยนเป็นแบบ 2 เลนสวน ขึ้นเขาและคดเคี้ยว ดูอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยครั้งสุดท้าย 11.4 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ยังรู้สึกแปลกใจว่าน่าจะประหยัดว่านี้ (มารู้ในช่วงถามตอบว่ารถที่ใช้ทดสอบทุกคันเติมแก๊สโซฮอล์ E85) จากนั้นก็ไม่ได้สนใจอัตราสิ้นเปลืองอีก เพราะต้องเพ่งสมาธิไปกับสภาพเส้นทางข้างหน้า

baช่วงแรกที่ขับในเมือง เครื่องยนต์ให้การตอบสนองที่ฉับไวตั้งแต่รอบต่ำ เกียร์อัตโนมัติมีการเปลี่ยนจังหวะที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง ช่วยให้ควบคุมความเร็วได้ง่ายและคล่องตัว และเมื่อถนนโล่งก็สามารถกดคันเร่งเพิ่มความเร็วไปแตะ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไม่ยาก ส่วนการเพิ่มความเร็วต้องใช้การคิ๊กดาวน์เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำช่วยเพิ่มแรงบิด โดยเฉพาะการแซงขณะที่ใช้ความเร็วสูงอยู่แล้ว ต้องกดคันเร่งค่อนข้างลึก ซึ่งเครื่องยนต์ก็ยังตอบสนองได้ดี ลากรอบไปแตะขีดแดงที่ 6,250 รอบต่อนาทีได้อย่างไหลลื่น
 
Test Drive Honda City SV+ 2014
 
baเพื่อไม่ให้เสียจังหวะในการคิ๊กดาวน์ และให้เกียร์ช่วยหน่วงเมื่อผ่อนคันเร่ง ผมจึงเลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง S และควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงด้วยแป้นหลังพวงมาลัย ฝั่งขวาเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง ฝั่งซ้ายลดเกียร์ลงต่ำ ในโหมดนี้เกียร์จะมีให้ใช้ 7 จังหวะ การเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงในโหมดนี้ก็ยังคงมีความนุ่มนวล โดยเฉพาะในการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ ถ้าเลือกรอบให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนเกียร์ ก็จะไม่มีอาการหัวทิ่มหัวตำเพราะการเปลี่ยนลงเกียร์ต่ำที่รอบสูงเกินไป

baในโหมดนี้ช่วยให้การเร่งแซงมีความฉับไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขับตามรถช้าโดยเลี้ยงรอบไว้แถวๆ 2,500-3,500 รอบต่อนาที เมื่อไม่มีรถสวนมาก็กดคันเร่งสุด รถจะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วทำให้ใช้เวลาแซงไม่นาน และในช่วงทางโค้งหรือขึ้นลงเนิน ระบบเบรกก็ไม่ต้องทำงานหนัก เพราะเครื่องยนต์จะช่วยหน่วงความเร็วไว้ ไม่ใช่การเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเพื่อช่วยเบรก ที่ความเร็วเท่ากัน ในโหมด S ตำแหน่งเกียร์สูงสุด S7 ก็ยังใช้รอบสูงกว่าตำแหน่งเกียร์ D อยู่เล็กน้อย และในโหมดเกียร์ S +/- จะกดคันเร่งคิ๊กดาวน์ไม่ลง เกียร์จะเปลี่ยนลงต่ำให้เมื่อลดความเร็วลงเท่านั้น
 
Test Drive Honda City SV+ 2014
 
baถึงจุดแวะพักและเปลี่ยนตัวผู้ขับ ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.4 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนขากลับเพื่อนสื่อมวลชนที่นั่งมาด้วยกันสลับมาเป็นผู้ขับ รู้สึกว่าสภาพการจราจรจะโล่งกว่าขาไป จึงใช้ความเร็วได้ค่อนข้างสูง และยังคงมีการเร่งแซงบ่อยครั้ง กลับถึงโรงแรมที่พักซึ่งใช้เป็นจุดสตาร์ต ได้ระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร น้ำมันหมดไปครึ่งถัง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.7 กิโลเมตรต่อลิตร เหมาะสมกันดีกับการขับที่ค่อนข้างเร็วและใช้รอบสูงบ่อยครั้ง และใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E85

baลองคำนวณจากตัวเลขโรงงานที่ระบุอัตราสิ้นเปลือง 17.7 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับแก๊สโซลีนหรือ E0 และจะกินน้ำมันมากขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์เมื่อเติมแก๊สโซฮอล์ E85 ก็จะได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 13.27 กิโลเมตรต่อลิตร (17.7 ลบ 25 เปอร์เซ็นต์) แก๊สโซฮฮล์ E85 ราคาลิตรละ 24.38 บาท (วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557) ก็จะได้ค่าใช้จ่ายกิโลเมตรละประมาณ 1.83 บาท และถ้าคำนวณจากการใช้แก๊สโซฮอล์ E10 ที่ทาง ฮอนด้า ระบุว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจะดีขึ้นหรือประหยัดขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ เป็นประมาณ 18.23 กิโลเมตรต่อลิตร (17.7 บวก 3 เปอร์เซ็นต์) คิดตามราคาแก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 35.58 บาท ก็จะได้ค่าใช้จ่ายกิโลเมตรละ 1.95 บาท

baสรุปว่าใช้แก๊สโซฮอล์ E85 ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรจะถูกที่สุด
 
Test Drive Honda City SV+ 2014
 
ช่วงล่างไว้ใจได้ แต่...
baระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังคานบิด H-Beam ให้ความนุ่มนวลตามประเภทของรถ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ มีการยึดเกาะถนนที่ดีในช่วงทางโค้งและใช้ความเร็วสูง มีความหนึบแน่นกว่าที่คาดไว้ เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินปกติไปบ้าง ตัวถังก็ไม่มีอาการยวบหรือโยนมากจนน่าหวาดเสียว ระบบเบรกที่เปลี่ยนมาใช้แบบหน้าดิสก์หลังดรัม แม้จะหล่อน้อยลง แต่ในแง่ประสิทธิภาพการเบรกถือว่าทำได้ดี โดยเฉพาะการเบรกหนักๆ จะสัมผัสถึงแรงดึงได้อย่างชัดเจน

baสิ่งที่ลดทอนความมั่นใจขณะเข้าโค้งหรือเบรกกะทันหันคือ เสียงเอี๊ยดของยางที่มักจะดังขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งที่บางจังหวะก็ไม่ได้เข้าโค้งแรงๆ หรือเบรกกะทันหันเลย อีกอย่างคือ พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ที่ยังเบาไปนิดสำหรับการขับเร็วๆ บนทางโค้ง ทำให้รู้สึกหวิวๆ ไปหน่อย
 
Test Drive Honda City SV+ 2014
 
ภายในกว้างขวางเกินระดับรถ
baก่อนออกเดินทางกลับจากช่วงพักเปลี่ยนตัวผู้ขับ เพื่อนสื่อมวลชนที่ขับคู่กันกำลังปรับเบาะนั่ง พวงมาลัย และกระจกมองข้าง เพื่อเตรียมขับกลับ ผมจึงถือโอกาสทดลองความกว้างของห้องโดยสารด้านหลัง พบว่าเมื่อผู้ขับที่มีความสูง 189 เซนติเมตร ปรับเบาะผู้ขับพอดีแล้ว ผู้โดยสารที่มีความสูง 170 เซนติเมตร นั่งบนเบาะหลังฝั่งผู้ขับ ยังมีพื้นที่บริเวณเข่าเหลืออีกกว่า 4 นิ้ว ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะและด้านข้างเหลือประมาณ 1.5 นิ้ว จากนั้นลองให้ผู้ขับย้ายมานั่งเบาะหลังพบว่าพื้นที่หัวเข่ายังเหลือเฟือ แต่ถ้านั่งหลังตรงแนบกับพนักพิง ศีรษะจะค้ำกับเพดาน ต้องนั่งแบบกึ่งนั่งกึ่งนอนจึงพอจะเอาตัวรอดไปได้ เบาะหลังแยกพับได้ 60:40 ที่เท้าแขนกลางเบาะหลังอยู่ต่ำไปนิดเท้าแล้วไม่ค่อยพอดี

baในตำแหน่งผู้ขับถือว่ามีการจัดวางที่ดี เบาะผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง จึงรองรับสรีระที่แตกต่างได้ดี ชุดควบคุมเครื่องเสียงและระบบปรับอากาศของรุ่นที่ทดลองขับเป็นแบบสัมผัส ให้มุมมองที่ล้ำสมัยดูดี เช่นเดียวกับชุดมาตรวัดที่ออกแบบได้สวยงามทันสมัยด้วยการแสดงผลแบบดิจิตอล มีจอแสดงข้อมูลการขับรวมอยู่ในตัว แผงคอนโซลตกแต่งด้วยเมทัลลิก บางมุมแสงตกกระทบจะท้อนเข้าตาได้

baฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เด่นที่รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว น่าจะถูกใจวัยรุ่น เครื่องยนต์รองรับ E85 ที่มีปั๊มแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงล่างรองรับการขับแบบสปอร์ตได้ดีในระดับหนึ่ง ภายในกว้างขวางและให้อุปกรณ์มาตรฐานมาแบบครบๆ รุ่นสูงสุดตั้งราคาไว้ 749,000 บาท ดูเหมือนแพง แต่เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่ให้มา ก็นับว่ามีความคุ้มค่าอยู่พอสมควร •

ขอบคุณ: บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
 
 
 
m2 2014 HONDA CITY  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
•  MORE ABOUT HONDA : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• GRAND OPENING : Honda City เจนเนอเรชั่นที่ 4 - Advanced Cool Stunner มาพร้อมเทคโนโลยี Earth Dreams
• TEST DRIVE : Honda odyssey 2.4EL ทดลองความสะดวกสบาย กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ รุ่นสูงสุดแบบ 7 ที่นั่ง
• MT REPORT : Honda Journalist Meeting & Tokyo Motor Show 2013 สัมผัสเทคโนโลยีฮอนด้าที่ประเทศญี่ปุ่น
• MT REPORT : Honda CR-V E85 กว่า 480 กิโลเมตร เชียงใหม่-เชียงราย ดื่มด่ำลมหนาว แหวกว่ายสายหมอก
• TEST DRIVE : Honda New Freed/New StepWGN Spada 2013 ทดลองขับบนเส้นทางกรุงเทพฯ-สุโขทัย
• GRAND OPENING : Honda เปิดตัว Honda Freed MY2013 และ New Honda Stepwgn Spada
• TEST DRIVE : Honda Accord 2.0 EL NAVI / 2.4 TECH เด่นที่ความหรูหรา นุ่มนวล และประหยัด
• MT REPORT : Honda Brio Amaze Amazing Thailand สมการความประหยัด มหัศจรรย์ทั่วไทย 5,000 กิโลเมตร
• TEST DRIVE : Honda Civic Hybrid เครื่อง 1,500 และมอเตอร์ไฟฟ้าให้สมรรถนะที่ดีแค่ไหนทั้งในเมืองและเดินทางไกล
• GRAND OPENING : Honda Accord เจนเนอเรชั่นที่ 9 เปิดตัวพร้อมเทคโนโลยีใหม่ Earth Dreams Technology
• MT REPORT : Honda Accord - The Journey of Accord ทดลองขับ Accord เจนเนอเรชั่นที่ 9 ณ สนามแข่ง Twin Ring Motegi
• TEST DRIVE : Honda Brio Amaze ทดลองขับซีดานอีโคคาร์รุ่นแรกของฮอนด้า กว่า 100 กิโลเมตรบนถนนจริง
• TEST DRIVE : Honda Eco Car Sedan ทดลองขับซีดาน 1.2 ลิตร ใหม่ ในแบบ Spy Shot
• TEST DRIVE : Honda CR-V 2.0 4WD ทดลองขับเดี่ยวกับรุ่นสูงสุดของเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี
• GRAND OPENING : Honda CR-V 2012 เจนเนอเรชั่น 4 มาพร้อมตัวช่วยความประหยัด ระบบ Eco Assist และ Econ Mode
• TEST DRIVE : Honda Jazz Hybrid ทดลองขับโดยเน้นไปที่อัตราสิ้นเปลืองทั้งการใช้งานในเมืองและขับทางไกล
• GRAND OPENING : Honda Jazz Hybrid ฮอนด้า ประเทศไทยเปิดตัวไฮบริดรุ่นแรกในรถคลาสซับคอมแพคท์
• GRAND OPENING : Honda Freed 2012 เปิดตัวฟรีดใหม่รุ่นปรับโฉม ตั้งเป้ายอดจำหน่ายที่ 12,000 คันภายในหนึ่งปี
• TEST DRIVE : Honda Odyssey 2.4 มินิแวนหรู 180 แรงม้า มีออฟชั่นอะไรบ้าง คุ้มไหมกับราคาสไตล์รถนำเข้า
• TEST DRIVE : Honda Civic E85 ทดสอบแบบกรุ๊ปเทสต์กรุงเทพ-เขาใหญ่ สมรรถนะ 1.8 - 2.0 ต่างกันแบบรู้สึกได้
• GRAND OPENING : Honda Civic เจนเนอเรชั่นที่ 9 เปิดตัวโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 35,000 คันภายใน 1 ปี
• MT REPORT : Honda CBU Experience Trip ทดลองขับรถนำเข้า 3 รุ่น Odyssey, Stepwgn Prada และ CR-Z
• TEST DRIVE : Honda Brio CVT / MT ความประหยัดที่ลงตัว ทั้งเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
• TEST DRIVE : Honda Civic 1.8 E NAVI เติมอุปกรณ์เทียบชั้นรุ่นใหญ่
• TEST DRIVE : Honda Jazz SV เติมความเฉียบให้ความเอนกประสงค์
• MODIFIED - TH : Honda Mania Special รวมตัวพลพรรคคนรักฮอนด้า 3 คัน 3 สไตล์ ต่างรุ่นต่างแนวทางการตกแต่ง
 
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail